สูตรวิชาการเทรดฟอเร็กซ์: Sell Limit และ Buy Stop คืออะไร และวิธีใช้ให้ได้ผล

สำหรับผู้เทรดที่ต้องการเพิ่มโอกาสสำเร็จในตลาดฟอเร็กซ์ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างประเภทคำสั่งต่างๆ เป็นพื้นฐานที่ไม่อาจละเลยได้ โดยเฉพาะประเภทคำสั่ง Sell Limit และ Buy Stop ที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงและล็อกกำไร

ทำความเข้าใจคำสั่งเทรดฟอเร็กซ์: จาก Market Order ถึง Pending Order

ในตลาดฟอเร็กซ์ นักลงทุนสามารถเลือกใช้คำสั่งเทรดสองประเภทหลัก คำสั่งแบบทันทีที่เรียกว่า Market Order ซึ่งดำเนินการในราคาตลาดปัจจุบัน และคำสั่งที่รอดำเนินการหรือ Pending Order ที่จะเปิดตำแหน่งเมื่อตรงตามเงื่อนไขราคาที่กำหนด

Market Order ให้ความเพลิดเพลินของการเข้าออกตำแหน่งอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดำเนินการเทรดทันที อย่างไรก็ตาม ราคาจริงที่ดำเนินการอาจเบี่ยงเบนไปจากที่ต้องการได้ โดยเฉพาะช่วงเปิดตลาดหรือในช่วงข่าวสำคัญ

ในทางตรงกันข้าม Pending Order เสนอการวางแผนอย่างระเบียบและควบคุม โดยผู้เทรดสามารถตั้งราคาเข้าตำแหน่งล่วงหน้า และระบบจะดำเนินการโดยอัตโนมัติเมื่อตลาดถึงระดับนั้น

ศึกษาลึกลับคำสั่ง Buy Stop และ Sell Limit ที่แตกต่างกัน

Buy Stop: การซื้อในราคาสูงขึ้น

Buy Stop คือคำสั่งซื้อที่จะดำเนินการเมื่อราคาเพิ่มขึ้นถึงระดับที่กำหนดไว้ ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ผู้เทรดใช้คำสั่งนี้เพื่อทำกำไรจากการขาลุกตัวของแนวโน้มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าเมื่อราคาทะลุผ่านจุดแนวต้านหนึ่งแล้ว จะยังคงพุ่งขึ้นต่อไป

Sell Limit: การขายในราคาที่คุณต้องการ

Sell Limit คือ คำสั่งขายที่ดำเนินการในราคาที่กำหนดหรือสูงกว่า ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ลักษณะพิเศษของ Sell Limit คือให้ความมั่นใจว่าการขายจะได้ราคาตามที่ต้องการหรือดีกว่า เนื่องจากคำสั่งจะปฏิบัติเฉพาะในราคาที่กำหนดหรือสูงกว่านั้นเท่านั้น ทำให้หลีกเลี่ยงการค้าของราคา (slippage) ได้ดี

ผู้เทรดมักจะตั้ง Sell Limit เมื่อต้องการทำกำไรในระดับราคาที่เฉพาะเจาะจง โดยคาดการณ์ว่าตลาดจะปรับตัวลดลงหลังจากไปถึงจุดนั้น

Sell Stop: การป้องกันการขาดทุน

Sell Stop เป็นคำสั่งปิดตำแหน่งเมื่อราคาลดลงถึงระดับที่กำหนด ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน นี่คือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญ เพื่อจำกัดการขาดทุนในกรณีที่ตลาดเคลื่อนไหวไปทางตรงกันข้าม

Buy Limit: การซื้อในราคาถูก

Buy Limit เป็นคำสั่งซื้อในราคาที่กำหนดหรือต่ำกว่า เหมาะสำหรับผู้เทรดที่ต้องการเข้าซื้อในราคาที่ประหยัด โดยคาดว่าตลาดจะปรับตัวขึ้นหลังจากนั้น Buy Limit รับประกันราคาเข้าที่ดี และหลีกเลี่ยงการเข้าตำแหน่งในราคาที่ไม่สิ้นหวังได้

Pending Order: เครื่องมือเทรดที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้เทรดสมัยใหม่

Pending Order ให้ความอิสระในการวางแผนการเทรด ผู้เทรดสามารถตั้งหลายคำสั่งพร้อมกัน ระบุระดับราคาหลายจุด และปล่อยให้ระบบทำงาน ได้แก่:

  • Buy Stop: สำหรับการจับตลาดขาลุกตัว
  • Sell Stop: สำหรับการป้องกันตลาดขาตกตัว
  • Buy Limit: สำหรับการรออราคาลดมา
  • Sell Limit: สำหรับการทำกำไรที่ระดับราคาที่ต้องการ

ข้อดีของการใช้ Sell Limit และ Pending Order ในการเทรด

1. การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

ด้วยการตั้ง Sell Limit ร่วมกับ Stop Loss คุณสามารถกำหนดอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk-Reward Ratio) ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น สิ่งนี้ช่วยให้คุณไม่ตัดสินใจตามอารมณ์หรือความพึงพอใจในระยะสั้น

2. การทำงานแบบอัตโนมัติ

ไม่ต้องนั่งจ้องหน้าจอตลาดตลอดเวลา ระบบจะดำเนินการตามคำสั่งโดยอัตโนมัติ เมื่อตลาดถึงระดับที่กำหนด สิ่งนี้อนุญาตให้คุณดำเนินการกิจกรรมอื่นไปพร้อมกัน

