เป็นรูปแบบที่อยู่ระหว่าง Day Trading และ Long Term Trading โดยนักเทรดจะถือครองตำแหน่งเป็นวัน หรือเป็นอาทิตย์ เพื่อจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคาที่มีขนาดใหญ่กว่า
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
Trading คือ การตัดสินใจด้วยข้อมูล: ปลดล็อกกำไรได้อย่างไร
สำหรับผู้ที่สนใจในโลกการเงิน trading คือ กิจกรรมที่ต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และการจัดการอารมณ์อย่างรอบคอบ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจการเทรดจากมุมมองของนักลงทุนที่มีประสบการณ์ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าการเทรดคืออะไร และจะสร้างรายได้ได้อย่างไร
ความหมายแท้จริงของการเทรด และเหตุใดจึงแตกต่างจากการลงทุนแบบดั้งเดิม
การเทรดนั้นไม่ใช่เพียงแค่การซื้อและขายสินทรัพย์ที่นั่นได้ Trading คือ ศิลปะในการอ่านตลาด และการประเมินราคาอย่างไดนามิก นักเทรดจะไม่นั่งรอให้สินทรัพย์ขึ้นค่าในระยะยาว แต่พวกเขาจะค้นหาโอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นและลดลง ในแต่ละวัน หรือแต่ละชั่วโมง
ตลาดการเงินมีสินทรัพย์ที่หลากหลายให้เลือก - ตั้งแต่หุ้นของบริษัทชั้นนำอย่าง Microsoft (MSFT) กับ Apple (AAPL) ไปจนถึงสกุลเงินต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐเทียบกับเยนญี่ปุ่น หรือแม้แต่สินค้าโภคภัณฑ์บนตลาด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่อยู่ด้านหลังการเทรดก็มีอยู่เสมอ ไม่มีกลยุทธ์ใดที่รับประกันว่าจะได้กำไร 100%
สามวิถีทางของนักเทรด: Day Trading, Swing Trading, และ Long Term Trading
ระบบการเทรดนั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวิธีการและระยะเวลาที่นักเทรดเลือก
Day Trading: ทำกำไรภายในวันเดียว
เป็นรูปแบบการเทรดที่เน้นความเร็ว นักเทรดจะเปิดและปิดตำแหน่งภายในวันเดียว หรือแม้แต่ภายในไม่กี่นาที วิธีนี้ใช้เงินทุนน้อย แต่ผลตอบแทนอาจสูงได้ด้วยการใช้ leverage (เลเวอเรจ)
ข้อดี:
ข้อเสีย:
Swing Trading: ทำกำไรในระยะกลาง
เป็นรูปแบบที่อยู่ระหว่าง Day Trading และ Long Term Trading โดยนักเทรดจะถือครองตำแหน่งเป็นวัน หรือเป็นอาทิตย์ เพื่อจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคาที่มีขนาดใหญ่กว่า
ข้อดี:
ข้อเสีย:
Long Term Trading: สร้างผลตอบแทนระยะยาว
นักเทรดจะถือครองสินทรัพย์เป็นสัปดาห์ เดือน หรือแม้แต่ปี พวกเขาวิเคราะห์แนวโน้มกว้าง ๆ แล้วรอให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด
ข้อดี:
ข้อเสีย:
ห้าระเบียบการที่นักเทรดมืออาชีพต้องปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน
1. ศึกษาตัวเองก่อนว่าคุณต้องการอะไร
ก่อนเริ่มต้น ให้ถามตัวเองว่า คุณเทรดเพื่อออมเงิน? เพื่อสร้างรายได้เสริม? หรือเพื่อเก็บไว้สำหรับการเกษียณ? คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกวิธีการเทรดที่เหมาะสม
2. หาความรู้อย่างต่อเนื่อง
การเทรดเป็นสนามที่ต้องการการศึกษาอย่างไม่หยุด อ่านบทความ ศึกษาคู่มือ ลองเทรดผ่านบัญชีสาธารณะ เพื่อให้คุณเข้าใจตลาดได้ลึกขึ้น
3. เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะทาง
นักเทรดต้องเข้าใจคำศัพท์มากมาย เช่น Leverage (เลเวอเรจ), CFD (สัญญาราคาต่างลอย), Scalping (ตัดหน้าเล็ก ๆ) ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้การเทรดเรียบเรียง
4. จัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
ตั้งข้อตกลงกับตัวเองว่าคุณสามารถรับมือขาดทุนได้เท่าไหร่ การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นข้อบังคับ
5. เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ
เว็บเทรดมีมากมายในตลาด แต่คุณควรเลือกที่มีค่าธรรมเนียมเหมาะสม บริการลูกค้าที่ดี และได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ASIC หรือ FSC นอกจากนี้ ให้ศึกษาเครื่องมือการวิเคราะห์ที่มีให้เสมอ
กรอบการวิเคราะห์ที่นักเทรดมืออาชีพใช้
การวิเคราะห์ปัจจัยเศรษฐกิจ (Macroeconomic Analysis)
นักเทรดต้องเข้าใจแนวโน้มเศรษฐกิจในตอนนี้ ราคาดอกเบี้ย การบริหารนโยบาย และข้อมูลอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อตลาดโดยรวม
การวิเคราะห์ประเภทอุตสาหกรรม (Sector Analysis)
ไม่ใช่ทุกอุตสาหกรรมจะเติบโตในช่วงเวลาเดียวกัน นักเทรดจึงควรสังเกตว่าอุตสาหกรรมใดกำลังขยายตัว และอุตสาหกรรมใดกำลังเสื่อมถอย
การวิเคราะห์บริษัท (Fundamental Analysis)
ศึกษากำไรขาดทุน อัตราส่วนหนี้ สินทรัพย์ และปัจจัยภายในบริษัท เพื่อตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่
ตรรมนวิธีสำหรับการเทรดประเภทต่าง ๆ
การเทรดหุ้น (Stock Trading)
เป็นการซื้อขายหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คุณต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ ซึ่งจะทำหน้าที่รับคำสั่งของคุณและส่งไปยังระบบเทรดอัตโนมัติ
การเทรดหุ้นไม่ผิดกฎหมาย แต่นักเทรดต้องรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง ควรเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงาน ASIC หรือ FCA เพื่อหลีกเลี่ยงการฉ้อโกง
ทำไมจึงเลือกเทรดหุ้น? ตลาดหุ้นแม้จะผันผวนแต่จะปรับตัวขึ้นในระยะยาว บริษัทดี ๆ มักจ่ายปันผล ทำให้หุ้นเป็นวิธีที่ดีในการเก็บเงินและสร้างความมั่งคั่ง
การเทรดคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency Trading)
คริปโท (Cryptocurrency) คือสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีตัวตน ค่าของมันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้
นักเทรดคริปโทนิยมใช้ Scalping (ตัดหน้าเล็ก ๆ) - วิธีเทรดระยะสั้นที่สุดที่จับจังหวะเคลื่อนไหวราคาเล็กน้อยแล้วรีบขายเพื่อทำกำไรในไม่กี่นาที บางครั้งเปิด Position หลายสิบหรือนับร้อยตำแหน่งพร้อม ๆ กัน
การเทรด Forex (Foreign Exchange)
Forex คือการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตลาด Forex เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดทำการ 24 ชั่วโมง เกือบตลอดสัปดาห์
จุดดีของ Forex คือใช้เงินทุนต่ำแต่สามารถสร้างกำไรสูงได้ด้วย leverage แต่ต้องระวังเพราะ leverage ก็ทำให้ขาดทุนได้สูงเท่า ๆ กัน
คู่เงิน Forex ที่นิยมเทรด ได้แก่:
การเทรด CFD (Contract for Difference)
CFD เป็นเครื่องมือที่ให้คุณเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของจริง ๆ ใช้เงินทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
การเทรดทองคำ (Gold Trading)
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ความผันผวนของมันต่ำกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ นักเทรดนิยมใช้ CFD ในการเทรดทองคำ เพราะไม่ต้องถือทองเอาไว้กับตัว
ความสำเร็จในการเทรด: ห้าหลักการที่ต้องจำ
1. หาความรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
อ่านบทความ ซื้อหนังสือ เข้าร่วมสัมมนา การศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นกุญแจสำคัญ
2. ฝึกฝนจนกว่าจะชำนาญ
บัญชีสาธารณะ (Demo Account) เป็นอาวุธที่สำคัญ ลองฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง จนกว่าคุณจะคุ้นเคยกับตลาด
3. อย่าให้อารมณ์ควบคุมการตัดสินใจ
ความโลภและความกลัวเป็นศัตรูของนักเทรด พยายามให้เหตุผลและข้อมูลที่นำทางการตัดสินใจของคุณ
4. ความสม่ำเสมอและวินัย
ไม่มีนักเทรดคนไหนชนะ 100% แต่วินัยสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
5. เลือกโบรกเกอร์ที่ถูกต้อง
เลือกโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียง ค่าธรรมเนียมเหมาะสม บริการลูกค้าดี และได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่มีความเชื่อถือ
บทสรุป
Trading คือ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการอ่านตลาดและการตัดสินใจอย่างสุคร้อต นักเทรดต้องศึกษาอย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งแรก
ไม่มีวิธีใดรับประกันผลกำไร 100% แต่เมื่อคุณปรึกษาพยายาม เรียนรู้จากประสบการณ์ และมีวินัยอย่างสม่ำเสมอ คุณสามารถสร้างโอกาสทำกำไรที่ดีได้ เลือกวิธีการเทรด รูปแบบ และโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับตัวคุณ และเริ่มต้นด้วยความระมัดระวัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรด
คุณสามารถเทรดได้ด้วยวิธีใดบ้าง?
คุณสามารถเทรดผ่านสินทรัพย์ที่หลากหลาย ได้แก่ หุ้น คริปโท Forex และทองคำ การใช้ leverage สามารถเพิ่มผลกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน
การเทรด มีจุดประสงค์อะไร?
การเทรดมีจุดประสงค์คือการสร้างรายได้จากการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น แตกต่างจากการลงทุนแบบถือครองไว้ (Buy and Hold) นักเทรดแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าในช่วงเวลาที่สั้นกว่า
ความเสี่ยงของการเทรดคืออะไร?
ความเสี่ยงหลักคือการขาดทุน ราคาสินทรัพย์ผันผวน และการใช้ leverage สามารถขยายขาดทุนได้เร็ว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการฉ้อโกงหากเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