ความเสี่ยงจากความผันผวนตลาด: ทองคำเป็นสินค้าว่างไว้เพื่อการค้า ราคาเปลี่ยนแปลงทุกวัน ถ้าต้องการลงทุนระยะสั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ Stop Loss และ Take Profit
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ร้านทองมาตรฐานสากล:คู่มือเลือกเก็บทองคำอย่างฉลาดสำหรับปี 2026
การลงทุนในทองคำยังคงเป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนไทย โดยเฉพาะในปี 2026 นี้ เมื่อตลาดการเงินมีความผันผวน ทองคำจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับการเก็บเงินระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเลือกร้านทองที่ได้มาตรฐานสากล และตอบสนองต่อความต้องการของนักลงทุนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก บทความนี้จึงนำเสนอเกณฑ์การเลือก ร้านทองที่ได้รับการรับรองจากสมาคมผู้ค้าทองแห่งประเทศไทย พร้อมแนวทางวิธีลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ
กำหนดเป้าหมายการลงทุนก่อน:เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวคุณ
ขั้นตอนแรกในการเดินทางสู่การลงทุนทองคำไม่ใช่การไปห้างร้านทันที แต่เป็นการกำหนดเป้าหมายของตนเองให้ชัดเจน เพราะการเลือกวิธีลงทุนที่แตกต่างกันจะต้องเข้าไปถึงร้านทองประเภทต่างกัน
ซื้อทองรูปพรรณเป็นเครื่องประดับ: ถ้าต้องการใช้เป็นเครื่องประดับสวยงาม ร้านทองที่มีการออกแบบเครื่องประดับสมัยใหม่ คุณภาพสูง เช่น Aurora หรือจินฮั้วเฮง จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าราคาขายคืนจะต่ำกว่าราคาซื้อ
เก็บทองเพื่อลงทุนระยะยาว: สำหรับผู้ที่ต้องการหลบเงินเฟ้อและป้องกันการสูญเสียมูลค่าจากเงิน ทองคำแท่งเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ร้านเช่น ฮั่วเซ่งเฮง เยาวราช และแม่ทองสุก มีบริการซื้อขายทองแท่งแบบ 96.5% และ 99.99% ตามมาตรฐานของสมาคมผู้ค้าทองแห่งประเทศไทย
เก็งกำไรระยะสั้นด้วยออนไลน์: ผู้ที่ต้องการทำกำไรจากความผันผวนของราคาทองในช่วงสั้นๆ สามารถใช้บริการออนไลน์ของ แม่ทองสุก (MTS Gold Platform) หรือ YLG Bullion Trading ซึ่งอนุญาตให้เทรดทองแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง
ร้านทองที่ได้มาตรฐาน:10 ตัวเลือกน่าเชื่อถือสำหรับนักลงทุน
กลุ่มที่ 1:ร้านทองยาวนาน เก่าแก่ ได้รับการรับรองอย่างสูงสุด
1. ห้างขายทองฮั่วเซ่งเฮง:ชาวจีนห้างแรมปญจาลบ กับบริการครบครัน
ฮั่วเซ่งเฮงเป็นร้านทองเก่าแก่ที่มีประวัติการดำเนินงานกว่า 70 ปี เริ่มต้นด้วยการขายทองรูปพรรณ ปัจจุบันมีสาขา 5 แห่งในกรุงเทพและปริมณฑล โดยเฉพาะที่เยาวราช ความโดดเด่นของร้านนี้คือการเปิดบริการซื้อขายทองคำแท่งออนไลน์ตั้งแต่สมัยแรก รองรับ ทองคำ 96.5% และ 99.99% โดยอ้างอิงราคาตามตลาดโลกแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังเป็นนายหน้าให้บริการสัญญา Gold Futures ในตลาด TFEX ทำให้ร้านนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการบริการครบวงจร
ข้อควรระวัง:การซื้อขายออนไลน์เสี่ยงต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ หากต้องการให้ปลอดภัย ใช้บริการผ่านช่องทางที่เป็นทางการของร้านเท่านั้น และระมัดระวังการป้อนข้อมูลส่วนตัว
2. ห้างทองเยาวราช:เครือข่ายใหญ่ที่สุดในประเทศ ตัวเลือกสำหรับลูกค้าหลายประเภท
ห้างทองเยาวราชมีประวัติกว่า 50 ปี ในปัจจุบันเป็นเครือข่ายทองคำที่มีสาขาหนาแน่นที่สุดในประเทศไทย กว่า 350 สาขา ทำให้สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขายทองคำแบบต้องมายังร้าน ร้านนี้ให้บริการทั้งทองรูปพรรณและทองแท่ง ตามมาตรฐานของสมาคมผู้ค้าทองแห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสาขาจำนวนมาก มาตรฐานการบริการอาจแตกต่างกัน ควรเลือกสาขาที่มีชื่อเสียงดี หรือใช้บริการออนไลน์แทน
3. ห้างทองตั้งโต๊ะกัง เยาวราช (TTK):ประวัติศาสตร์ยาวนาน 160 ปี และช่วงสมัยของบริหารปลอดภัย
TTK ถือเป็นร้านทองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มีประวัติย้อนไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นับกว่า 160 ปี สิ่งที่โดดเด่นคือสถาปัตยกรรมสวยงามแบบโคโลเนียล และมีพิพิธภัณฑ์เครื่องทองโบราณไว้ให้ชมได้ ปัจจุบันมีสาขากว่า 30 แห่ง ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองแท่ง ตามมาตรฐานสมาคมผู้ค้าทองแห่งประเทศไทย เหมาะสำหรับนักลงทุนทั้งประเภท
กลุ่มที่ 2:ร้านทองสมัยใหม่ บริการออนไลน์ เน้นการลงทุน
4. แม่ทองสุก (MTS Gold):ผู้นำในการลงทุนทองคำออนไลน์
แม่ทองสุก จดทะเบียนเป็นห้างแรกในไทย (ปี 2507) และในปัจจุบันเป็นผู้บุกเบิกการลงทุนทองคำออนไลน์ บริษัทมี MTS Gold Platform ที่รองรับ:
ข้อควรระวัง:การซื้อขายตราสารอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูง อาจนำไปสู่ขาดทุนจำนวนมาก ต้องศึกษาผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน
5. Ausiris Gold (ออสสิริส):บริษัทบุกเบิกทองคำแท่งเพื่อการลงทุน
Ausiris ได้บริการจากร้านทองเก่าแก่ในจังหวัดเพชรบุรี (ตั้งตั้งแต่ปี 2460) เมื่อขยายมากรุงเทพ (ปี 2530) ได้เปิดธุรกิจค้าทองแท่งเพื่อการลงทุนโดยเฉพาะ ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ปัจจุบัน Ausiris เสนอ:
ข้อควรระวัง:ทองแท่งและ ETF มีความเสี่ยงจากความผันผวนตลาด การซื้อขาย 24 ชั่วโมงอาจกระตุ้นการตัดสินใจผิดพลาดในช่วงตลาดผันผวน จำเป็นต้องกำหนดกลยุทธ์ Stop Loss และ Take Profit อย่างชัดเจน
6. YLG Bullion Company:ผู้ส่งออกเครื่องประดับทองคำระดับโลก
YLG เริ่มต้นจากบริษัท ยูหลิมโกลด์ แฟคตอรี่ (ผู้ผลิตและส่งออกเครื่องประดับทองคำ) เมื่อปี 2546 เปลี่ยนชื่อเป็น YLG Bullion International ปัจจุบันให้บริการ:
ข้อควรระวัง:สาขาหลักน้อยกว่าร้านอื่น ควรเลือกใช้บริการออนไลน์ หรือลองนำเข้าและส่งออกสิ่งของแบบเรียลไทม์
กลุ่มที่ 3:ร้านทองเชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับและอัญมณี
7. Aurora Gold (ห้างทองออโรร่า):เครื่องประดับดีไซน์สำหรับผู้หญิงสมัยใหม่
Aurora มีประวัติกว่า 40 ปี เดิมเป็นช่างทองคำ ตั้งร้านใต้ชื่อ “ห้างทองซุ่ยเซ่งเฮง” (ปี 2516) ขยายเป็น ห้างทองออโรร่าเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ปัจจุบันให้บริการ:
ข้อควรระวัง:เน้นสินค้าเครื่องประดับและอัญมณี ราคาอาจสูงกว่าร้านอื่น เปรียบเทียบราคากับร้านอื่นๆ ก่อนตัดสินใจ
8. ห้างขายทองทองใบเยาวราช:บริการซื้อขายและบริการจำนำ
ทองใบเยาวราชเป็นธุรกิจค้าทองที่เก่าแก่จากเยาวราช ให้บริการ:
เหมาะสำหรับผู้ต้องการขายฝากทองคำหรือเครื่องประดับเมื่อมีความจำเป็น
9. ร้านทองจินฮั้วเฮง:เครื่องประดับทองลวดลายเลเซอร์สมัยใหม่
จินฮั้วเฮงตั้งตั้งแต่ปี 2523 ที่เยาวราช ปัจจุบันให้บริการ:
ข้อควรระวัง:สาขาน้อย อยู่แค่เฉพาะโซนกรุงเทพในตัวเมือง แต่สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้
10. ห้างทองธนะกิจ:บริการขาดการสั่งทำเครื่องประดับแบบสั่งตัว
ธนะกิจเป็นโรงงานผลิตทองคำที่หันมาเป็นร้านปลีกตั้งแต่มากกว่า 40 ปี ปัจจุบันให้บริการ:
ข้อควรระวัง:ไม่มีบริการลงทุนในทองแท่งหรือโปรแกรมออมทองคำ สาขาไม่มาก
เกณฑ์การเลือกร้านทองมาตรฐาน:6 ปัจจัยสำคัญที่ต้องตรวจสอบ
1. ตรวจสอบประวัติและการรับรองจากสมาคม
ร้านทองที่น่าเชื่อถือควรเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ค้าทองแห่งประเทศไทย และมีประวัติการดำเนินงานนานมาหลายสิบปี เช่น ฮั่วเซ่งเฮง (70 ปี) เยาวราช (50 ปี) TTK (160 ปี) การสมาชิกในสมาคมแสดงว่าร้านได้ยอมรับมาตรฐานค่ากำเหน็จ ระบบซื้อขาย และราคาทองคำตามสมาคม
2. กำหนดประเภททองคำที่ต้องการ
3. เปรียบเทียบระบบราคาและค่ากำเหน็จ
ราคาทองคำในแต่ละร้านควรเป็นไปตามมาตรฐานของสมาคม อย่างไรก็ตาม ค่ากำเหน็จ (ค่าจ้างช่างทำเครื่องประดับ) อาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า:
4. ตรวจสอบน้ำหนักต่อหน้าทั้งสองฝ่าย
การตรวจสอบน้ำหนักของทองคำเป็นสิ่งจำเป็น ต้องทำต่อหน้าผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อให้ได้ผลการชั่งน้ำหนักที่เที่ยงตรง ขอใบสำคัญรับน้ำหนักเป็นเอกสารอ้างอิง
5. ขอใบประกันและเก็บไว้อย่างปลอดภัย
ใบประกันจากร้านเป็นเอกสารสำคัญสำหรับการขายคืนทองคำให้กับร้านเดียวกัน ควรเก็บไว้อย่างปลอดภัยเนื่องจากจำเป็นต้องนำมาเมื่อต้องการขายคืน
6. ศึกษาเงื่อนไขการรับซื้อคืนและการให้บริการของร้าน
ก่อนการซื้อ ควรถามถึง:
การลงทุนทองคำอย่างปลอดภัย:ข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุน
ข้อมูลและเทคนิคป้องกัน
ความเสี่ยงจากการซื้อขายออนไลน์: อาจเสี่ยงต่อการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว ควรใช้บริการผ่านช่องทางที่เป็นทางการของร้านเท่านั้น
ความเสี่ยงจากความผันผวนตลาด: ทองคำเป็นสินค้าว่างไว้เพื่อการค้า ราคาเปลี่ยนแปลงทุกวัน ถ้าต้องการลงทุนระยะสั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ Stop Loss และ Take Profit
ความเสี่ยงจากตราสารอนุพันธ์ (TFEX): มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสสูญเสียต้นทุนทั้งหมด ควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนเข้าเทรด
ความเสี่ยงจากมาตรฐานการบริการไม่สม่ำเสมอ: ร้านทองที่มีสาขามากอาจมีมาตรฐานแตกต่างกัน เลือกสาขาที่มีชื่อเสียงดี หรือใช้บริการออนไลน์
วิธีป้องกันสำหรับนักลงทุนใหม่
สรุป:การเลือกร้านทองในปี 2026 ต้องคิดให้รอบคอบ
สำหรับนักลงทุนที่กำลังค้นหาว่าจะซื้อทองร้านไหนดี ปี 2026 นี้มีตัวเลือกหลากหลาย ตั้งแต่ร้านทองเก่าแก่ที่ได้รับการรับรองจากสมาคม ไปจนถึงร้านทองสมัยใหม่ที่เสนอบริการออนไลน์ครบครัน
ร้านทองที่ได้มาตรฐานสากลและการรับรองจากสมาคมผู้ค้าทองแห่งประเทศไทย ล้วนถือเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้ ถ้าจำเป็นต้องเลือก ให้คิดถึงเป้าหมายของตนเองให้ชัดเจนก่อน ว่าต้องการซื้อทองเพื่ออะไร จากนั้นจึงเลือกร้านที่ตอบสนองต่อความต้องการนั้นอย่างตรงไป ตรวจสอบเงื่อนไขการซื้อขาย ค่าธรรมเนียม และเก็บเอกสารให้ครบถ้วน จะช่วยให้การลงทุนทองคำของคุณราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น