3. การป้องกันอารมณ์ในการเทรด

ผู้เทรดมักทำการตัดสินใจที่ไม่มีเหตุผลเมื่อเห็นตลาดมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว Sell Limit ช่วยลบความตัดสินใจตามอารมณ์ออกไป เพราะการปิดตำแหน่งดำเนินการตามแผนที่วางไว้

ข้อเสียและความเสี่ยงที่ต้องระวัง

1. ความผันผวนของตลาดและ Gap Risk

ตลาดฟอเร็กซ์มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ หากเกิด Gap หรือการกระโดดของราคา คำสั่ง Sell Limit อาจไม่ได้รับการดำเนินการในราคาที่ต้องการ เนื่องจากราคาข้ามไปโดยตรง

2. พลาดโอกาสในการเทรด

หากตลาดไม่ไปถึงระดับราคาที่กำหนดใน Buy Stop หรือ Sell Limit คำสั่งนั้นจะไม่เปิดเลย ซึ่งอาจทำให้คุณพลาดโอกาสการเทรดที่ทำกำไรได้

3. เหตุการณ์ข่าวที่คาดเดาไม่ได้

เหตุการณ์ข่าวโลก เหตุการณ์ทางการเมือง หรือการประกาศของธนาคารกลางสามารถทำให้ราคากระเบิดอย่างกะทันหัน Sell Limit อาจถูกดำเนินการในราคาที่เลวกว่าที่คาดหวังบ่อยครั้ง

วิธีการตั้งคำสั่ง Sell Limit อย่างถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่แพลตฟอร์มเทรด

เลือกโบรกเกอร์ออนไลน์ที่คุณไว้วางใจ เข้าสู่ระบบบัญชี เปิดแพลตฟอร์มการซื้อขาย

ขั้นตอนที่ 2: เลือกสินทรัพย์และอินสตรูเมนต์

เลือกคู่สกุลเงินหรือสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด เช่น EUR/USD

ขั้นตอนที่ 3: เปิดหน้าต่างคำสั่ง

คลิกปุ่ม “ขาย” เลือก “Pending Order” จากเมนู

ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่า Sell Limit

  • เลือก “Sell Limit” จากประเภทคำสั่ง
  • ป้อนราคา Sell Limit ที่ต้องการ (สูงกว่าราคาปัจจุบัน)
  • กำหนดขนาดล็อต (เช่น 0.01 ล็อต)
  • ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่า Sell Limit เพื่อป้องกันการขาดทุน
  • ตั้ง Take Profit หากต้องการ (อาจไม่จำเป็นสำหรับ Sell Limit)

ขั้นตอนที่ 5: ยืนยันคำสั่ง

ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด คลิก “ยืนยัน” หรือ “วาง” เพื่อส่งคำสั่ง

ข้อผิดพลาดที่ผู้เทรดมักทำ

1. ไม่ใช้จุดหยุดการขาดทุน (Stop Loss)

หลายผู้เทรดเพิ่งตั้ง Sell Limit แต่ลืมตั้ง Stop Loss หากตลาดเคลื่อนไหวไปทางตรงกันข้าม การขาดทุนอาจไม่มีขีดจำกัด

2. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป

แม้ว่าเลเวอเรจช่วยให้ครอบคลุมตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น แต่มันก็เพิ่มความเสี่ยงในสัดส่วนเดียวกัน ความตัดสินใจที่ผิดพลาดหนึ่งครั้งอาจกำจัดบัญชีได้

3. ไม่มีแผนการเทรดที่ชัดเจน

การเทรดโดยไม่มีแผนนำไปสู่การตัดสินใจแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ทำให้ผลกำไรไม่เสถียร

4. ไม่บริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ต้องกำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่ยินดีเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้ง โดยทั่วไป ไม่ควรเสี่ยงมากกว่า 2% ของบัญชีต่อการเทรด

5. ความรีบด้วนในการวางคำสั่ง

การวาง Sell Limit โดยไม่วิเคราะห์ตลาดอย่างสมบูรณ์ นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ

เทคนิคการใช้ Sell Limit ให้สูงสุด

การรวมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค

ใช้ระดับแนวต้าน (Resistance) เป็นจุดตั้ง Sell Limit ร่วมกับตัวชี้วัด (Indicators) เช่น RSI หรือ MACD

การตั้งหลายระดับ

แทนที่จะตั้ง Sell Limit ที่ระดับเดียว ให้ตั้งหลายระดับเพื่อทำกำไรเป็นขั้นตอน สิ่งนี้ช่วยให้คุณรักษาตำแหน่งหากตลาดยังขึ้นต่อไป

การปรับคำสั่งตามสภาพตลาด

เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง ให้ตรวจสอบและปรับคำสั่ง Sell Limit ของคุณเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มใหม่

สรุป: Sell Limit และ Buy Stop คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญ

Sell Limit คือ เครื่องมือสำคัญในชุดอาวุธของนักลงทุนฟอเร็กซ์ ช่วยให้คุณทำกำไรในราคาที่ต้องการ เมื่อรวมกับ Buy Stop และคำสั่งอื่นๆ ทำให้คุณมีการควบคุมเต็มที่ต่อตำแหน่งของคุณ

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Sell Limit กับ Buy Stop และการนำไปใช้อย่างเหมาะสม สามารถพลิกกลับสภาพการเทรดของคุณได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เทรดมือใหม่หรือผู้เทรดที่มีประสบการณ์ การใช้คำสั่งเหล่านี้อย่างเฉลียวฉลาดพร้อมกับการบริหารความเสี่ยงที่สมบูรณ์ คือหัวใจของการเทรดที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว

ตำแหน่งของความขมขื่นหรือกำไรนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชค แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนที่ดี การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด และการใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เช่น Sell Limit อย่างเต็มศักยภาพ

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด