This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
การเทรด คืออะไร: แนวทางครบถ้วนสำหรับผู้เริ่มต้น
การเทรด คืออะไร - คำถามที่นักลงทุนจำนวนมากต้องการทราบ เนื่องจากกิจกรรมนี้กลายเป็นช่องทางที่นิยมในการสร้างรายได้เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ความหมายแท้จริงของการเทรดยังคงทำให้หลายคนสับสน บทความนี้จึงนำเสนอคำอธิบายที่ชัดเจนและสมบูรณ์เกี่ยวกับการเทรด รวมถึงวิธีการต่างๆ ความเสี่ยง และแนวทางสู่ความสำเร็จ
ทำความเข้าใจพื้นฐาน - การเทรด คืออะไรจริงๆ
การเทรด คืออะไร ในความหมายที่ง่ายที่สุด หมายถึง การซื้อและขายสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อสร้างผลกำไรจากความแตกต่างของราคา สินทรัพย์เหล่านี้อาจเป็นหุ้น สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือแม้แต่ดัชนี
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการเทรดกับการลงทุนแบบดั้งเดิมคือ ระยะเวลา การเทรดเน้นการสร้างกำไรในช่วงเวลาสั้นมาก โดยการจับจังหวะราคาที่เคลื่อนไหว แทนที่จะถือครองสินทรัพย์เป็นระยะยาว
ผู้เทรดต้องเข้าใจว่า ตลาดการเงินนั้นกว้างใหญ่มาก ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ดัชนีเช่น S&P 500 หรือ FTSE 100 ตลาดสกุลเงินทั่วโลก หรือแม้แต่สินค้าเช่น เนื้อสัตว์ เพื่อเริ่มต้น คุณต้องเปิดบัญชีกับแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ที่ให้บริการตลาดหลากหลาย จากนั่นคุณสามารถคาดเดาว่าราคาสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง
หลักการพื้นฐานของการเทรด
หลักการหนึ่งของการเทรดคือการวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างละเอียดเพื่อลดความเสี่ยง ไม่มีกลยุทธ์ใดที่ประกันกำไร 100% แต่การวิเคราะห์ที่ดีจะช่วยให้โอกาสกำไรมีมากกว่าโอกาสขาดทุน
นักเทรดมืออาชีพมักใช้สามขั้นตอนในการวิเคราะห์:
การวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เกี่ยวข้องกับการศึกษาแนวโน้มเศรษฐกิจปัจจุบันและตัวชี้วัดสำคัญที่ส่งผลต่อสินทรัพย์ที่คุณสนใจ
การวิเคราะห์อุตสาหกรรม ครอบคลุมการสำรวจแนวโน้มของอุตสาหกรรมใหม่ๆ และสภาพตลาดในปัจจุบัน เพื่อเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในภาวะโดยรวม
การวิเคราะห์ปัจจัยภายในบริษัท คือขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุด ที่นี่คุณศึกษาข้อมูลทางคุณภาพและปริมาณของบริษัท เพื่อตัดสินใจว่าสิ่งนี้ควรนำเงินมาลงทุนหรือไม่
ประเภทการเทรดและวิธีการที่ต่างกัน
ไม่ใช่ทุกคนที่จะเลือกวิธีการเทรดแบบเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ การยอมรับความเสี่ยง และเวลาที่มี
การเทรดหุ้น เป็นการซื้อขายหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในการทำเช่นนี้ คุณต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่รับคำสั่งการเทรดและส่งเข้าระบบตลาดหลักทรัพย์ การเทรดหุ้นไม่ผิดกฎหมาย แต่คุณต้องรับความเสี่ยงเอง ดังนั้นการเลือกโบรกเกอร์ที่มีการดูแลจากหน่วยงานอย่าง ASIC, FCA UK หรือ CySEC จึงเป็นสิ่งจำเป็น
ผู้เก็งกำไรหลายคนเลือกการเทรดหุ้นเพราะผลตอบแทนที่ดีและการเติบโตในระยะยาว แม้ตลาดจะมีความผันผวน แต่บางบริษัทคุณภาพดีก็จ่ายปันผลและเป็นวิธีอื่นในการสะสมความมั่งคั่ง นี่คือรายชื่อบางหุ้นที่มีประสิทธิภาพ:
การเทรดคริปโทฯ เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ใช่วัตถุ วิธีการที่นิยมคือ Scalping ซึ่งเป็นการเทรดระยะสั้นที่จับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคาเล็กน้อยและขายอย่างรวดเร็ว บ่อยครั้งในเวลาเพียงไม่กี่นาที
การเทรด Forex เป็นการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง คู่เงินที่นิยมคือ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, AUD/USD และ USD/CHF เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง
การเทรดทองคำ ถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย มีความผันผวนน้อย วิธีการที่นิยมคือผ่านสัญญา CFD ซึ่งหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทองเข้าจริง
จัดการความเสี่ยง - กุญแจสำคัญของการเทรดที่สำเร็จ
ก่อนที่จะเริ่มเทรด คุณต้องเข้าใจว่า ความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้เสมอ
สำรวจตัวเองก่อนตัดสินใจลงทุน คุณต้องถามตัวเองว่า ทำไมอยากลงทุน? เป้าหมายคืออะไร? คุณต้องการลงทุนและเก็บเงินระยะยาว ลงทุนในขณะทำงานประจำ หรือเก็บเนื่องจากเกษียณ ความชัดเจนในเป้าหมายจะช่วยให้คุณเลือกวิธีการที่เหมาะสม
ศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง การเทรดเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทุนและความรู้ คุณควรอ่านบทความ เรียนรู้กลยุทธ์ และศึกษาคำศัพท์เพื่อเข้าใจตลาด
บริหารความเสี่ยงผ่านเลเวอเรจ กำหนดว่าคุณสามารถรับมือกับการขาดทุนได้มากแค่ไหน การตั้งขีดจำกัดการสูญเสียจะช่วยลดความเสี่ยง
เลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ ค่าธรรมเนียมต่างกัน - บางที่คิดขั้นต่ำ 50 บาท ถึง 200 บาท บางที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น บริการหลังการขายก็สำคัญเช่นกัน
เลือกโบรกเกอร์และแพลตฟอร์มเทรด
การเลือกแพลตฟอร์มเทรดที่ดีเป็นสิ่งมีนัยสำคัญ เว็บไซต์ที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ แต่มีเกณฑ์ร่วมกัน:
ตัวอย่างของแพลตฟอร์มที่มีคุณสมบัติเหล่านี้อพ่อมีการกำกับดูแล และบริการที่ครบถ้วน:
กลยุทธ์ 3 แบบและการเลือกที่เหมาะสม
การเทรดมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเวลาและวิธีคิดของผู้เทรด
Day Trading: ทำกำไรในวันเดียว
วิธีนี้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในวันเดียว เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้น
ข้อดี:
ข้อเสีย:
Long Term Trading: บริหารความอดทนเพื่อผลตอบแทนสูง
รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ยินดีที่จะถือครองตำแหน่งเป็นสัปดาห์หรือเดือน
ข้อดี:
ข้อเสีย:
Swing Trading: วิธีกลาง ระหว่างสั้นและยาว
การเทรดแบบนี้คาดหวังกำไรจากรอบการเทรดในระยะกลาง อาจถือครองสถานะไม่กี่วันถึงสัปดาห์
ข้อดี:
ข้อเสีย:
5 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในการเทรด
1. หาความรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
อ่านบทความ เรียนรู้กลยุทธ์ และศึกษาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ถ้ามีงบประมาณ ลองซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับการเทรดมาศึกษา
2. ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องบนบัญชีทดลอง
บัญชีทดลองเทรดฟรีช่วยให้คุณประลองเทคนิคโดยไม่เสี่ยงเงินจริง เหมาะสำหรับนักเทรดมือใหม่และมือเก่า เพื่อลองกลยุทธ์ใหม่
3. จัดการอารมณ์และไม่ใส่ความโลภ
ความรู้สึกโลภเป็นศัตรูของนักเทรด พยายามดูปัจจัยอื่นๆ และไม่ให้อารมณ์นำทาง
4. บำรุงรักษาความสม่ำเสมอและวินัย
ไม่มีนักเทรดคนไหนชนะทุกครั้ง วันนี้หากขาดทุน วันพรุ่งนี้ก็ยังมีโอกาส ใช้เงินเย็นลงทุน
5. เลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมและน่าเชื่อถือ
เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญ ตรวจสอบการกำกับดูแล ค่าธรรมเนียม และบริการหลังการขาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรด
คุณสามารถเทรดได้ด้วยวิธีใดบ้าง?
คุณสามารถเทรดผ่านผลิตภัณฑ์ตราสารอนุพันธ์เช่น CFD ซึ่งช่วยให้คุณทำกำไรจากการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคา การใช้เลเวอเรจ (leverage) นั้นเพิ่มทั้งกำไรและความเสี่ยง ดังนั้นการจัดการความเสี่ยงจึงสำคัญมาก
จุดประสงค์ในการเทรดคืออะไร?
เป้าหมายคือการสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าการลงทุนแบบถือครองยาว ในขณะที่นักลงทุนอาจพอใจกับ 10-15% ต่อปี นักเทรดอาจมองหา 10% ต่อเดือน หรือมากกว่าเสีย
สรุป
การเทรด คืออะไร ในสรุปแล้ว คือ การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อสร้างผลกำไร มีหลายวิธีและกลยุทธ์ในการทำเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การศึกษา การฝึกฝน การจัดการความเสี่ยง และการเลือกแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ ความสำเร็จในการเทรดไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ต้องอาศัยความอดทน การวางแผนที่ดี และการปรับปรุงตนเองอย่างต่อเนื่อง