This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
แนวโน้มหุ้นอาวุธมาแรง: โอกาสการลงทุนในยุคที่ความมั่นคงทั่วโลกเพิ่มขึ้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หุ้นกลุ่มอาวุธและยุทโธปกรณ์ในฐานะสินทรัพย์การลงทุนด้านการป้องกันประเทศ จึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่สถานการณ์ในยูเครนไปจนถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างก็เร่งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างพร้อมเพรียงกัน กระแสการทำให้กองทัพทันสมัยนี้ได้นำโอกาสทางธุรกิจที่ไม่เคยมีมาก่อนมาสู่บริษัทผู้ผลิตอาวุธและอุปกรณ์ทางทหาร แล้วอาวุธหุ้นมีอะไรบ้างที่น่าจับตามอง? บทความนี้จะวิเคราะห์คุณค่าการลงทุนในหุ้นกลุ่มอาวุธทั่วโลกอย่างลึกซึ้ง พร้อมแนะนำบริษัทจดทะเบียนที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
คำจำกัดความและโครงสร้างตลาดของหุ้นอาวุธ
ในความหมายกว้าง “หุ้นอาวุธ” ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนที่ให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการแก่หน่วยงานด้านการป้องกันประเทศและกองทัพ ซึ่งไม่เพียงแต่รวมถึงระบบอาวุธขนาดใหญ่ เช่น เครื่องบินรบ จรวด และโดรนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์สื่อสารทางทหาร ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ บริการซ่อมบำรุง รวมถึงเสื้อเกราะและเสบียงสนับสนุนทางทหารต่าง ๆ ตราบใดที่ลูกค้าหลักของบริษัทคือกระทรวงกลาโหมหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจระยะยาวกับหน่วยงานด้านการป้องกันประเทศ บริษัทเหล่านี้ก็สามารถจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นอาวุธได้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีทางทหารได้เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับยุคก่อนที่เน้นการรบแบบใช้คนจำนวนมาก ปัจจุบันความขัดแย้งทางทหารเน้นความแม่นยำ การใช้โดรน การได้เปรียบด้านข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีการรบแบบใหม่ กระแสการปรับโครงสร้างการลงทุนด้านการทหารจึงเร่งขึ้นอย่างมาก ประเทศต่าง ๆ ทุ่มงบพัฒนาระบบโดรน ระบบป้องกันจรวด ความสามารถด้านอวกาศ ฯลฯ อย่างเต็มที่ สังเกตได้ว่าประเทศหลักอย่างสหรัฐอเมริกา จีน ไต้หวัน ต่างก็เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความต้องการตลาดที่มั่นคงและขยายตัวอย่างต่อเนื่องให้กับหุ้นกลุ่มอาวุธ
สามปัจจัยสำคัญในการเลือกหุ้นอาวุธ
นักลงทุนหลายคนมักประเมินหุ้นอาวุธแบบง่าย ๆ โดยดูแค่ชื่อบริษัทหรือสายผลิตภัณฑ์เดียว แต่ความสำเร็จในการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ต้องอาศัยการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ 3 ประการดังนี้
สัดส่วนรายได้จากธุรกิจทหาร เป็นปัจจัยแรก หากบริษัทแม้จะเข้าไปในธุรกิจอาวุธ แต่รายได้จากธุรกิจทหารน้อยกว่า 30% ผลประกอบการหุ้นจะได้รับผลกระทบจากธุรกิจพลเรือนเป็นหลัก เช่น บริษัทคาเทลเลอร์ (Caterpillar) แม้จะถูกมองว่าเป็นหุ้นอุตสาหกรรมการทหาร แต่รายได้จากธุรกิจทหารไม่ถึง 30% ซึ่งธุรกิจหลักยังคงเป็นเครื่องจักรก่อสร้างขนาดใหญ่ บริษัทเหล่านี้จึงเป็น “หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมกว้าง” มากกว่าหุ้นอาวุธแท้จริง
ความเสี่ยงจากธุรกิจพลเรือน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ หลายบริษัทด้านการป้องกันประเทศก็มีธุรกิจพลเรือนเพื่อกระจายความเสี่ยง แต่เมื่อธุรกิจพลเรือนประสบปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของราคาหุ้น เช่น บริติชแอร์เวย์ (Boeing) และบริษัทเรย์ธอน (Raytheon) เป็นตัวอย่างที่ดี แม้ยอดสั่งซื้ออาวุธยังคงเติบโตดี แต่ปัญหาในธุรกิจพลเรือน เช่น คดีความและวิกฤตด้านความปลอดภัยของเครื่องบิน ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นการกลบกลืนผลบวกจากธุรกิจทหารไปโดยสิ้นเชิง
ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ก็เป็นตัวแปรสำคัญในระยะยาว หุ้นอาวุธมักมีอุปสรรคด้านเทคโนโลยีสูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ การเข้าสู่ตลาดต้องได้รับการรับรองจากรัฐบาล สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ซึ่งกระบวนการนี้อาจใช้เวลาหลายปี บริษัทชั้นนำจึงมีความได้เปรียบเชิงแข่งขันสูง ลูกค้าจึงมีความผูกพันและคำสั่งซื้อที่มั่นคง
วิเคราะห์ 5 บริษัทชั้นนำในตลาดอาวุธของสหรัฐอเมริกา
ล็อคฮีด มาร์ติน (LMT): ตัวเลือกอันดับหนึ่งของหุ้นอาวุธบริสุทธิ์
บริษัทล็อคฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) เป็นผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก ครอบคลุมทั้งเครื่องบินรบ ระบบจรวด ระบบป้องกันอวกาศ โครงสร้างธุรกิจมีความบริสุทธิ์ รายได้ส่วนใหญ่มาจากสัญญารัฐบาลด้านการป้องกันประเทศ ทำให้เป็นตัวอย่างของหุ้นอาวุธที่แท้จริง
แนวโน้มราคาหุ้นระยะยาวของล็อคฮีด มาร์ติน แสดงให้เห็นเส้นทางการเติบโตที่มั่นคง แม้จะมีการปรับฐานบ้างในบางช่วง แต่เป็นผลจากภาพรวมตลาดปรับตัวลง ไม่ใช่ปัญหาในพื้นฐานของบริษัท ด้วยงบประมาณด้านกลาโหมทั่วโลกที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล็อคฮีด มาร์ติน จึงเป็นบริษัทชั้นนำที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของตลาดนี้อย่างแน่นอน
เรย์ธอน (RTX): ศักยภาพด้านทหารถูกบดบังด้วยวิกฤตพลเรือน
บริษัทเรย์ธอน (Raytheon) เป็นหนึ่งใน 5 บริษัทผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐฯ โดยธุรกิจหลักคือจรวด เรดาร์ และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ แต่ในช่วงหลัง ราคาหุ้นของบริษัทนี้กลับน่าผิดหวัง สาเหตุสำคัญคือวิกฤตในธุรกิจพลเรือน
ตัวอย่างเช่น ชิ้นส่วนเครื่องบินที่ผลิตให้แอร์บัส A320neo ซึ่งพบปัญหาผงโลหะผสมในสภาพแวดล้อมความกดดันสูง ทำให้เกิดรอยร้าวและต้องตรวจสอบซ่อมบำรุงทั่วโลก คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อาจต้องตรวจสอบเครื่องบินมากกว่า 350 ลำ ซึ่งแต่ละรอบซ่อมบำรุงอาจใช้เวลานานกว่า 300 วัน ส่งผลต่อรายได้โดยตรง รวมถึงความเสี่ยงจากคดีความและการฟ้องร้องจากแอร์บัส ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าหายไปในอนาคต แม้ยอดสั่งซื้อด้านทหารยังคงเติบโตดี แต่ปัญหาในธุรกิจพลเรือนก็กลบกลืนผลบวกไปอย่างสิ้นเชิง
โนร์ธรอป กรูแมน (NOC): หุ้นอาวุธที่มีรั้วความได้เปรียบสูงสุด
บริษัทโนร์ธรอป กรูแมน (Northrop Grumman) เป็นผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก และเป็นผู้ผลิตเรดาร์รายใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจแบบผสมผสาน โนร์ธรอป จัดเป็นตัวอย่างของหุ้นอาวุธบริสุทธิ์ที่แท้จริง
