คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า Long คือ อะไร เพราะเห็นเทรดเดอร์พูดถึงมันอยู่เสมอ? ในความจริง Long และ Short เป็นสองสั่งพื้นฐานที่ทำให้นักเทรดสามารถหาเงินจากทั้งการขึ้นและลงของตลาด และวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจทั้งสองแนวทางนี้อย่างลึกซึ้งเพื่อให้คุณเริ่มจับกำไรได้อย่างมั่นใจ
Short Position มีข้อดีคือคุณไม่ต้องรอให้ตลาดเป็นขาขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถทำกำไรได้เมื่อตลาดลง ซึ่งเป็นความยืดหยุ่นที่นักเทรดต้องการ
ความแตกต่างหลักระหว่าง Long และ Short
Long คือ การซื้อคำสั่งที่ต้องรอให้ราคาขึ้น ขาดทุนเกิดขึ้นเมื่อราคาลด
Short คือ การขายคำสั่งที่ต้องรอให้ราคาลด ขาดทุนเกิดขึ้นเมื่อราคาขึ้น
ทั้ง Long และ Short ต้องใช้กับเครื่องมืออนุพันธ์เท่านั้น เช่น Derivatives, CFD, Tfex หรือ BlockTrade ไม่ใช่ทุกตลาดจะให้ใช้ Short ได้เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง
Long และ Short เป็นสองฝั่งของเหรียญเดียวกัน - ทั้งคู่ล้วนเป็นวิธีการหาผลกำไรจากความผันผวนของตลาด ความแตกต่างคือ Long ต้องการให้ราคาขึ้น ส่วน Short ต้องการให้ราคาลด
เมื่อคุณเข้าใจ Long คือ และมีความเข้าใจ Short ด้วย คุณก็จะมีความยืดหยุ่นและโอกาสในการเทรดมากขึ้น ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ตลาดของคุณและการจัดการความเสี่ยงที่ดี
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
Long คือ อะไร: วิธีหาผลกำไรจากการขึ้นและลงของตลาด
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า Long คือ อะไร เพราะเห็นเทรดเดอร์พูดถึงมันอยู่เสมอ? ในความจริง Long และ Short เป็นสองสั่งพื้นฐานที่ทำให้นักเทรดสามารถหาเงินจากทั้งการขึ้นและลงของตลาด และวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจทั้งสองแนวทางนี้อย่างลึกซึ้งเพื่อให้คุณเริ่มจับกำไรได้อย่างมั่นใจ
ตัวอย่างการเทรดจริง: Long และ Short ทำงานอย่างไร
ลองเอาชีวิตจริงมาดู สมมติคุณเป็นนักเทรดคนหนึ่ง และคุณได้ข่าวดีเกี่ยวกับบริษัท PEAR ว่าผลประกอบการสวยงาม คุณคิดว่าราคาหุ้นจะขึ้น ทำให้คุณตัดสินใจจะ “ซื้อ” หุ้น 100 หุ้นที่ราคา 350 เหรียญ
หากคิดว่าหุ้นจะขึ้น และคุณซื้อแล้วราคาขึ้นจริงเป็น 400 เหรียญ คุณก็ขายมันทำกำไรได้ 5,000 เหรียญ นี่คือการใช้ Long - ซื้อถูกขายแพง
แต่ถ้าคุณได้ข่าวลือว่าบริษัท ORANGE จะมีปัญหาด้านการส่งออก ราคาหุ้นอาจลดลง คุณก็เลือกที่จะ “ขายก่อน” หุ้น 100 หุ้นที่ราคา 350 เหรียญ (โดยการยืมหุ้นจากโบรกเกอร์) จากนั้นเมื่อราคาลดลงเหลือ 300 เหรียญ คุณก็ซื้อหุ้นคืนและคืนให้โบรกเกอร์ ได้กำไรออกมา 5,000 เหรียญ นี่คือการใช้ Short - ขายแพงซื้อคืนถูก
Long Position: การซื้อเพื่อรอขาย
Long คือ สั่งการซื้อสินค้าที่คุณเชื่อว่าราคาจะสูงขึ้นต่อไป เมื่อคุณเปิด Long Position คุณจึงต้องรอให้ราคาขึ้นเพื่อปิดสถานะด้วยการขาย
ตัวอย่างเช่น: นักเทรดเปิด Long ที่ราคา 41 บาท แต่ราคาไม่ได้ขึ้นตามที่คาด กลับลดลงเป็น 40 บาท เขาจึงทำการปิดสถานะและต้องรับผลขาดทุน 1 บาท
Long Position ทำให้คุณสามารถทำกำไรได้เมื่อตลาดเป็นขาขึ้น และหากคุณเข้าใจ Long ได้ดี คุณก็จะรู้วิธีกำหนดจุดเข้าและออกที่เหมาะสม
Short Position: การขายก่อนเพื่อซื้อคืนทีหลัง
Short Position หมายถึง เทรดเดอร์ส่งคำสั่งขายก่อนโดยคาดหวังว่าราคาจะลดลง คุณจะซื้อคืนสินค้าในราคาที่ถูกกว่า
ตัวอย่าง: นักเทรดเปิด Short ที่ราคา 41 บาท คาดว่าจะลดลง แต่ราคากลับพุ่งพรวดขึ้นเป็น 42 บาท เขาจึงต้องปิดสถานะ ขาดทุน 1 บาท
Short Position มีข้อดีคือคุณไม่ต้องรอให้ตลาดเป็นขาขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถทำกำไรได้เมื่อตลาดลง ซึ่งเป็นความยืดหยุ่นที่นักเทรดต้องการ
ความแตกต่างหลักระหว่าง Long และ Short
Long คือ การซื้อคำสั่งที่ต้องรอให้ราคาขึ้น ขาดทุนเกิดขึ้นเมื่อราคาลด
Short คือ การขายคำสั่งที่ต้องรอให้ราคาลด ขาดทุนเกิดขึ้นเมื่อราคาขึ้น
ทั้ง Long และ Short ต้องใช้กับเครื่องมืออนุพันธ์เท่านั้น เช่น Derivatives, CFD, Tfex หรือ BlockTrade ไม่ใช่ทุกตลาดจะให้ใช้ Short ได้เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง
ทำไม CFD ถึงนิยมการใช้ Long และ Short
ปัจจุบันเครื่องมือ CFD ทำให้การส่งคำสั่ง Short หุ้นกลายเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาดของการยืมหุ้น แต่การใช้ CFD ก็มาพร้อมกับความเสี่ยง เนื่องจากคุณใช้อัตราทด (Leverage) ซึ่งหมายความว่าคุณอาจขาดทุนได้มากกว่าเงินทุนเดิม
ด้วย CFD คุณจึงสามารถเทรดได้ 400+ สินทรัพย์ทั่วโลก ทั้งขาขึ้นและขาลง รวมถึงการใช้อัตราทดสูงถึง 1:200 เพื่อคาดหวังผลตอบแทนที่มากขึ้น
สรุป: Long คือ ต้องรู้เพื่อเสริมทักษะการเทรด
Long และ Short เป็นสองฝั่งของเหรียญเดียวกัน - ทั้งคู่ล้วนเป็นวิธีการหาผลกำไรจากความผันผวนของตลาด ความแตกต่างคือ Long ต้องการให้ราคาขึ้น ส่วน Short ต้องการให้ราคาลด
เมื่อคุณเข้าใจ Long คือ และมีความเข้าใจ Short ด้วย คุณก็จะมีความยืดหยุ่นและโอกาสในการเทรดมากขึ้น ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ตลาดของคุณและการจัดการความเสี่ยงที่ดี
โปรดจำไว้ว่า ตราสารอนุพันธ์อาจทำให้คุณขาดทุนทั้งหมด โปรดอ่านเอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนเทรด