ทบทวนแต่ละการเทรดเพื่อเรียนรู้จากความสำเร็จและความผิดพลาด ดังที่ชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger) จากเบิร์กไชน์ แฮธาเวย์กล่าว ให้เก็บรักษาสิ่งที่ทำงานได้ดี: “We’ve had enough good sense when something is working very well to keep doing it. I’d say we’re demonstrating what might be called the fundamental algorithm of life — repeat what works.”
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
Forex และการเทรดหุ้นผ่านตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา: แนวทางสำหรับผู้เริ่มต้น
ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) เป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการซื้อขายวันละกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นสนามที่ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก บุคคลที่สนใจในการเทรดหุ้นหรือสินทรัพย์ทางการเงิน มักพบว่า forex เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยความสภาพคล่องสูงและความยืดหยุ่นในการทำกำไร
ตลาด Forex คืออะไร และเหตุใดการเทรดหุ้นแบบนี้จึงได้รับความนิยม
การเทรด forex นั่นหมายถึงการซื้อขายเงินตราของประเทศต่างๆ ในรูปแบบ “คู่เงิน” (Currency Pairs) เช่น USD/THB หรือ EUR/JPY คู่เงินแต่ละคู่จะประกอบด้วยเงินตราสองชนิด โดยเงินตราตัวแรกเรียกว่า Base Currency และตัวที่สองเป็น Quote Currency
ตัวอย่างเช่น การซื้อ USD/THB ที่ราคา 35.00 หมายความว่าคุณกำลังซื้อดอลลาร์สหรัฐ 1 ดอลลาร์ด้วยการใช้บาทไทย 35 บาท ในขณะที่การซื้อ EUR/USD ที่ 1.08 แสดงว่าคุณใช้ 1.08 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อ 1 ยูโร
ข้อดีที่สำคัญของการเทรดหุ้นแบบ Forex
สภาพคล่องที่มหาศาล: ปริมาณผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากหมายความว่าคุณสามารถเข้าและออกจากตำแหน่งที่ราคาตามต้องการได้ง่าย
ตลาดเปิดวันทั้งนัน: forex ทำการซื้อขายเกือบ 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ให้คุณเลือกเทรดในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ความนัดยืดหยุ่นในกลยุทธ์: คุณสามารถทำกำไรจากตลาดที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ด้วยการเปิดสถานะซื้อหรือขาย
การใช้ประโยชน์จากอัตราทด: คุณสามารถควบคุมเงินจำนวนมากด้วยเงินลงทุนน้อย ซึ่งเพิ่มศักยภาพของผลกำไร
การประกันความเสี่ยง: นักลงทุนสามารถใช้ forex เพื่อป้องกันพอร์ตการลงทุนจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ปัจจัยใดที่ส่งผลกระทบต่อราคา Forex
เนื่องจาก forex เปิดให้เทรดตลอดวัน การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองจึงมีผลกระทบอย่างรวดเร็ว:
นโยบายอัตราดอกเบี้ย: เมื่อธนาคารกลาง (เช่น Federal Reserve ของสหรัฐ หรือ Bank of Japan) เปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย ราคาเงินตราจะตอบสนองโดยไม่ช้า
ข้อมูลเศรษฐกิจ: ตัวเลขการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อ และปริมาณการส่งออก-นำเข้า ส่งสัญญาณเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและสกุลเงิน
การเคลื่อนไหวทุนสากล: นักลงทุนอาจย้ายเงินทุนไปยังประเทศที่มีโอกาสผลตอบแทนดีกว่า ซึ่งส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน
สภาพตลาดโลก: ราคาน้ำมัน ตลาดหุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ล้วนมีอิทธิพลต่อค่าเงินต่างประเทศ
ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย: ในช่วงที่มีความเสี่ยง นักลงทุนมักหันไปยังสกุลเงินที่ถือว่าปลอดภัย เช่น ดอลลาร์สหรัฐหรือเยนญี่ปุ่น
3 วิธีการเทรด Forex ที่มือใหม่ควรรู้
นักเทรดส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมีตัวเลือกหลัก 3 แบบ:
1. การซื้อขายเงินสดจริง (Spot Market)
นี่เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา: คุณนำเงินตราหนึ่งมาแลกเป็นอีกตัวหนึ่ง และเมื่อราคาเปลี่ยน คุณสามารถแลกกลับเพื่อรับรู้ผลกำไร ข้อเสีย คือต้องวางเงินเต็มจำนวน มีต้นทุนการเก็บรักษา และค่า spread มักสูง ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น
2. การเทรดสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures)
สัญญาฟิวเจอร์สถูกซื้อขายบนตลาดที่เป็นทางการ เช่น TFEX ของไทยหรือ CME ของชิคาโก ข้อดีรวมถึงสภาพคล่องที่สูง ความสามารถในการใช้อัตราทด และการเทรดที่เกือบตลอดเวลา แต่สัญญามักมีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับนักเทรดที่ต้องการเงินลงทุนน้อยกว่า
3. การเทรด CFDs บนค่าเงิน
Contracts for Difference (CFDs) เป็นสัญญาอนุพันธ์ที่ยืดหยุ่นสูงสุด คุณเทรดตามความเคลื่อนไหวของราคาโดยไม่ต้องถือเงินตราจริง ข้อดี:
อย่างไรก็ดี CFDs มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากอัตราทดที่สูงอาจนำไปสู่การปิดสัญญาบังคับ
คู่เงินที่เหมาะสำหรับการเทรด: ตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่
เมื่อเลือกคู่เงินเพื่อเทรด ให้พิจารณาปัจจัยเหล่านี้:
สภาพคล่อง: คู่เงินที่ได้รับความนิยมมากมี spread แคบและค่าธรรมเนียมต่ำ
ความผันผวน: ความผันผวนต่ำเกินไปอาจทำให้จับจังหวะได้ยาก แต่ความผันผวนสูงเกินไปยากต่อการจัดการความเสี่ยง ให้เลือกระดับที่สมดุล
เวลาเทรดที่เหมาะสม: EUR/USD เคลื่อนไหวมากที่สุดเมื่อตลาดยุโรปและสหรัฐเปิดทำการ (ประมาณ 12:00-20:00 น. เวลาไทย) USD/JPY ใช้เวลาเปิดตลาดโตเกียวและนิวยอร์ก
ข่าวและเหตุการณ์: หากคุณต้องการเทรดตามข่าว ให้เลือกคู่เงินที่ได้รับผลกระทบจากข่าวที่เกิดขึ้น
คู่เงินยอดนิยม 3 คู่:
EUR/USD - คู่ที่มีสภาพคล่องสูงสุดโลก ความผันผวนปานกลาง ทำให้เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้นถึงกลาง
USD/JPY - คู่ที่มีสภาพคล่องดี ผันผวนต่ำถึงปานกลาง แต่อาจผันผวนสูงขึ้นเมื่อมีการประกาศนโยบายจากธนาคารกลางญี่ปุ่น
GBP/USD - สภาพคล่องดี ผันผวนสูงเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองของสหราชอาณาจักร
5 ขั้นตอนเพื่อเริ่มต้นการเทรด Forex
ขั้นตอนที่ 1: เลือกคู่เงินและแพลตฟอร์มเทรด
กำหนดคู่เงินที่ตรงกับสไตล์และเป้าหมายของคุณ บริษัทโบรกเกอร์มากมายเสนอคู่เงินกว่า 60 คู่พร้อมข้อมูลราคาแบบเรียลไทม์ เครื่องมือวิเคราะห์ และแพลตฟอร์มเทรดที่ใช้งานง่าย
ขั้นตอนที่ 2: วิเคราะห์และตัดสินใจเปิดสถานะ
ตรวจสอบราคาปัจจุบันและใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคบนแพลตฟอร์ม จากนั้น:
ขั้นตอนที่ 3: ตั้งเงื่อนไขเพื่อบริหารความเสี่ยง
ใช้ Limit Orders เพื่อเข้าสถานะที่ราคาที่คุณต้องการ ตั้ง Stop Loss เพื่อจำกัดการขาดทุนโดยอัตโนมัติ หากราคาเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาด
ขั้นตอนที่ 4: ติดตามและจัดการสถานะ
สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของราคาและระดับเงินวางประกัน พอใจกับผลกำไรที่มี ปิดสถานะเมื่อราคาเป็นไปตามที่คาดหวัง
ขั้นตอนที่ 5: วิเคราะห์และปรับปรุง
ทบทวนแต่ละการเทรดเพื่อเรียนรู้จากความสำเร็จและความผิดพลาด ดังที่ชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger) จากเบิร์กไชน์ แฮธาเวย์กล่าว ให้เก็บรักษาสิ่งที่ทำงานได้ดี: “We’ve had enough good sense when something is working very well to keep doing it. I’d say we’re demonstrating what might be called the fundamental algorithm of life — repeat what works.”
ความเสี่ยงที่ต้องระวังในการเทรด Forex
การเทรด forex มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเมื่อใช้อัตราทด นี่คือข้อควรระวัง:
อัตราทดที่สูงเกินไป
อัตราทดที่เพิ่มเติมเพิ่มผลกำไรที่เป็นไปได้แต่ยังเพิ่มการสูญเสีย เมื่อการเคลื่อนไหวราคาเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่การปิดสัญญาบังคับ ให้ใช้อัตราทดที่สมดุลกับขนาดบัญชีและความผันผวนของตลาด
ขาดการเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวน
ข่าวทางเศรษฐกิจสำคัญ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ย หรือตัวเลขการจ้างงาน อาจทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขาดการป้องกันความเสี่ยงอย่างเพียงพอ อาจทำให้สูญเสียเงินจำนวนมาก
การเทรดบ่อยเกินไป
การเทรดมากเกินไปหมายการบังคับตัวเองให้เข้าเทรดที่ไม่คุ้มค่า การเทรดควรเลือกเฉพาะจุดที่มีแนวโน้มดีตามแผนของคุณ
สรุป
Forex และการเทรดหุ้นผ่านระบบ CFDs เป็นตลาดที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับนักลงทุนทั่วโลก ผู้เริ่มต้นควรเข้าใจพื้นฐาน ได้แก่ กลไกการทำงาน คู่เงินที่เหมาะสม และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แม้ว่า forex มีศักยภาพของผลกำไรสูง แต่มันต้องมีการศึกษา การฝึกฝน และการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด ให้เริ่มต้นด้วยอัตราทดต่ำ ขนาดตำแหน่งเล็กน้อย และการศึกษาต่อเนื่องเพื่อให้พัฒนาทักษะการเทรดอย่างยั่งยืน