บริษัทมีเทคโนโลยีหลักในหลายด้าน เช่น ระบบป้องกันอวกาศ จรวดระยะไกล และเทคโนโลยีการสื่อสารขั้นสูง ซึ่งอยู่ในระดับผู้นำของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การจ่ายเงินปันผลที่เติบโตอย่างมั่นคงและแผนซื้อคืนหุ้นมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดของบริษัทอย่างชัดเจน
ในเชิงกลยุทธ์ โนร์ธรอป มุ่งเน้นความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในแนวคิด “การยับยั้งเชิงกลยุทธ์” โดยใช้เทคโนโลยีและอาวุธที่เหนือกว่าเพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งรุกราน เมื่อประเทศชั้นนำยังคงเผชิญภัยคุกคามด้านความมั่นคง ความต้องการด้านการลงทุนด้านการป้องกันประเทศจึงยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้แนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของโนร์ธรอปมีความมั่นคงสูง สรุปแล้ว โนร์ธรอป จึงเป็นหุ้นอาวุธที่น่าถือครองในระยะยาวที่สุด
กอร์ดอนส์ (GD): ตัวเลือกด้านความมั่นคงที่มีเงินสดไหลเข้าอย่างมั่นคง
บริษัทกอร์ดอนส์ (General Dynamics) เป็นหนึ่งใน 5 บริษัทผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐฯ ครอบคลุมทั้งระบบอาวุธและอุปกรณ์สำหรับกองทัพบก เรือ และอากาศ รวมถึงธุรกิจเครื่องบินเจ็ทพลเรือน (เช่น ซีแวน)
แม้จะไม่ใช่หุ้นอาวุธบริสุทธิ์ แต่ธุรกิจพลเรือนของกอร์ดอนส์ก็มีคุณค่าในเชิงการลงทุน เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทในตลาดเครื่องบินเจ็ทระดับสูงมักไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจมากนัก รายได้จึงคงที่ในช่วงวิกฤต เช่น ช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 หรือการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในอุตสาหกรรมการทหาร
นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 32 ปี ซึ่งเป็นจำนวนที่มีเพียงประมาณ 30 บริษัทในสหรัฐฯ เท่านั้นที่ทำได้ โดยนำกำไรส่วนใหญ่ไปซื้อคืนหุ้นและจ่ายเงินปันผล ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นต่อผู้ถือหุ้น แม้โอกาสเติบโตอาจจำกัด แต่ในฐานะ “โรงงานผลิตเงินสด” ที่มีรั้วความได้เปรียบและความมั่นคงสูง กอร์ดอนส์จึงเป็นตัวเลือกสำหรับนักลงทุนสายอนุรักษ์ที่เน้นความมั่นคงและผลตอบแทนสม่ำเสมอ
โบอิ้ง (BA): ศักยภาพด้านอาวุธถูกกลบด้วยพายุในธุรกิจพลเรือน
บริษัทโบอิ้ง (Boeing) เป็นผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งใน 5 บริษัทผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐฯ ผลิตภัณฑ์ทางทหารของบริษัทประกอบด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 และเฮลิคอปเตอร์ AH-64 อะพาเช่
ปัญหาของโบอิ้งเกิดจากธุรกิจพลเรือนเป็นหลัก ช่วงปี 2018-2019 เครื่องบินรุ่น 737 MAX เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้ง จนต้องหยุดบินทั่วโลก และต่อมาได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้รายได้และกำไรลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงในตลาดก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เมื่อก่อนโบอิ้งครองตลาดเครื่องบินพาณิชย์ระดับโลกอย่างเบ็ดเสร็จ ได้รับอานิสงส์จากการสนับสนุนของรัฐบาลในกลุ่มประเทศตะวันตก แต่ในยุคปัจจุบัน จีนได้เริ่มพัฒนาสายการผลิตเครื่องบินของตนเอง เช่น COMAC C919 ซึ่งอาจแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดเดิมของโบอิ้งในอนาคต
ในมุมมองการลงทุน ยอดขายด้านอาวุธของโบอิ้งยังคงมีเสถียรภาพ แต่ปัญหาในธุรกิจพลเรือนและการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว ทำให้หุ้นนี้เหมาะสำหรับการลงทุนในจุดต่ำสุด ไม่ใช่การซื้อในจังหวะสูง
โอกาสใหม่ในหุ้นอาวุธของไต้หวัน
สถานการณ์ในช่องแคบไต้หวันได้รับความสนใจจากทั่วโลก การพัฒนากองทัพของไต้หวันจึงกลายเป็นจุดสนใจสำคัญ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนและไต้หวันต่างก็เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างมาก ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับหุ้นอาวุธในท้องถิ่น
雷虎科技 (8033.TW) เดิมเป็นผู้ผลิตโมเดลเครื่องบินควบคุมระยะไกล ซึ่งลูกค้าหลักคือกลุ่มของเล่น แต่ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดโดรน บริษัทได้เปลี่ยนกลยุทธ์เป็นผู้จัดหาโดรนทางทหาร ทำให้กลายเป็นหุ้นอาวุธใหม่ที่น่าจับตามอง ในปี 2022 ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างมาก และด้วยความต้องการด้านการทหารที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงน่าจับตาเป็นพิเศษ
漢翔 (2634.TW) มีโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจทั้งด้านการทหารและพลเรือนอย่างสมดุล ความเสี่ยงจึงลดลง โดยธุรกิจพลเรือนเน้นการซ่อมบำรุงและจำหน่ายชิ้นส่วนเครื่องบิน ซึ่งมีความเสถียรและลูกค้าภักดี ส่วนธุรกิจทหารเน้นเครื่องฝึกบิน ซึ่งคำสั่งซื้อยังคงมั่นคง ต่างจากบริษัทอย่างเรย์ธอนหรือโบอิ้งที่พึ่งพาสินค้าเดียวหรือแบรนด์เดียวมากเกินไป ทำให้ราคาหุ้นของ漢翔 มีความเสถียรมากขึ้น ตราบใดที่อุตสาหกรรมยังเติบโต บริษัทก็จะได้รับประโยชน์จากความต้องการด้านการทหารและสามารถสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงจากธุรกิจซ่อมบำรุง
ทำไมหุ้นอาวุธจึงน่าลงทุน? วิเคราะห์เชิงลึก
ตามคำกล่าวของมหาเศรษฐีวอร์เรน บัฟเฟตต์ การลงทุนระยะยาวที่ประสบความสำเร็จต้องมี 3 ปัจจัยหลัก คือ เส้นทางการเติบโตที่ยาวนาน รั้วความได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่แข็งแกร่ง และกองทุนเติบโตที่มีความชุ่มชื้น (growth snowball) หุ้นอาวุธก็สะท้อนคุณสมบัติเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความต้องการตลาดที่ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นตัวการันตีเส้นทางการเติบโตที่ยาวนาน ตั้งแต่ยุคมนุษยชาติเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งและการต่อสู้ระหว่างประเทศไม่เคยหยุดนิ่ง แม้ในช่วงสงบสุข ประเทศต่าง ๆ ก็ยังคงลงทุนพัฒนากองทัพและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่อาจเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวหรือเสี่ยงตลาดหดตัว ความต้องการอาวุธและเทคโนโลยีทางทหารจึงมีความคงทนตามประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน
อุปสรรคด้านเทคโนโลยีที่สูงลิ่ว เป็นรั้วความได้เปรียบที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีด้านการทหารเป็นตัวแทนของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงสุดของมนุษย์ การเข้าสู่ตลาดต้องผ่านกระบวนการรับรองจากรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งใช้เวลานานหลายปี บริษัทชั้นนำจึงมีความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์สูงมาก ลูกค้าจึงมีความผูกพันและคำสั่งซื้อที่มั่นคง
ผลประโยชน์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ เป็นตัวเร่งให้กองทุนเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อโลกเข้าสู่ยุค “การลดความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมือง” และ “ความขัดแย้งในภูมิภาค” เช่น สหรัฐฯ ส่งเสริมการย้ายฐานการผลิต กลุ่มประเทศต่าง ๆ ก็ต้องเสริมสร้างความมั่นคงของตนเองอย่างเต็มที่ ซึ่งคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านกลาโหมทั่วโลกจะยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในอีกสิบปีข้างหน้า ทำให้ความต้องการในตลาดอาวุธยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
ความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้นอาวุธ
แม้หุ้นอาวุธจะมีคุณค่าในระยะยาว แต่ก็มีความเสี่ยงที่นักลงทุนควรระวัง เช่น
ความเสี่ยงจากธุรกิจพลเรือน บริษัทด้านการป้องกันประเทศจำนวนมากก็มีธุรกิจพลเรือน ซึ่งอาจประสบปัญหา เช่น ปัญหาความปลอดภัยของเครื่องบิน คดีความ หรือการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการโดยรวม จึงต้องวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจและความเสี่ยงในแต่ละบริษัทอย่างละเอียดก่อนลงทุน
ความเสี่ยงด้านการเมือง เนื่องจากคำสั่งซื้ออาวุธขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล หากเกิดการลดงบประมาณ การลดจำนวนกองทัพ หรือการผ่อนคลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รายได้ของบริษัทอาจลดลงอย่างมาก
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและคดีความ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศอยู่ภายใต้กฎระเบียบของรัฐอย่างเข้มงวด ผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่องอาจนำไปสู่คดีความและค่าปรับจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ หุ้นอาวุธมีความได้เปรียบในเรื่องความมั่นคงของลูกค้า เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นรัฐบาลหรือหน่วยงานทางทหาร ซึ่งมีความสามารถในการชำระหนี้สูงและความเสี่ยงในการผิดนัดชำระต่ำ ทำให้หุ้นกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นในอุตสาหกรรมอื่นอย่างมาก
คำแนะนำการลงทุนและสรุป
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างมูลค่าในระยะยาว หุ้นอาวุธเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ความสำเร็จในการลงทุนขึ้นอยู่กับการเลือกหุ้นที่เหมาะสม ไม่ใช่ตามเทรนด์แบบผิด ๆ ควรเน้นการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ เช่น
โดยรวมแล้ว หุ้นอาวุธบริสุทธิ์ เช่น โนร์ธรอป กรูแมน (Northrop Grumman) ซึ่งเน้นธุรกิจเทคโนโลยีและมีรายได้จากงานด้านการป้องกันประเทศเป็นหลัก เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนระยะยาว ส่วนบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจแบบผสมผสาน เช่น โบอิ้ง หรือเรย์ธอน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบในด้านความเสี่ยงของธุรกิจพลเรือนก่อนตัดสินใจลงทุน ขณะที่หุ้นในตลาดท้องถิ่นอย่าง雷虎 (雷虎科技) และ漢翔 ก็เป็นโอกาสในการเข้าร่วมในกระแสการพัฒนากองทัพในไต้หวัน
ไม่ว่าจะเลือกหุ้นกลุ่มใด ควรถือครองในระยะยาว ใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้นอย่างเต็มที่ และติดตามข้อมูลพื้นฐานและแนวโน้มอุตสาหกรรมอย่างสม่ำเสมอ ในบริบทของความซับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน หุ้นกลุ่มอาวุธจะยังคงเป็นโอกาสการลงทุนที่ไม่ควรมองข้ามในอีกสิบปีข้างหน้าอย่างแน่นอน