Trading คือ การตัดสินใจด้วยข้อมูล: ปลดล็อกกำไรได้อย่างไร

สำหรับผู้ที่สนใจในโลกการเงิน trading คือ กิจกรรมที่ต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และการจัดการอารมณ์อย่างรอบคอบ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจการเทรดจากมุมมองของนักลงทุนที่มีประสบการณ์ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าการเทรดคืออะไร และจะสร้างรายได้ได้อย่างไร

ความหมายแท้จริงของการเทรด และเหตุใดจึงแตกต่างจากการลงทุนแบบดั้งเดิม

การเทรดนั้นไม่ใช่เพียงแค่การซื้อและขายสินทรัพย์ที่นั่นได้ Trading คือ ศิลปะในการอ่านตลาด และการประเมินราคาอย่างไดนามิก นักเทรดจะไม่นั่งรอให้สินทรัพย์ขึ้นค่าในระยะยาว แต่พวกเขาจะค้นหาโอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นและลดลง ในแต่ละวัน หรือแต่ละชั่วโมง

ตลาดการเงินมีสินทรัพย์ที่หลากหลายให้เลือก - ตั้งแต่หุ้นของบริษัทชั้นนำอย่าง Microsoft (MSFT) กับ Apple (AAPL) ไปจนถึงสกุลเงินต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐเทียบกับเยนญี่ปุ่น หรือแม้แต่สินค้าโภคภัณฑ์บนตลาด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่อยู่ด้านหลังการเทรดก็มีอยู่เสมอ ไม่มีกลยุทธ์ใดที่รับประกันว่าจะได้กำไร 100%

สามวิถีทางของนักเทรด: Day Trading, Swing Trading, และ Long Term Trading

ระบบการเทรดนั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวิธีการและระยะเวลาที่นักเทรดเลือก

Day Trading: ทำกำไรภายในวันเดียว

เป็นรูปแบบการเทรดที่เน้นความเร็ว นักเทรดจะเปิดและปิดตำแหน่งภายในวันเดียว หรือแม้แต่ภายในไม่กี่นาที วิธีนี้ใช้เงินทุนน้อย แต่ผลตอบแทนอาจสูงได้ด้วยการใช้ leverage (เลเวอเรจ)

ข้อดี:

  • ได้กำไรเร็วจากความผันผวนรายวัน
  • ไม่ต้องนั่งเฝ้าพอร์ตหุ้นหลายวัน
  • ได้รับประโยชน์จากโอกาสการเทรดที่หลากหลายในแต่ละวัน

ข้อเสีย:

  • ต้นทุนค่าธรรมเนียมสูงเพราะเทรดบ่อยครั้ง
  • ความผันผวนของราคาทำให้ขาดทุนได้อย่างรวดเร็ว
  • ต้องมีประสบการณ์สูงและติดตามตลาดตลอดเวลา

Swing Trading: ทำกำไรในระยะกลาง

เป็นรูปแบบที่อยู่ระหว่าง Day Trading และ Long Term Trading โดยนักเทรดจะถือครองตำแหน่งเป็นวัน หรือเป็นอาทิตย์ เพื่อจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคาที่มีขนาดใหญ่กว่า

ข้อดี:

  • ใช้เวลาฝ้าหน้าจอน้อยกว่า Day Trading
  • ต้นทุนค่าธรรมเนียมต่ำกว่า
  • เหมาะสำหรับคนที่ทำงานประจำ

ข้อเสีย:

  • ต้องติดตามตลาดและมีวินัยสูง
  • ความเสี่ยงจากการถือครองตำแหน่งนานอาจเกิดขึ้น

Long Term Trading: สร้างผลตอบแทนระยะยาว

นักเทรดจะถือครองสินทรัพย์เป็นสัปดาห์ เดือน หรือแม้แต่ปี พวกเขาวิเคราะห์แนวโน้มกว้าง ๆ แล้วรอให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด

ข้อดี:

  • มีความเครียดน้อย ไม่ต้องติดตามทุกชั่วโมง
  • โอกาสทำกำไรมากขึ้นเมื่อเทรดหลายครั้ง
  • สามารถทำงานประจำและเทรดไปพร้อม ๆ กัน

ข้อเสีย:

  • ต้องมีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยเศรษฐกิจ
  • ไม่เหมาะกับคนใจร้อนที่ต้องการกำไรเร็ว

ห้าระเบียบการที่นักเทรดมืออาชีพต้องปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

1. ศึกษาตัวเองก่อนว่าคุณต้องการอะไร

ก่อนเริ่มต้น ให้ถามตัวเองว่า คุณเทรดเพื่อออมเงิน? เพื่อสร้างรายได้เสริม? หรือเพื่อเก็บไว้สำหรับการเกษียณ? คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกวิธีการเทรดที่เหมาะสม

2. หาความรู้อย่างต่อเนื่อง

การเทรดเป็นสนามที่ต้องการการศึกษาอย่างไม่หยุด อ่านบทความ ศึกษาคู่มือ ลองเทรดผ่านบัญชีสาธารณะ เพื่อให้คุณเข้าใจตลาดได้ลึกขึ้น

3. เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะทาง

นักเทรดต้องเข้าใจคำศัพท์มากมาย เช่น Leverage (เลเวอเรจ), CFD (สัญญาราคาต่างลอย), Scalping (ตัดหน้าเล็ก ๆ) ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้การเทรดเรียบเรียง

4. จัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด

ตั้งข้อตกลงกับตัวเองว่าคุณสามารถรับมือขาดทุนได้เท่าไหร่ การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นข้อบังคับ

5. เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ

เว็บเทรดมีมากมายในตลาด แต่คุณควรเลือกที่มีค่าธรรมเนียมเหมาะสม บริการลูกค้าที่ดี และได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ASIC หรือ FSC นอกจากนี้ ให้ศึกษาเครื่องมือการวิเคราะห์ที่มีให้เสมอ

กรอบการวิเคราะห์ที่นักเทรดมืออาชีพใช้

การวิเคราะห์ปัจจัยเศรษฐกิจ (Macroeconomic Analysis)

นักเทรดต้องเข้าใจแนวโน้มเศรษฐกิจในตอนนี้ ราคาดอกเบี้ย การบริหารนโยบาย และข้อมูลอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อตลาดโดยรวม

การวิเคราะห์ประเภทอุตสาหกรรม (Sector Analysis)

ไม่ใช่ทุกอุตสาหกรรมจะเติบโตในช่วงเวลาเดียวกัน นักเทรดจึงควรสังเกตว่าอุตสาหกรรมใดกำลังขยายตัว และอุตสาหกรรมใดกำลังเสื่อมถอย

การวิเคราะห์บริษัท (Fundamental Analysis)

ศึกษากำไรขาดทุน อัตราส่วนหนี้ สินทรัพย์ และปัจจัยภายในบริษัท เพื่อตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่

ตรรมนวิธีสำหรับการเทรดประเภทต่าง ๆ

การเทรดหุ้น (Stock Trading)

เป็นการซื้อขายหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คุณต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ ซึ่งจะทำหน้าที่รับคำสั่งของคุณและส่งไปยังระบบเทรดอัตโนมัติ

การเทรดหุ้นไม่ผิดกฎหมาย แต่นักเทรดต้องรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง ควรเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงาน ASIC หรือ FCA เพื่อหลีกเลี่ยงการฉ้อโกง

ทำไมจึงเลือกเทรดหุ้น? ตลาดหุ้นแม้จะผันผวนแต่จะปรับตัวขึ้นในระยะยาว บริษัทดี ๆ มักจ่ายปันผล ทำให้หุ้นเป็นวิธีที่ดีในการเก็บเงินและสร้างความมั่งคั่ง

การเทรดคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency Trading)

คริปโท (Cryptocurrency) คือสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีตัวตน ค่าของมันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้

นักเทรดคริปโทนิยมใช้ Scalping (ตัดหน้าเล็ก ๆ) - วิธีเทรดระยะสั้นที่สุดที่จับจังหวะเคลื่อนไหวราคาเล็กน้อยแล้วรีบขายเพื่อทำกำไรในไม่กี่นาที บางครั้งเปิด Position หลายสิบหรือนับร้อยตำแหน่งพร้อม ๆ กัน

การเทรด Forex (Foreign Exchange)

Forex คือการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตลาด Forex เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดทำการ 24 ชั่วโมง เกือบตลอดสัปดาห์

จุดดีของ Forex คือใช้เงินทุนต่ำแต่สามารถสร้างกำไรสูงได้ด้วย leverage แต่ต้องระวังเพราะ leverage ก็ทำให้ขาดทุนได้สูงเท่า ๆ กัน

คู่เงิน Forex ที่นิยมเทรด ได้แก่:

  • EUR/USD (ยูโร - ดอลลาร์สหรัฐ)
  • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ - เยนญี่ปุ่น)
  • GBP/USD (ปอนด์สหราชอาณาจักร - ดอลลาร์สหรัฐ)

การเทรด CFD (Contract for Difference)

CFD เป็นเครื่องมือที่ให้คุณเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของจริง ๆ ใช้เงินทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน

การเทรดทองคำ (Gold Trading)

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ความผันผวนของมันต่ำกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ นักเทรดนิยมใช้ CFD ในการเทรดทองคำ เพราะไม่ต้องถือทองเอาไว้กับตัว

ความสำเร็จในการเทรด: ห้าหลักการที่ต้องจำ

1. หาความรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

อ่านบทความ ซื้อหนังสือ เข้าร่วมสัมมนา การศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นกุญแจสำคัญ

2. ฝึกฝนจนกว่าจะชำนาญ

บัญชีสาธารณะ (Demo Account) เป็นอาวุธที่สำคัญ ลองฝึกเทรดด้วยเงินเสมือนจริง จนกว่าคุณจะคุ้นเคยกับตลาด

3. อย่าให้อารมณ์ควบคุมการตัดสินใจ

ความโลภและความกลัวเป็นศัตรูของนักเทรด พยายามให้เหตุผลและข้อมูลที่นำทางการตัดสินใจของคุณ

4. ความสม่ำเสมอและวินัย

ไม่มีนักเทรดคนไหนชนะ 100% แต่วินัยสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

5. เลือกโบรกเกอร์ที่ถูกต้อง

เลือกโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียง ค่าธรรมเนียมเหมาะสม บริการลูกค้าดี และได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่มีความเชื่อถือ

บทสรุป

Trading คือ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการอ่านตลาดและการตัดสินใจอย่างสุคร้อต นักเทรดต้องศึกษาอย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งแรก

ไม่มีวิธีใดรับประกันผลกำไร 100% แต่เมื่อคุณปรึกษาพยายาม เรียนรู้จากประสบการณ์ และมีวินัยอย่างสม่ำเสมอ คุณสามารถสร้างโอกาสทำกำไรที่ดีได้ เลือกวิธีการเทรด รูปแบบ และโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับตัวคุณ และเริ่มต้นด้วยความระมัดระวัง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรด

คุณสามารถเทรดได้ด้วยวิธีใดบ้าง?

คุณสามารถเทรดผ่านสินทรัพย์ที่หลากหลาย ได้แก่ หุ้น คริปโท Forex และทองคำ การใช้ leverage สามารถเพิ่มผลกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน

การเทรด มีจุดประสงค์อะไร?

การเทรดมีจุดประสงค์คือการสร้างรายได้จากการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น แตกต่างจากการลงทุนแบบถือครองไว้ (Buy and Hold) นักเทรดแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าในช่วงเวลาที่สั้นกว่า

ความเสี่ยงของการเทรดคืออะไร?

ความเสี่ยงหลักคือการขาดทุน ราคาสินทรัพย์ผันผวน และการใช้ leverage สามารถขยายขาดทุนได้เร็ว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการฉ้อโกงหากเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด