แนวโน้มดอลลาร์ออสเตรเลียในปี 2026: มุมมองจากช่องทางอ่อนแอเพื่อดูโอกาสฟื้นตัวในอนาคต

robot
ดำเนินการเจนเนเรชั่นบทคัดย่อ

แนวโน้มของดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นสกุลเงินที่มีปริมาณการซื้อขายเป็นอันดับ 5 ของโลก ตลาด AUD/USD มีสภาพคล่องสูงและมีสเปรดต่ำ จึงดึงดูดนักลงทุนจำนวนมากให้เข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในระยะยาว พบว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ดอลลาร์ออสเตรเลียโดยรวมยังคงอ่อนค่ากว่าที่ควร แม้จะมีการดีดตัวขึ้นเป็นระยะๆ แต่ก็ยังขาดแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะเป็นขาขึ้นในอนาคต เข้าสู่ปี 2026 ตลาดก็ยังคงตั้งคำถามว่า ดอลลาร์ออสเตรเลียจะสามารถเปลี่ยนแปลงแนวโน้มได้หรือไม่ ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการ

ในระยะยาว ดอลลาร์ออสเตรเลียถูกมองว่าเป็นสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง เป็นเป้าหมายของการเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะสั้นและการเทรดด้วยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่ตั้งแต่ต้นปี 2013 จนถึงปัจจุบัน ค่าเงิน AUD/USD ได้อ่อนค่ากว่า 35% ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) กลับปรับตัวขึ้นกว่า 28.35% สะท้อนให้เห็นว่านี่เป็นวัฏจักรของดอลลาร์แข็งค่าทั่วโลก สกุลเงินหลักอย่างยูโร เยน และดอลลาร์แคนาดาก็อ่อนค่าลงเช่นกัน โครงสร้างเชิงลบนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ดอลลาร์ออสเตรเลียไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญได้ แม้ในปี 2025 ดอลลาร์ออสเตรเลียจะปรับตัวขึ้นประมาณ 5-7% แต่ในมุมมองระยะยาว โอกาสในการปรับตัวขึ้นยังคงจำกัดอยู่ดี

ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าติดต่อกันเป็นสิบปี: ผลกระทบจากราคาสินค้าและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

ความอ่อนค่าของดอลลาร์ออสเตรเลียในช่วงที่ผ่านมา มีปัจจัยพื้นฐานสองประการที่ซ่อนอยู่ ปัจจัยแรกคือ ความต้องการสินค้าส่งออกหลักของออสเตรเลีย เช่น เหล็กกล้า ถ่านหิน และพลังงาน ได้ลดลง หลังจากที่จีนสร้างตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกในช่วงปี 2020-2022 ราคาของเหล็กกล้าทำสถิติสูงสุดใหม่ ทำให้ดอลลาร์ออสเตรเลียเคยทะลุระดับ 0.80 ไปแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2023 การฟื้นตัวของจีนกลับอ่อนแอ ราคาสินค้าก็ผันผวนอยู่ในระดับสูง ทำให้ดอลลาร์ออสเตรเลียยังคงอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าระยะยาว

ปัจจัยที่สองคือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differential) ที่เคยเป็นจุดแข็งของดอลลาร์ออสเตรเลีย ได้ลดลง เมื่อธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพร้อมกัน ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยก็เริ่มลดลง ขณะเดียวกัน สถานะของดอลลาร์สหรัฐที่แข็งแกร่งอย่างมาก ก็เป็นแรงกดดันต่อการปรับตัวขึ้นของดอลลาร์ออสเตรเลีย เมื่อใกล้ระดับสูงก่อนหน้านี้ ความกดดันในการขายก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นในดอลลาร์ออสเตรเลียในระดับที่จำกัด

นักวิเคราะห์มองว่า แนวโน้มของดอลลาร์ออสเตรเลียในอนาคต ถูกกดดันจากหลายปัจจัย เช่น นโยบายภาษีและการค้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อการค้าโลก การส่งออกวัตถุดิบของออสเตรเลียที่ลดลง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างออสเตรเลียและสหรัฐฯ ที่ไม่สามารถพลิกฟื้นได้ง่าย รวมถึงเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังไม่แข็งแกร่ง ทำให้ดอลลาร์ออสเตรเลียในปัจจุบันดูเหมือนเป็นสกุลเงินที่มีการดีดตัวขึ้นบ้าง แต่ยังขาดแนวโน้มที่ชัดเจนและมั่นคง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยพื้นฐานของประเทศเอง

แนวโน้มในปี 2026: จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่? 3 ปัจจัยสำคัญที่ควรจับตามอง

แนวโน้มของดอลลาร์ออสเตรเลียไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียว แต่มี 3 ตัวแปรหลักที่สำคัญ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินว่า ดอลลาร์ออสเตรเลียจะสามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ปัจจัยแรก: นโยบายอัตราดอกเบี้ยของ RBA และการสร้างส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยใหม่

ปัจจุบัน ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ตั้งอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3.60% โดยตลาดคาดการณ์ว่าในปี 2026 อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยธนาคารกลางออสเตรเลีย (CBA) คาดว่าอัตราสูงสุดอาจแตะ 3.85% หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่เหนียวแน่น และตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง นโยบายที่เข้มงวดของ RBA จะช่วยสร้างส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยใหม่ ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้ดอลลาร์ออสเตรเลียมีความน่าสนใจมากขึ้น แต่หากการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยล้มเหลว ดอลลาร์ออสเตรเลียก็จะอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน

ปัจจัยที่สอง: เศรษฐกิจจีนและราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นสกุลเงินที่ผูกติดกับสินค้าโภคภัณฑ์อย่างสูง โดยเฉพาะเหล็กกล้า ถ่านหิน และพลังงาน ซึ่งเป็นสินค้าหลักของการส่งออกของออสเตรเลีย ความต้องการของจีนเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด เมื่อจีนฟื้นตัวจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมภาคการผลิต ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็จะปรับตัวขึ้นตามไปด้วย เช่น เหล็กกล้าจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและสะท้อนในอัตราแลกเปลี่ยนของดอลลาร์ออสเตรเลียอย่างรวดเร็ว แต่หากจีนยังคงซบเซา ราคาสินค้าก็จะอยู่ในระดับสูงสุดชั่วคราวเท่านั้น และอาจเกิดการปรับฐานอย่างรวดเร็วในอนาคต เช่นเดียวกับในครึ่งหลังของปี 2025 ที่ราคาของเหล็กและทองคำพุ่งสูงขึ้น ดอลลาร์ออสเตรเลียก็ทะยานขึ้นไปถึง 0.6636 แต่ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน

ปัจจัยที่สาม: แนวโน้มของดอลลาร์สหรัฐและความเสี่ยงในตลาดโลก

นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาดเงินทั่วโลกในช่วงนี้ ในสภาวะที่ Fed ลดอัตราดอกเบี้ย ดอลลาร์มักอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อสกุลเงินเสี่ยงอย่างดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่หากความเสี่ยงในตลาดโลกเพิ่มขึ้น นักลงทุนจะหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะกดดันให้ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลง แม้ในช่วงนี้ สภาพคล่องในตลาดจะดีขึ้น แต่แนวโน้มราคาพลังงานและความต้องการทั่วโลกยังไม่สดใส นักลงทุนจึงมักเลือกสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการปรับตัวขึ้นของดอลลาร์ออสเตรเลีย

เพื่อให้ดอลลาร์ออสเตรเลียสามารถก้าวขึ้นเป็นขาขึ้นระยะกลาง-ยาวได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องมี 3 เงื่อนไขพร้อมกัน คือ นโยบายของ RBA กลับมาเป็นแนวเข้มงวด (hawkish) ความต้องการของจีนฟื้นตัวอย่างแท้จริง และดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (structural weakening) หากเพียงหนึ่งในสามเงื่อนไขนี้เกิดขึ้น ดอลลาร์ออสเตรเลียก็อาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ มากกว่าจะเป็นขาขึ้นแบบเต็มตัว

มุมมองของสถาบันการเงินชั้นนำต่อแนวโน้มดอลลาร์ออสเตรเลีย: ความเห็นแตกต่างและเหตุผลเบื้องหลัง

ความเห็นของสถาบันการเงินชั้นนำต่อแนวโน้มของดอลลาร์ออสเตรเลียในอนาคต มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงมีมุมมองที่แตกต่างกันในหลายปัจจัยสำคัญ

มุมมองเชิงบวก: Morgan Stanley คาดว่าในปลายปี 2025 ดอลลาร์ออสเตรเลียอาจทะลุ 0.72 เมื่อพิจารณาจากนโยบายเข้มงวดของ RBA และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง โมเดลคาดการณ์ของ Traders Union ก็สนับสนุนแนวโน้มเชิงบวกเช่นกัน โดยคาดว่าในปลายปี 2026 ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 0.6875 (ช่วง 0.6738-0.7012) และในปลายปี 2027 จะขึ้นไปถึง 0.725 โดยเน้นความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานออสเตรเลียและการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าหลัก ซึ่งสมมุติฐานร่วมกันคือ เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะ Soft Landing ดัชนีดอลลาร์จะลดลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสกุลเงินสินค้าอย่างดอลลาร์ออสเตรเลีย

มุมมองระมัดระวัง: UBS เป็นตัวแทนของมุมมองที่ระมัดระวัง พวกเขายังเชื่อว่าแม้เศรษฐกิจในประเทศออสเตรเลียจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกและนโยบายของ Fed ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ก็อาจจำกัดการปรับตัวขึ้นของดอลลาร์ออสเตรเลีย คาดว่าในปลายปี ค่าเงินจะอยู่ที่ประมาณ 0.68 และอาจไม่ทะลุแนวต้านเดิมอย่างชัดเจน ส่วน CBA Economists ก็มีมุมมองที่ระมัดระวังเช่นกัน คาดว่าในปี 2026 ดอลลาร์ออสเตรเลียจะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในเดือนมีนาคม แต่ในปลายปีอาจกลับมาลงอีกครั้ง นักวิเคราะห์บางรายก็เตือนว่า หากสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงภาวะถดถอย แต่ดอลลาร์ยังคงแข็งแกร่ง ดอลลาร์ออสเตรเลียอาจไม่สามารถทะลุ 0.67 ได้ง่าย

จากมุมมองระยะกลาง-ยาว คาดว่า ดอลลาร์ออสเตรเลียจะเคลื่อนไหวในช่วง 0.68-0.70 ในครึ่งแรกของปี 2026 โดยได้รับผลกระทบจากข้อมูลเศรษฐกิจของจีนและการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งแม้พื้นฐานของออสเตรเลียจะยังคงแข็งแกร่งและ RBA ยังคงเป็นแนวเข้มงวด ก็ยังคงมีความท้าทายจากโครงสร้างของดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งอยู่ดี ทำให้ดอลลาร์ออสเตรเลียไม่สามารถทะลุระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ได้ง่ายๆ ความกดดันในระยะสั้นมาจากข้อมูลเศรษฐกิจจีน ขณะที่ปัจจัยบวกในระยะยาวคือ การฟื้นตัวของการส่งออกทรัพยากรและวัฏจักรสินค้าหลักของออสเตรเลีย

กลยุทธ์การลงทุนในดอลลาร์ออสเตรเลีย: คำแนะนำเชิงปฏิบัติในการจับแนวโน้ม

ดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีการซื้อขายสูงและมีความผันผวนเป็นระเบียบชัดเจน จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนหลายกลุ่ม นักลงทุนสามารถเข้าร่วมเทรดในตลาด Forex ด้วยการใช้มาร์จิ้น เพื่อเปิดตำแหน่งทั้งซื้อและขาย ซึ่งมีข้อดีคือมีขั้นต่ำในการเทรดต่ำ สามารถใช้เลเวอเรจได้ตั้งแต่ 1-200 เทา เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนที่มีทุนจำกัด ที่ต้องการหาโอกาสทำกำไรในช่วงขาขึ้นและขาลงของตลาด

ในฐานะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นสกุลเงินที่ผูกติดกับสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น เหล็กกล้า ถ่านหิน และพลังงาน การติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจีน แนวโน้มของนโยบาย RBA และทิศทางของดอลลาร์สหรัฐฯ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มของดอลลาร์ออสเตรเลียได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ในระยะสั้น การสนับสนุนของนโยบายเข้มงวดของ RBA และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ในระยะกลาง-ยาว ควรระวังความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกและโอกาสที่ดอลลาร์สหรัฐฯ อาจฟื้นตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดต่อการปรับตัวขึ้นของดอลลาร์ออสเตรเลีย

ทั้งนี้ นักลงทุนควรตระหนักว่าการลงทุนในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูง การเทรดด้วยมาร์จิ้นอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรมีการวางแผนและตั้งจุดหยุดขาดทุนและทำกำไรอย่างรอบคอบก่อนเข้าเทรด

สรุปแนวโน้มของดอลลาร์ออสเตรเลีย

ในภาพรวม ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นสกุลเงินของประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ มีแนวโน้มที่เชื่อมโยงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเหล็กกล้า ทองคำ และพลังงานอย่างใกล้ชิด ปี 2026 แนวโน้มของดอลลาร์ออสเตรเลียขึ้นอยู่กับว่า การดีดตัวจะสามารถเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างแท้จริงหรือไม่ จากการวิเคราะห์ตลาดและข้อมูลพื้นฐาน คาดว่า นโยบายของ RBA ที่ยังคงเป็นแนวเข้มงวดและราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะเป็นปัจจัยสนับสนุนในระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกและความเป็นไปได้ที่ดอลลาร์สหรัฐฯ จะฟื้นตัว ก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปรับตัวขึ้นในระยะกลาง-ยาว

แม้ตลาด Forex จะมีความผันผวนสูงและแนวโน้มของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ยากจะคาดการณ์อย่างแม่นยำ แต่ด้วยความที่ดอลลาร์ออสเตรเลียมีสภาพคล่องสูงและความผันผวนเป็นระเบียบ รวมถึงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ชัดเจน ทำให้การประเมินแนวโน้มในระยะกลาง-ยาวเป็นไปได้ง่ายขึ้น นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจีน แนวโน้มของนโยบาย RBA และดัชนีดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงในตลาดโลก เพื่อปรับกลยุทธ์และการตัดสินใจอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา

ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด