เข้าใจคำว่า "外盤" กับ "內盤" : ภาษาการเทรดที่นักลงทุนระยะสั้นต้องรู้

robot
ดำเนินการเจนเนเรชั่นบทคัดย่อ

เปิดดูซอฟต์แวร์วิเคราะห์กราฟแล้ว นอกจากราคาตลาดเปิด ราคาสูงสุด ต่ำสุด คุณจะเห็นข้อมูล “內盤” และ “外盤” ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักลงทุนมือใหม่อาจไม่คุ้นเคย แต่ในความเป็นจริงแล้ว 外盤 กับ 內盤 สะท้อนว่าฝ่ายซื้อขายใดเป็นฝ่าย主动บุกเข้าใส่ การเข้าใจตัวชี้วัดนี้จะช่วยให้คุณวิเคราะห์เจตนาทางการเงินระยะสั้นได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้จะพาคุณเริ่มต้นจากศูนย์ เข้าใจความหมายของ內盤、外盤 และวิธีใช้外盤ในการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด

外盤 กับ 內盤 คืออะไร: ใครเป็นฝ่ายผลักดันราคาหุ้น?

เพื่อเข้าใจ 外盤 กับ 內盤 ก่อนอื่นต้องเข้าใจแนวคิดหลัก: ใครเป็นฝ่ายตอบสนองต่อราคาที่เสนอมา

ก่อนการซื้อขายหุ้นแต่ละครั้ง จะมีราคาสองแบบในตลาด — ฝ่ายขายหวังยกขึ้นราคา (“委賣價”) และฝ่ายซื้อหวังลดราคาลง (“委買價”) เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเต็มใจลดราคาหรือยอมให้การซื้อขายเกิดขึ้น ก็จะเกิด 外盤 หรือ 內盤 ขึ้น

โดยเฉพาะ:

外盤 — ฝ่ายซื้อเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่
เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อทันที และยินดีซื้อในราคาขาย (ราคาสูงกว่าราคาซื้อขายในตลาด) การซื้อขายนี้จะถูกบันทึกเป็น 外盤 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝ่ายซื้อมีความกระตือรือร้น พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อ เป็นสัญญาณบวกของฝ่ายซื้อ

內盤 — ฝ่ายขายรีบหนีออก
เมื่อผู้ลงทุนต้องการขายทันที และยินดีขายในราคาซื้อ (ราคาต่ำกว่าราคาซื้อขายในตลาด) การซื้อขายนี้จะถูกบันทึกเป็น 內盤 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝ่ายขายรีบขายออกและพร้อมลดราคาลง เป็นสัญญาณของฝ่ายขาย

ตัวอย่างเช่น สมมุติราคาซื้อขายของ TSMC: ราคาซื้อ 1160 บาท/จำนวน 1415 หุ้น, ราคาขาย 1165 บาท/จำนวน 281 หุ้น ถ้าผู้ลงทุนซื้อทันทีในราคา 1165 บาท จำนวน 30 หุ้น ก็จะนับเป็น 外盤 ซึ่งบ่งชี้ว่าฝ่ายซื้อพยายามตามราคา; ถ้าขายออกในราคา 1160 บาท จำนวน 50 หุ้น ก็จะนับเป็น 內盤 ซึ่งบ่งชี้ว่าฝ่ายขายรีบขายออก

ราคาห้าช่อง (Five Levels) คืออะไร: เครื่องมืออ่านโครงสร้างตลาดอย่างรวดเร็ว

ราคาห้าช่องเป็นหน้าจอที่นักลงทุนในไต้หวันเปิดดูบ่อยที่สุด แต่หลายคนอาจไม่เข้าใจความหมาย

ราคาห้าช่องประกอบด้วย:

  • ซื้อ 5 รายการ (โดยปกติใช้สีเขียว): ราคาที่สูงที่สุดในคำสั่งซื้อ 5 รายการแรก
  • ขาย 5 รายการ (โดยปกติใช้สีแดง): ราคาที่ต่ำที่สุดในคำสั่งขาย 5 รายการแรก

เช่น ถ้าราคา buy 1 คือ 203.5 บาท/จำนวน 971 หุ้น และ sell 1 คือ 204.0 บาท/จำนวน 350 หุ้น แปลว่าราคาสูงสุดในคำสั่งซื้อคือ 203.5 บาท และต่ำสุดในคำสั่งขายคือ 204.0 บาท ความต่างของราคานี้คือ “ส่วนต่างราคา” ของตลาด

คำเตือน: ราคาห้าช่องแสดงเพียงคำสั่งที่วางไว้เท่านั้น ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดการซื้อขายจริง เพราะผู้ลงทุนสามารถยกเลิกคำสั่งได้ตลอดเวลา

外盤 มากกว่า 內盤 แล้วจะขึ้นแน่หรือ? ความจริงเกี่ยวกับราคาตามราคาห้าช่อง

นักลงทุนระยะสั้นมักสนใจปริมาณการซื้อขายว่าเป็น 外盤 หรือ 內盤 ซึ่งเรียกว่าการเปรียบเทียบ “內外盤”

นิยามของอัตราส่วน內外盤: $$\text{內外盤比} = \frac{\text{ปริมาณ 內盤}}{\text{ปริมาณ 外盤}}$$

วิธีการวิเคราะห์:

  • 比值 > 1: ปริมาณ 內盤 มากกว่า 外盤 แสดงอารมณ์ตลาดเป็นลบ ฝ่ายขายผลักดันราคา ลดลง เป็นสัญญาณแนวโน้มขาลง
  • 比值 < 1: ปริมาณ 內盤 น้อยกว่า 外盤 แสดงอารมณ์ตลาดเป็นบวก ฝ่ายซื้อผลักดันราคา ขึ้นเป็นสัญญาณแนวโน้มขาขึ้น
  • 比值 = 1: ตลาดอยู่ในสมดุล ไม่แน่ใจแนวโน้ม

แต่สำคัญ: เมื่อ外盤 มากกว่า 內盤 ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาจะขึ้นเสมอไป ต้องใช้ร่วมกับปัจจัยอื่นประกอบ

ตัวอย่าง 4 สถานการณ์ในตลาดจริง:

สถานการณ์ สัญญาณ แนวโน้มต่อไป
外盤 > 內盤 และราคาขึ้น พร้อมปริมาณเพิ่ม สัญญาณซื้อที่แข็งแรง แนวโน้มระยะสั้นเป็นบวก
內盤 > 外盤 และราคาลง พร้อมปริมาณเพิ่ม สัญญาณขายที่แข็งแรง แนวโน้มระยะสั้นเป็นลบ
外盤 > 內盤 แต่ราคายังคงนิ่งหรือปรับตัวลง ระวัง “หลอกซื้อ” อาจเป็นกลลวงของฝ่ายขาย
內盤 > 外盤 แต่ราคาขึ้นช้า ๆ ระวัง “หลอกขาย” อาจเป็นกลลวงของฝ่ายซื้อ

กับดักการใช้ 外盤: จับกลยุทธ์ “หลอกซื้อ” และ “หลอกขาย” ของเจ้ามือ

หลายคนเมื่อใช้ 外盤 ในการวิเคราะห์ มักตกเป็นเหยื่อกลลวงของเจ้ามือ

กลลวง “หลอกซื้อ” (外盤ปลอม):
เจ้ามือวางคำสั่งขายจำนวนมากในราคาสูง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่ามีแรงซื้อเข้ามาเยอะ กระตุ้นให้รายย่อยตามซื้อเข้าไป แต่แท้จริงแล้วเจ้ามือเตรียมซื้อในราคาต่ำไว้แล้ว เมื่อรายย่อยเข้ามาเต็มที่ เจ้ามือก็ยกเลิกคำสั่งขายและเทขายในราคาต่ำ ทำให้ราคาหุ้นร่วงลง สังเกตได้จากราคาหุ้นนิ่ง ๆ มี 外盤 สูง แต่คำสั่งขายในระดับสูง (เช่น sell 1-3) เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

กลลวง “หลอกขาย” (內盤ปลอม):
เจ้ามือวางคำสั่งซื้อจำนวนมากในราคาต่ำ เพื่อสร้างภาพว่ามีแรงซื้อเข้ามาเยอะ กระตุ้นให้รายย่อยขายออก แต่แท้จริงแล้วเจ้ามือกำลังสะสมหุ้นในราคาต่ำ เมื่อรายย่อยขายหมด เจ้าก็ยกเลิกคำสั่งซื้อและผลักดันราคาขึ้น สังเกตได้จากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเล็กน้อย มี內盤 สูง แต่คำสั่งซื้อในระดับต่ำ (เช่น buy 1-3) เพิ่มขึ้น

วิธีป้องกัน:

  1. สังเกตว่าคำสั่งซื้อจริงมีการซื้อขายเกิดขึ้นหรือแค่คำสั่งลวง
  2. ดูปริมาณการซื้อขายร่วมด้วย เพราะกลลวงปลอมมักมีปริมาณไม่สม่ำเสมอ
  3. วิเคราะห์ตำแหน่งราคาสนับสนุนและแนวต้าน เพื่อความน่าเชื่อถือของสัญญาณ

จุดเข้าออกที่ดี: รวมการวิเคราะห์外盤 กับแนวรับแนวต้าน

นอกจากดูข้อมูล 外盤 และ內盤 แบบเรียลไทม์แล้ว การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็สำคัญ โดยเฉพาะการหา โซนแนวรับ (Support) และ แนวต้าน (Resistance)

แนวรับ (Support):
แม้จะมี內盤 มากกว่า外盤 (ดูเหมือนฝ่ายขายนำ) แต่ถ้าราคาหุ้นลงไปแล้วไม่ยอมร่วงต่อ แสดงว่ามีแรงซื้อในระดับราคานั้นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามี “แนวรับ” เกิดขึ้น นักลงทุนอาจพิจารณาซื้อในจุดนี้

แนวต้าน (Resistance):
แม้จะมี外盤 มากกว่า內盤 (ดูเหมือนฝ่ายซื้อชนะ) แต่ถ้าราคาขึ้นไม่ผ่านจุดหนึ่งและเกิดแรงขายออกมา ก็เป็นสัญญาณ “แนวต้าน” ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนขายทำกำไรหรือกลุ่มเดิมไม่อยากขาดทุน

คำแนะนำในเชิงปฏิบัติ:

  • สังเกตว่าราคาหุ้นเคลื่อนไหวในแนวรับหรือแนวต้านอย่างไร
  • ใช้ร่วมกับข้อมูล外盤/內盤 เพื่อยืนยันจุดเข้าออก
  • คำนึงถึงบริบทของแนวรับแนวต้านในแต่ละช่วงเวลา

สรุป: การผสมผสานข้อมูล外盤/內盤 กับแนวรับแนวต้าน จะช่วยให้คุณหาโอกาสเข้าเทรดในจุดที่มีความน่าจะเป็นสูงที่สุด

ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด