MSC ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าทางตู้คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งด้านจำนวนเรือและความสามารถในการบรรทุก กำลังเปิดตัวบริการ Europe-Red Sea-Middle East Express เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม เพื่อเป็นการลดการหยุดชะงักที่เกิดจากการปิดทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีผลโดยรวม ตามประกาศของ MSC บนเว็บไซต์
Europe-Red Sea-Middle East Express จะออกจากเมืองแอนต์เวิร์ป แวะท่าเรือยุทธศาสตร์ในยุโรป ผ่านคลองสุเอซเข้าสู่ทะเลแดง จากนั้นเชื่อมต่อไปยังท่าเรือคิงอับดุลลาห์ในเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และท่าเรืออควาบาในจอร์แดน MSC จะใช้รถบรรทุกเพื่อไปยังดัมมัมบนชายฝั่งตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย และใช้เรือป้อน (feeder vessels) เพื่อเชื่อมต่อไปยังท่าเรือในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงอาบูดาบี ดูไบ บาห์เรน อิรัก และคูเวต
บริการนี้ออกแบบมาเพื่อมอบตัวเลือกการขนส่งที่เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ และแข่งขันได้ พร้อมเวลาเดินทางที่ดีขึ้นให้เหมาะกับสินค้าทุกประเภท MSC ระบุ
การเคลื่อนไหวของ MSC เกิดขึ้นหลังจากมีปฏิบัติการที่คล้ายกันของผู้ให้บริการในภูมิภาค ในเดือนมีนาคม บริษัทซาอุดีอาระเบีย เรลเวย์ส (Saudi Arabia Railways) ระบุว่าจะเดินขบวนรถไฟตู้คอนเทนเนอร์ไปยังสถานีเพิ่มเติมทั่วประเทศ เนื่องจากความผันผวนในช่องแคบฮอร์มุซ ต่อมาอีกหนึ่งเดือน Saudi Arabia Railways ได้เปิดเส้นทางโลจิสติกส์ใหม่ 5 เส้นทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานและบูรณาการรูปแบบการขนส่งที่หลากหลาย
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐฯและอิหร่านเป็นผู้กำหนด ได้ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงัก และทำให้ปริมาณการไหลของน้ำมันและก๊าซผ่านทางน้ำดังกล่าวลดลงถึง 20%