Lot ย่อมาจาก Contract Size: ความรู้พื้นฐานที่มือใหม่เทรด Forex ต้องมีเพื่อรอดตัว

บอกความจริงสิ: นักเทรดมือใหม่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่า Lot ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขบนหน้าจออเดอร์ แต่มันคือตัวควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตเทรดของคุณเอง สำหรับบางคนที่ยังไม่เข้าใจ Lot ที่แท้จริงคือปัญหา เพราะพวกเขาอาจเลือกขนาด Lot อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ซึ่งสามารถทำให้พอร์ตแตกได้ในเวลาไม่กี่วัน ถ้าคุณเป็นคนประเภทนี้ บทความนี้จะอธิบายให้คุณเข้าใจที่ชัดเจนว่า Lot ย่อมาจากอะไร และเหตุใดจึงสำคัญยิ่งกว่าการหาจุดเข้าที่สมบูรณ์แบบ

Lot ย่อมาจาก Contract Size: หน่วยมาตรฐานในการซื้อขายทางการเงิน

ขณะที่หลายคนคิดว่า Lot เป็นคำศัพท์พิเศษในโลกเทรด ความจริงคือ Lot มีรากศัพท์มาจาก “Contract Size” ซึ่งเป็นหน่วยมาตรฐานที่ตลาดการเงินใช้ในการวัดขนาดสัญญาการซื้อขาย

ในตลาด Forex ระบบดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุผลที่จริงใจมาก: ราคาสกุลเงินเปลี่ยนแปลงไป เพียงตัวเลขเศษส่วน (เราเรียกว่า Pip) และหากคุณซื้อขายแบบกลม ๆ เช่น 1 ยูโรต่อ 1 ดอลลาร์ กำไรหรือขาดทุนของคุณก็จะน้อยนิด เพื่อแก้ปัญหานี้ ตลาดจึงสร้าง “หน่วยพัฒนา” ที่รวบรวมปริมาณการซื้อขายเล็ก ๆ เข้าด้วยกัน นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่า Lot หรือ Contract Size นั่นเอง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองเปรียบเทียบการเทรด Forex กับการไปตลาดซื้อไข่: คุณไม่สามารถเข้าไปขอซื้อไข่เพียง 1 ฟองได้ แต่คุณต้องซื้อเป็นแผง (ซึ่งมี 30 ฟอง) นี่คือแนวคิดเดียวกับ Lot ซึ่งรวบรวมการซื้อขายเล็ก ๆ ให้เป็นหน่วยที่มีนัยสำคัญ

มาตรฐาน 1 Standard Lot = 100,000 หน่วยสกุลเงินหลัก

ตลาด Forex มีกฎเหล็กระดับสากล: 1 Standard Lot เท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงิน “หลัก” (Base Currency) สกุลเงินหลักคือสกุลที่อยู่ด้านหน้าของคู่เงินเสมอ

ตัวอย่างการประยุกต์:

  • เมื่อคุณเทรด 1 Lot ของ EUR/USD คุณกำลังควบคุมเงิน 100,000 ยูโร ไม่ใช่ดอลลาร์
  • เมื่อคุณเทรด 1 Lot ของ USD/JPY คุณกำลังควบคุมเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อคุณเทรด 1 Lot ของ GBP/USD คุณกำลังควบคุมเงิน 100,000 ปอนด์

ความเข้าใจนี้เป็นกุญแจทองของการคำนวณความเสี่ยงอย่างถูกต้อง

ประเภท Lot Size: การแบ่งหน่วยให้เหมาะกับนักเทรดแต่ละประเภท

เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนจะมีทุนขนาด 100,000 หน่วย โบรกเกอร์จึงแบ่ง Lot ออกเป็นขนาดต่าง ๆ เพื่อให้นักลงทุนทุกระดับสามารถเข้าถึงตลาดได้ และที่สำคัญคือเพื่อการบริหารความเสี่ยงที่ละเอียดยิ่งขึ้น

Standard Lot (ล็อตมาตรฐาน)

  • ขนาด: 1.0
  • จำนวนหน่วย: 100,000 Units
  • เหมาะสำหรับ: นักเทรดมืออาชีพและกองทุนที่มีเงินทุนสูงมาก
  • มูลค่าต่อ Pip: ประมาณ $10 (สำหรับ EUR/USD)

Mini Lot (มินิล็อต)

  • ขนาด: 0.1 (หนึ่งในสิบของ Standard Lot)
  • จำนวนหน่วย: 10,000 Units
  • เหมาะสำหรับ: นักเทรดระดับกลางที่มีความเข้าใจตลาดและเงินทุนพอสมควร
  • มูลค่าต่อ Pip: ประมาณ $1

Micro Lot (ไมโครล็อต)

  • ขนาด: 0.01 (หนึ่งในร้อยของ Standard Lot)
  • จำนวนหน่วย: 1,000 Units
  • เหมาะสำหรับ: มือใหม่ เป็นขนาดแนะนำสำหรับเริ่มต้นด้วยเงินจริง
  • มูลค่าต่อ Pip: ประมาณ $0.10

Nano Lot (นาโนล็อต)

  • ขนาด: 0.001 (หนึ่งในพันของ Standard Lot)
  • จำนวนหน่วย: 100 Units
  • เหมาะสำหรับ: การฝึกเรียนรู้พื้นฐานก่อนที่จะเพิ่มขนาด
  • มูลค่าต่อ Pip: ประมาณ $0.01

บริษัทโบรกเกอร์ชั้นนำเหมือน Mitrade ส่วนใหญ่เลือก Micro Lot (0.01) เป็นขนาดเริ่มต้น เพราะมันมีความสมดุลที่สมบูรณ์: ขนาดเพียงพอให้นักเทรดรู้สึกถึงความเสี่ยงจริง (ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้) แต่ยังไม่ใหญ่พอที่จะทำให้พอร์ตแตกหาก คุณทำผิดพลาด

ตารางเปรียบเทียบ Lot Size ในตลาด Forex

ประเภท Lot ขนาด (Volume) จำนวนหน่วย (Base Currency) มูลค่าต่อ Pip (EUR/USD) เหมาะสำหรับ
Standard Lot 1.0 100,000 ประมาณ $10 เทรดเดอร์มืออาชีพ, กองทุน
Mini Lot 0.1 10,000 ประมาณ $1 เทรดเดอร์ระดับกลาง
Micro Lot 0.01 1,000 ประมาณ $0.10 มือใหม่, ทดสอบกลยุทธ์
Nano Lot 0.001 100 ประมาณ $0.01 การเรียนรู้พื้นฐาน

มูลค่าต่อ Pip: ความหลักสำคัญในการบริหารความเสี่ยง

นี่คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด: ขนาดของ Lot ที่คุณเลือกจะกำหนดมูลค่า Pip ของแต่ละเทรด ซึ่งหมายความว่า Lot ก็คือคันเร่งของพอร์ตคุณนั่นเอง

จำไว้ว่าสำหรับคู่เงินที่มี USD เป็นตัวตามหลัง:

  • เทรด 1.0 Standard Lot → ราคาขยับ 1 Pip = กำไร/ขาดทุน $10
  • เทรด 0.1 Mini Lot → ราคาขยับ 1 Pip = กำไร/ขาดทุน $1
  • เทรด 0.01 Micro Lot → ราคาขยับ 1 Pip = กำไร/ขาดทุน $0.10

ตัวเลขเหล่านี้ดูไม่เป็นไร จนกว่าคุณจะเห็นว่ามันส่งผลอย่างไรต่อพอร์ตของคุณ

บทเรียนจากการเทรดทีมต่างระดับ: ทำไม Lot Size จึงสำคัญกว่าการหาจุดเข้า

ลองนึกถึงสองคน: นาย A (สายซิ่ง) และ นาย B (สายระวัง)

สถานการณ์:

  • ทั้งคู่มีเงินทุนเริ่มต้น $1,000
  • ทั้งคู่มองว่า EUR/USD กำลังจะขึ้น และกด Buy ที่ราคาเดียวกัน
  • ทั้งคู่ตั้ง Stop Loss ที่ 50 Pips
  • ความแตกต่าง: นาย A เลือก 1.0 Standard Lot, นาย B เลือก 0.01 Micro Lot

ผลลัพธ์ที่ 1: เมื่อถูกทาง (ราคาขึ้น 50 Pips)

  • นาย A: ได้กำไร = 50 × $10 = $500 (+50% ของพอร์ต)
  • นาย B: ได้กำไร = 50 × $0.10 = $5 (+0.5% ของพอร์ต)

ผลลัพธ์ที่ 2: เมื่อผิดทาง (ราคาลง 50 Pips)

  • นาย A: ขาดทุน = 50 × $10 = $500 (-50% ของพอร์ต) → เหลือเงิน $500
  • นาย B: ขาดทุน = 50 × $0.10 = $5 (-0.5% ของพอร์ต) → เหลือเงิน $995

นี่คือจุดต่างที่สำคัญ: ถ้า A ผิดพลาดแบบเดิมอีกครั้ง พอร์ตของเขาจะหมดสิ้น แต่ B ยังสามารถผิดพลาดได้อีกเกือบ 200 ครั้ง ก่อนจะเจ้อ

นี่คือเหตุผลว่าทำไม Lot Size ไม่ใช่การตัดสินใจเพื่อทำกำไร แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อรอด

หน่วยวัด Pip และ Point: ทำไมอื่น ๆ ตลาดถึงต่างกัน

ที่นี่คือที่เหลือสำคัญอีกจุด: เมื่อคุณเทรดในตลาดอื่นนอกจาก Forex เช่น ทองคำ หรือ น้ำมัน การวัด Pip จะเปลี่ยนไป

ใน Forex:

  • 1 Pip = การเคลื่อนไหวที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (0.0001)
  • ตัวอย่าง: EUR/USD เคลื่อนจาก 1.0850 ไปเป็น 1.0851 = 1 Pip

ในทองคำ (XAUUSD):

  • 1 Standard Lot = 100 ทรอยออนซ์
  • เรานิยมเรียกการเคลื่อนไหวที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 (0.01) ว่า 1 Point
  • เมื่อราคาขยับ $1.00 นั่นคือ 100 Points

ความเข้าใจความแตกต่างนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพราะการเทรด 0.1 Lot ใน EUR/USD ไม่เท่ากับการเทรด 0.1 Lot ใน XAUUSD เลย

สูตรการคำนวณ Lot Size: วิธีของมืออาชีพ

นี่คือจุดที่มือใหม่มักจะแตกต่างจากมืออาชีพ:

มือใหม่ถาม: “เทรด Lot เท่าไหร่ถึงจะรวย?” มืออาชีพถาม: “ถ้าผิดทาง ฉันจะเสียเงินได้เท่าไหร่?”

สูตรของมืออาชีพคือ:

Lot Size = (Account Equity × Risk Percentage) ÷ (Stop Loss in Pips × Pip Value)

สูตรนี้บังคับให้คุณคิดตามลำดับที่ถูกต้อง:

  1. ฉันมีเงินทุนเท่าไหร่? (Account Equity)
  2. ฉันยอมขาดทุนได้เท่าไหร่ต่อเทรด? (Risk Percentage - มืออาชีพแนะนำ 1-3%)
  3. ฉันจะตั้ง Stop Loss ที่ใด? (Stop Loss in Pips)

เมื่อคุณตอบได้ทั้ง 3 คำถาม สูตรจะบอกคุณเองว่า Lot ควรเป็นเท่าไหร่

ตัวอย่างที่ 1: การคำนวณ Lot สำหรับ EUR/USD

สถานการณ์:

  • Account Equity: $10,000
  • Risk Percentage: 2% (= $200)
  • Stop Loss: 50 Pips
  • Pip Value (1.0 Lot): $10

การคำนวณ:

  • Lot Size = ($200) ÷ (50 Pips × $10)
  • Lot Size = $200 ÷ $500
  • Lot Size = 0.4 Lots

ผลลัพธ์: คุณเปิดออเดอร์ขนาด 0.4 Lot หากชน Stop Loss ที่ 50 Pips คุณจะขาดทุนเท่ากับ $200 (2% ของพอร์ต) พอดี

ตัวอย่างที่ 2: การคำนวณ Lot สำหรับทองคำ (XAUUSD)

ทำความเข้าใจก่อน:

  • 1 Standard Lot ทองคำ = 100 ทรอยออนซ์
  • 1 Point ทองคำ = $0.01
  • เมื่อ 1.0 Lot ราคาขยับ 1 Point มูลค่าเปลี่ยน $1

สถานการณ์:

  • Account Equity: $5,000
  • Risk Percentage: 2% (= $100)
  • แผนการเทรด: เข้า Buy ที่ 4,050.00, Stop Loss ที่ 4,045.00
  • Stop Loss: $5.00 = 500 Points
  • Point Value (1.0 Lot): $1

การคำนวณ:

  • Lot Size = ($100) ÷ (500 Points × $1)
  • Lot Size = $100 ÷ $500
  • Lot Size = 0.2 Lots

Lot ในตลาดอื่น ๆ: ทำไมไม่สามารถใช้ขนาด Lot เดียวกันได้

นี่คือความเข้าใจผิดร้ายแรง: นักเทรดที่คุ้นเคยกับการเทรด 0.1 Lot ใน EUR/USD แล้วนำไปใช้กับทองคำหรือน้ำมันโดยไม่คำนวณ

ความจริง:

  • 0.1 Lot ใน EUR/USD = ควบคุมเงิน 10,000 ยูโร
  • 0.1 Lot ใน XAUUSD = ควบคุมทองคำ 10 ออนซ์
  • 0.1 Lot ใน WTI Crude = ควบคุมน้ำมัน 100 บาร์เรล

ทั้ง 3 ออเดอร์นี้มีมูลค่าและความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การใช้ Lot เดียวกันในตลาดต่าง ๆ โดยไม่เข้าใจ Contract Size คือความผิดพลาดที่อาจเป็นมหาศาล

ตารางเปรียบเทียบ Contract Size ในตลาดต่างๆ

ตลาด สินทรัพย์ 1 Standard Lot = ความหมาย
Forex EUR/USD 100,000 EUR ควบคุมเงิน 100,000 ยูโร
สินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ (XAUUSD) 100 ทรอยออนซ์ ควบคุมทองคำ 100 ออนซ์
สินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมัน (WTI Crude) 1,000 บาร์เรล ควบคุมน้ำมัน 1,000 บาร์เรล
CFD ดัชนี S&P 500 1-50 หน่วย ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์
หุ้นไทย PTT 100 หุ้น ควบคุมหุ้น 100 หุ้น

ทีฟประเทศ: กำไรต่อ Pip ไม่เท่ากับกำไรของคุณ

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่อันตราย: กำไรต่อ Pip กับกำไรที่คุณจะได้นั้นไม่เหมือนกัน

มูลค่าต่อ Pip ใช้สำหรับแสดงว่าแต่ละ Pip มีค่าเท่าไหร่ แต่กำไรสุดท้ายของคุณขึ้นอยู่กับ:

  1. ระยะ Take Profit: คุณเดินทางได้ขนาดไหน
  2. ความแม่นยำของจุดเข้า: คุณเข้าก่อน หรือหลังการขึ้นตัวจริง
  3. Slippage: ราคาที่ปิดออเดอร์อาจแตกต่างจากที่คาดไว้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ถ้าคุณเทรด 1.0 Lot EUR/USD และเล้งเป้า 100 Pips:

  • กำไร = 100 Pips × $10 = $1,000
  • อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่ถึงเป้า หรือมี Slippage ก็จะต่างจากนี้

นี่คือเหตุผลที่มืออาชีพเทรดหลายครั้งเล็ก ๆ แทนที่จะเทรดน้อยครั้งใหญ่

กลยุทธ์บริหารความเสี่ยง: ไม่ได้เพิ่ม Lot ทุกครั้งที่ได้กำไร

หลายคนคิดว่าเมื่อได้กำไรแล้ว พวกเขาควรเพิ่ม Lot ในเทรดถัดไป นี่คือความคิดที่อันตรายมาก

กลยุทธ์ที่ถูกต้อง:

  1. หลังจากได้กำไร: ให้พัก และคิดถึงเทรดถัดไป แต่ ไม่เพิ่ม Lot ก่อน
  2. รอจนกว่าจะมีสัญญาณเข้าใหม่ที่มั่นใจ
  3. คำนวณ Lot Size ของเทรดนั้นใหม่ตามกฎเดิม
  4. เพิ่ม Lot เพียงเมื่อพอร์ตของคุณเติบโตและคำนวณ Risk Percentage ใหม่

ตัวอย่าง:

  • เริ่มต้น: $1,000, เทรด 0.01 Lot (Risk 2%)
  • หลังกำไร: $1,100, ยังเทรด 0.01 Lot จนกว่าพอร์ตจะถึง $2,000
  • เมื่อถึง $2,000: คำนวณใหม่ = สามารถเพิ่มเป็น 0.02 Lot ได้

การเพิ่ม Lot ค่อย ๆ ช้า ๆ เป็นวิธีการสร้างพอร์ตอย่างมั่นคง

บทสรุป: การเปลี่ยน Mindset เป็นสิ่งจำเป็น

Lot ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่คุณพิมพ์ลงในช่อง Volume มันคือตัวควบคุมตัวตัดสินใจชีวิตของพอร์ตเทรดของคุณ

เปลี่ยนแปลง Mindset ของคุณ:

  • ❌ เก่า: “ฉันจะเทรด Lot เท่าไหร่ถึงจะรวย?”
  • ✅ ใหม่: “ถ้าผิดทางในเทรดนี้ ฉันสามารถเสียได้เท่าไหร่ และควรเทรด Lot ไหนเพื่อให้ยังมีชีวิต”

ตราบใดที่คุณเข้าใจว่า Lot ย่อมาจากการวัดความเสี่ยง ไม่ใช่การวัดความหวัง คุณก็จะมีโอกาสสำหรับการเทรดยาวนาน

การเลือก Lot ที่ถูกต้อง = การรอด การเลือก Lot ที่ผิด = ทางลัดไปยังการล้างพอร์ต

นี่คือความจริงที่ไม่ได้หวาน แต่เป็นความจริงที่คุณต้องยอมรับหากอยากเป็นนักเทรด

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด