This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น แต่ละโบรกเกอร์กำหนดอัตราเท่าไหร่จริง 2569
ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นคือ “ต้นทุนที่ไม่มองเห็น” ที่บั่นทำลายกำไรของนักลงทุนอย่างเงียบ ๆ จำนวนไม่น้อย ความเข้าใจเกี่ยวกับว่าแต่ละโบรกเกอร์เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นแตกต่างกันอย่างไร จึงมีความสำคัญเท่ากับการเลือกหุ้นที่ดี บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างค่าคอมของแต่ละโบรกเกอร์และวิธีเลือกที่ประหยัดที่สุด
ทำความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น
ถ้าต้องการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น ปัจจุบันนี้ไม่ยากแล้ว เพียงแค่ 24 ชั่วโมงคุณก็สามารถยืนยันตัวตนได้เรียบร้อย แล้วเมื่อมีทุนสักหมื่นบาทคุณก็ลงทุนได้แล้ว แต่ “ค่าธรรมเนียมที่อยู่เบื้องหลัง” นั่นแหละคือศัตรูกำไรของคุณที่แท้จริง
โบรกเกอร์แต่ละเจ้าไม่เพียงแต่คิดค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นแบบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น บางเจ้ายังเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ” ต่อวัน ซึ่งหมายความว่า ถ้าคุณซื้อหุ้นแค่สองสามตัวจะได้จ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึงซื้อสิบตัวขึ้นไป การรู้เรื่องนี้มีความจำเป็นต่อการเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับขนาดการลงทุนของคุณ
แต่ละโบรกเกอร์มีค่าธรรมเนียมต่างกันตามประเภทบัญชี
สำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คือ ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นจะแตกต่างกันไปตามประเภทบัญชีที่คุณใช้
บัญชี Cash Balance (ต้องฝากเงินเต็มก่อนซื้อ) มักมีอัตราค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด ประมาณ 0.10% - 0.15% ของมูลค่าการซื้อขาย เนื่องจากความเสี่ยงต่ำกว่า
บัญชี Cash Account (สามารถซื้อบนเครดิตและชำระต่อวันถัดไป) มีอัตราค่าธรรมเนียมสูงกว่า ประมาณ 0.20% ของมูลค่าการซื้อขาย เพราะโบรกเกอร์ต้องแบกรับความเสี่ยงมากขึ้น
อีกหนึ่งจุดที่ต้องสังเกต คือการบอกว่า “ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ” นั้นถือว่ามีความสำคัญมาก โบรกเกอร์ที่ไม่เรียกค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะเหมาะสำหรับนักลงทุนทุนน้อยมาก
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นของแต่ละโบรกเกอร์ในปี 2569
จากการรวบรวมข้อมูล ณ ปี 2569 โบรกเกอร์ไทยทั้ง 10 เจ้าขาดมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้:
*เงื่อนไข: ส่งคำสั่งผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเองและรับ E-Confirmation
เลือกโบรกเกอร์ไหนให้คุ้มค่าตามทุนลงทุนของคุณ
การเลือกโบรกเกอร์ไม่ควรดูเพียงแค่อัตราเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ต้องพิจารณาว่าขนาดการซื้อขายของคุณเข้ากับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของเจ้าไหนมากที่สุด
สำหรับผู้ที่ซื้อหุ้นน้อย (หรือทุนต่ำกว่า 50,000 บาท): ลิเบอเรเตอร์ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเนื่องจากค่าคอมเพียง 0.006% และไม่มีค่าขั้นต่ำเลย เมื่อซื้อหุ้นไม่กี่พันบาท คุณก็ไม่ต้องโกรธค่าธรรมเนียมลิปหนึ่งหรือสอง
สำหรับผู้ที่ซื้อหุ้นปริมาณปานกลาง (50,000 - 500,000 บาท): เอสบีไอ ไทยและบัวหลวงเป็นตัวเลือกที่สมดุลดี เอสบีไอมีอัตร 0.075% ในบัญชี Cash Balance ส่วนบัวหลวงไม่มีค่าขั้นต่ำถ้าใช้ E-Confirmation
สำหรับผู้ที่ซื้อหุ้นจำนวนมาก (มากกว่า 500,000 บาท): ทุกโบรกเกอร์ล้วนเหมาะสมเพราะค่าขั้นต่ำจะไม่เป็นปัญหา คุณสามารถเลือกตามบริการอื่น ๆ เช่น การวิเคราะห์ หรือ ดอกเบี้ยเงินฝาก
รายละเอียดค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นของแต่ละโบรกเกอร์
ลิเบอเรเตอร์ - อัตราค่าคอมต่ำที่สุด
ลิเบอเรเตอร์ยังคงมีจุดเด่นที่โดดเด่นด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมขั้นต่ำและอัตราที่เพียง 0.006% ต่อวัน ถือเป็นตัวเลือกที่ประหยัดค่าใช้งานที่สุด โดยปกติค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นในบัญชี Cash Balance และ Cash Account ต่างก็เท่ากันที่ 0.006% ทำให้การซื้อหุ้นจำนวนน้อยกลายเป็นคุ้มค่าขึ้นมา
เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ - อัตราเสมือนครึ่งหนึ่ง
เอสบีไอ ไทยออนไลน์เป็นโบรกเกอร์นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีอัตราค่าธรรมเนียมในบัญชี Cash Balance ที่ 0.075% ซึ่งเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของอัตราปกติ (0.15%) ในขณะที่บัญชี Cash Account คิด 0.10% โดยมีค่าขั้นต่ำ 50 บาท ถือเป็นอัตราที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการซื้อขายที่สม่ำเสมอ
บัวหลวง - ยุติธรรมสำหรับทุนน้อย
บัวหลวงเป็นโบรกเกอร์ของกลุ่มธนาคารกรุงเทพ ที่มีจุดเด่นด้านการไม่เรียกค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ (ภายใต้เงื่อนไขใช้ E-Confirmation) ค่าธรรมเนียมปกติ 0.15% สำหรับ Cash Balance และ 0.20% สำหรับ Cash Account ทำให้ใครที่มีทุนน้อยแต่อยากลงทุนหุ้นมีโอกาสดีในการเริ่มต้น
กรุงไทย X Spring - ปราศจากค่าขั้นต่ำอย่างสมบูรณ์
กรุงไทย X Spring เป็นธุรกิจร่วมระหว่างกรุงไทยและเอ็กซ์สปริงแคปปิตอล โบรกเกอร์นี้ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำแม่แต่อย่างไร ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการซื้อขายเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อยครั้ง ค่าธรรมเนียมวัตถุประสงค์ 0.15% และ 0.20% ตามประเภทบัญชี
ธนชาต - ค่าดอกเบี้ยพิเศษเสริมทุก
ธนชาตมีค่าธรรมเนียมมาตรฐาน 0.15% และ 0.20% พร้อมค่าขั้นต่ำ 50 บาท แต่จุดเด่นคือหากคุณเปิดบัญชีการเงินและฝากเงินไว้ในบัญชีซื้อขายหุ้น คุณจะได้รับดอกเบี้ยพิเศษในอัตรา 1% ต่อปี ซึ่งเป็นความได้เปรียบที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีเงินสะสมในบัญชี
ฟิลลิปส์ - ค่าขั้นต่ำต่ำสุดในตลาด
ฟิลลิปส์นำเสนอค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่ต่ำที่สุดในตลาดเพียง 30 บาทต่อวัน ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ซื้อขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่าธรรมเนียมปกติ 0.15% และ 0.20% ตามประเภทบัญชี
ตัวเลือกอื่น ๆ
อินโนเวสท์ เอกซ์ (ต่อมาจากหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์) กสิกรไทย ยูโอบี และทิสโก้ ล้วนมีค่าธรรมเนียมมาตรฐานของตลาด คือ 0.15% และ 0.20% ตามประเภทบัญชี โดยส่วนใหญ่มีค่าขั้นต่ำ 50 บาท การเลือกเจ้าใดเจ้าหนึ่งจากกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับบริการเสริมอื่น ๆ เช่น การวิเคราะห์ ระบบซื้อขายออนไลน์ หรือความสะดวกในการบริการ
ที่มาของค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นและการคำนวณอย่างง่าย
นักลงทุนไม่สามารถไปหาคู่ค้าแบบตัวต่อตัวเพื่อซื้อหุ้น เพราะเราไม่รู้ว่าใครกำลังขายและราคาเท่าไหร่ กำกับดูแลจึงกำหนดให้การซื้อขายต้องผ่านตลาดหลักทรัพย์เป็นทางการ เพื่อให้ปลอดภัยและมีความเชื่อถือได้
โบรกเกอร์เข้ามาบทบาทเป็นตัวกลาง ดำเนินงานเป็นผู้ประสานงาน ยามุ่งเน้นด้านการให้บริการให้กับนักลงทุน และโบรกเกอร์ก็ต้องมีรายได้จากการทำงานนี้ ซึ่งมาจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นเป็นหลัก
การคำนวณอย่างง่าย ๆ: ถ้าคุณซื้อหุ้นมูลค่า 100,000 บาท กับโบรกเกอร์ที่คิด 0.15%:
กับโบรกเกอร์ที่คิด 0.006% (ลิเบอเรเตอร์):
ความแตกต่างถึง 154 บาทต่อแต่ละครั้ง หากคุณซื้อขายสัปดาห์ละครั้ง ในปีหนึ่งจะหลุดไปเกือบหมื่นบาท
ค่าธรรมเนียมซื้อขาย CFD หุ้นกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ
นอกจากการซื้อขายหุ้นแบบธรรมชาติแล้ว นักลงทุนยังสามารถใช้ CFD (Contracts for Difference) เพื่อเทรดหุ้น CFD เป็นเครื่องมือทางการเงินที่อนุญาตให้คุณเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของหุ้นจริงจริง
ข้อดีของ CFD ที่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียม:
เปรียบเทียบโบรกเกอร์ CFD ระดับนานาชาติ:
ข้อควรระวัง: CFD มีความเสี่ยงสูง การใช้ Leverage (อัตราทด) ที่สูงสามารถเพิ่มทั้งกำไรและขาดทุนได้อย่างมหาศาล สำหรับผู้เริ่มต้นควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลแน่นหนา
สรุป: เลือกค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นให้เหมาะกับตัวคุณ
ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น ของแต่ละโบรกเกอร์เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของการลงทุนในระยะยาว การประหยัดค่าธรรมเนียมแม้เพียง 0.1% ในแต่ละครั้ง ในปีหนึ่งก็อาจหลุดไปหลายพันบาท
ข้อแนะนำสุดท้าย:
โปรดจำไว้ว่า ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนการลงทุน ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น คุณภาพของบริการและระบบซื้อขายที่ต้องพิจารณาด้วย
หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียมในบทความนี้ใช้เป็นอัตราการซื้อขายด้วยตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ตที่มีค่าธรรมเนียมต่ำสุด ค่าธรรมเนียมผ่านผู้แนะนำการลงทุนอาจสูงกว่ามากคร่าว 0.25% ของมูลค่าการซื้อขาย นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากตลาดหลักทรัพย์ (0.007%) ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และอื่น ๆ