This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
5 อันดับหุ้นสหรัฐที่ให้ปันผลสูงสุด: คู่มือการลงทุนหุ้นปันผลสูงในปี 2024
ในสภาพแวดล้อมที่ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้น นักลงทุนจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับแหล่งรายได้ที่มั่นคง หุ้นสหรัฐที่จ่ายเงินปันผลสูงด้วยการจ่ายเงินสดที่น่าเชื่อถือและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ค่อนข้างมั่นคง จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามในการจัดสรรสินทรัพย์ บทความนี้จะวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับหุ้นปันผลสูง 5 ตัวอย่าง เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจสำหรับนักลงทุนที่แสวงหารายได้ที่มั่นคง
สถานะปัจจุบันของตลาดหุ้นสหรัฐที่จ่ายเงินปันผลสูง: ค้นหาโอกาสการปันผลที่ตลาดประเมินค่าต่ำเกินไป
ด้วยการที่หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อัตราเงินปันผลโดยรวมจึงเผชิญแรงกดดันจากด้านขาลง ตามข้อมูลตลาดล่าสุด ดัชนี S&P 500 มีอัตราเงินปันผลประมาณ 1.2% ซึ่งใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี อย่างไรก็ตาม ในสภาพแวดล้อมตลาดเช่นนี้ ยังมีหุ้นปันผลสูงที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไปและมีอัตราเงินปันผลมากกว่า 5% ซึ่งโดยทั่วไปเป็นบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจที่มั่นคงและมีเงินสดเพียงพอสนับสนุน
ข้อมูลตลาดแสดงให้เห็นว่า หุ้นสหรัฐที่จ่ายเงินปันผลสูงมักกระจายอยู่ในอุตสาหกรรมพลังงาน โทรคมนาคม และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ซึ่งลักษณะเด่นคือโมเดลรายได้ที่ชัดเจน กระแสเงินสดที่เพียงพอ และนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ค่อนข้างเสถียร เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหรือกลุ่มเติบโตสูงที่มีความผันผวนสูง หุ้นปันผลสูงจึงให้ผลตอบแทนที่คาดหวังได้ในระดับที่เสถียรกว่า
การวิเคราะห์เปรียบเทียบหุ้นปันผลสูง: เปรียบเทียบทางการเงินของ 5 บริษัทตัวอย่าง
จากข้อมูลตลาดและผลประกอบการล่าสุด ต่อไปนี้คือ 5 บริษัทที่แสดงลักษณะเด่นของหุ้นปันผลสูง:
Brookfield Renewable (BEPC) เป็นหนึ่งในบริษัทลงทุนพลังงานหมุนเวียนบริสุทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 6707 เมกะวัตต์ ธุรกิจครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 204 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังลม 28 แห่ง และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่ง กระจายอยู่ในตลาดไฟฟ้า 13 แห่งในแคนาดา สหรัฐอเมริกา และบราซิล กลยุทธ์ด้านภูมิศาสตร์และธุรกิจที่หลากหลายช่วยลดความเสี่ยงจากตลาดเดียว ตามรายงานล่าสุด บริษัทสามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Enbridge (ENB) เป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลักในอเมริกาเหนือ ครอบคลุมท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงพลังงานหมุนเวียน บริษัทนี้มีประวัติการเติบโตของเงินปันผลต่อเนื่องเป็นเวลา 22 ปี ปัจจุบันให้ผลตอบแทนประมาณ 6% ต่อปี ธนาคารแห่งแคนาดาเคยปรับเป้าหมายราคาหุ้นขึ้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในแนวโน้มการพัฒนาระยะยาวของบริษัท
Realty Income (O) เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ชั้นนำในสหรัฐฯ ที่เน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เช่าเดียวกับผู้เช่ารายเดียว มีทรัพย์สินมากกว่า 12,000 แห่งทั่วโลก รวมพื้นที่ให้เช่ากว่า 230 ล้านตารางฟุต ขนาดและความหลากหลายนี้ช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ รายงานปีที่แล้วแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกำไรที่เสถียรและรายได้ต่อหุ้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง
Verizon (VZ) เป็นบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำของสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีดาวโจนส์ ผลประกอบการล่าสุดในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 รายได้ประมาณ 35.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.7% แสดงให้เห็นความมั่นคงของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มีความเสถียร
Vici Properties (VICI) เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ด้านบันเทิงที่มีทรัพย์สินในลาสเวกัสและอีก 93 แห่ง รวมถึงอสังหาริมทรัพย์เชิงประสบการณ์ การเช่าแบบ triple-net ทำให้รายได้จากค่าเช่ามีความเสถียร รายงานปีที่แล้วแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกำไรสุทธิสูงกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ และรายได้ต่อหุ้นอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ข้อดีและความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นปันผลสูง
ข้อดีของการลงทุน:
หุ้นปันผลสูงให้ผลตอบแทนเป็นเงินสดที่ต่อเนื่องและมั่นคง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำ บริษัทเหล่านี้มักมีประวัติการดำเนินงานหลายสิบปี มีโมเดลรายได้ที่มั่นคงและเงินสดเพียงพอที่จะรักษาการจ่ายปันผลในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ
จากมุมมองการจัดสรรสินทรัพย์ หุ้นปันผลสูงช่วยสร้างความหลากหลายให้พอร์ตโฟลิโอ โดยการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่จ่ายเงินปันผล สามารถลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีหรือกลุ่มเติบโตสูงเกินไป และลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ต
นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น ข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่าหลายบริษัทจ่ายเงินปันผลสูงพร้อมกับการเติบโตของทุนระยะยาว
ความเสี่ยง:
หุ้นปันผลสูงไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง บางบริษัทอาจมีหนี้สินสูง รายได้ไม่เสถียร หรือโมเดลธุรกิจเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดหรือหยุดจ่ายปันผล ส่งผลโดยตรงต่อผลตอบแทนการลงทุน
สภาพอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงก็ส่งผลต่อความน่าสนใจของหุ้นปันผลสูง ในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ผลตอบแทนไร้ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้ ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวก็อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรและจ่ายเงินปันผลของบริษัทเหล่านี้ด้วย
กรอบการตัดสินใจเลือกหุ้นปันผลสูง: 4 ขั้นตอน
เพื่อคัดเลือกหุ้นปันผลสูงที่ตรงกับความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: ศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับพื้นฐานของบริษัท
ในอุตสาหกรรมที่สนใจ ควรเลือกบริษัทชั้นนำและศึกษาลงลึก เน้นดูความแข็งแกร่งทางการเงิน ความเสถียรของกำไร และแนวโน้มการพัฒนาระยะยาว ตรวจสอบข้อมูลงบการเงินย้อนหลังอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อให้แน่ใจว่ารายได้มีความเสถียร กระแสเงินสดเพียงพอ และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน
ขั้นตอนที่ 2: ประเมินความเสถียรของรายได้และเงินปันผล
เปรียบเทียบผลประกอบการในช่วงเศรษฐกิจในรอบ 5-10 ปี เพื่อดูว่ารายได้และเงินปันผลสามารถรักษาเสถียรภาพได้หรือไม่ เลือกบริษัทที่แม้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยก็ยังสามารถรักษาผลประกอบการและเงินปันผลได้ เพื่อความน่าเชื่อถือของรายได้ในระยะยาว
ขั้นตอนที่ 3: วิเคราะห์ความสามารถในการดำเนินนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างยั่งยืน
ตรวจสอบประวัติการจ่ายเงินปันผลและนโยบายในอดีต รวมถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของเงินปันผล เลือกบริษัทที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องหรือเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมทั้งพิจารณาอัตราการจ่ายเงินปันผลและความถี่ในการจ่าย เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลและยั่งยืน
ขั้นตอนที่ 4: เปรียบเทียบอัตราเงินปันผลและมูลค่าหุ้นในหลายมิติ
คำนวณและเปรียบเทียบอัตราเงินปันผลของบริษัทที่สนใจ หากพบว่าบริษัทใดมีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม ควรวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งว่าเป็นเพราะบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรสูงเกินไป หรือเป็นเพราะราคาหุ้นตกต่ำจนถูกประเมินค่าต่ำเกินไป หรือเป็นเพราะบริษัทรับมือกับสถานการณ์ไม่ดีได้ดี หลังจากเข้าใจพื้นฐานแล้ว ควรรวมการวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์และความเห็นของตลาดเพื่อประกอบการตัดสินใจ
แนวโน้มการลงทุนในหุ้นปันผลสูงระยะยาว
สภาพแวดล้อมมหภาคเปิดโอกาสใหม่ให้กับหุ้นปันผลสูงในปี 2024 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำผลงานได้ดี แต่ในปี 2025 และอนาคตอันใกล้ ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น นักลงทุนที่มองหาแหล่งรายได้ที่มั่นคงมีเหตุผลที่จะเพิ่มความสนใจในหุ้นปันผลสูง
จากความสัมพันธ์ระหว่างกำไรและเงินปันผล นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าการเติบโตของกำไรเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของเงินปันผล ตามข้อมูลตลาดก่อนหน้านี้ การเติบโตของกำไรในดัชนี S&P 500 มีความล่าช้าประมาณ 3 ไตรมาสเมื่อเทียบกับการเติบโตของเงินปันผล จากแนวโน้มกำไรที่เร่งตัวขึ้นในปีที่ผ่านมา คาดว่าหุ้นปันผลสูงจะสามารถจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า
หลายธนาคารและบริษัทวิเคราะห์การลงทุนบนวอลล์สตรีทก็แสดงความเห็นในเชิงบวกต่อแนวโน้มของหุ้นปันผลสูง โดยคาดว่าการเติบโตของกำไรในดัชนี S&P 500 จะอยู่ในระดับสูง ซึ่งสนับสนุนให้เงินปันผลเพิ่มขึ้นในอัตรา 6-7% แม้จะมีการชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความกังวลเรื่องภาวะถดถอย หุ้นปันผลสูงในฐานะสินทรัพย์เชิงรับยังคงมีความน่าสนใจอย่างมาก
ดังนั้น ในสภาพแวดล้อมที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น การคัดเลือกหุ้นปันผลสูงอย่างระมัดระวังสามารถเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงในพอร์ตโฟลิโอ ช่วยเสริมสร้างความสมดุลและลดความเสี่ยงโดยรวม ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ได้รับผลตอบแทนระยะยาว
คำแนะนำสำคัญก่อนการตัดสินใจลงทุน
ควรเน้นย้ำว่า การลงทุนในหุ้นปันผลสูงไม่ใช่การเลือกที่ปราศจากความเสี่ยง บางบริษัทอาจมีหนี้สินสูง รายได้ไม่เสถียร หรือโมเดลธุรกิจเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดหรือหยุดจ่ายเงินปันผล ส่งผลโดยตรงต่อผลตอบแทนและความคาดหวังของนักลงทุน
ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรทำการศึกษาพื้นฐานและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ รวมทั้งพิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน ความสามารถในการรับความเสี่ยง และระยะเวลาการลงทุน เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง “ผลตอบแทน” กับ “ความปลอดภัย” นอกจากนี้ ควรมีการทบทวนและปรับพอร์ตโฟลิโออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป