This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
คู่มือการลงทุนสำหรับผู้เริ่มต้นในหุ้น
หลายคนกำลังมองหาคู่มือสำหรับมือใหม่ในการลงทุนในหุ้น การลงทุนในหุ้นเป็นวิธีที่น่าดึงดูดในการสร้างความมั่งคั่ง แต่ก็อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “การพนัน” ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากมีความรู้และกลยุทธ์ที่ถูกต้อง การลงทุนในหุ้นสามารถเป็นวิธีสร้างรายได้ที่มีศักยภาพสูงได้ คู่มือนี้จะอธิบายอย่างเป็นระบบตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์ การเปิดบัญชี ไปจนถึงเทคนิควิเคราะห์ เพื่อช่วยให้นักลงทุนมือใหม่ก้าวแรกได้อย่างมั่นใจ
ต้องรู้ว่าหุ้นคืออะไรจึงจะเริ่มต้นได้ถูกต้อง
เมื่อคุณซื้อหุ้น คุณจะเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท หุ้นเป็นหลักทรัพย์ที่แสดงความเป็นเจ้าของในบริษัท และสามารถสร้างรายได้ได้สองทาง คือ เงินปันผลและกำไรจากส่วนต่างราคา
อธิบายให้ชัดเจนขึ้น หากคุณถือหุ้นของ Samsung Electronics 1 หุ้น ก็เท่ากับเป็นเจ้าของส่วนเล็กๆ ของบริษัท (ข้อมูล ณ ช่วงต้นปี 2025) เหมือนกับถือชิ้นส่วนเล็กๆ ของบริษัทขนาดใหญ่ เมื่อบริษัทเติบโตและทำกำไรเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็จะปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนก็จะได้รับกำไรจากส่วนต่างราคานั่นเอง
ต้องรู้จักแนวโน้มการลงทุนของตัวเองก่อน
การลงทุนในหุ้นไม่เหมาะกับทุกคน ก่อนเริ่มลงทุน ควรเข้าใจสถานะทางการเงิน ความสามารถรับความเสี่ยง และเป้าหมายการลงทุนของตัวเองให้ชัดเจน
มาดูด้านดีของการลงทุนในหุ้นกันก่อน ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่า ดัชนี S&P 500 ตั้งแต่ปี 1957 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี และให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าราคาขึ้นลงของเงินเฟ้อในระยะยาว นอกจากนี้ หุ้นยังมีสภาพคล่องสูง สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ตลอดเวลา ต่างจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เวลานาน การลงทุนในหุ้นระยะยาวในหุ้นคุณภาพดีจะเกิดผลทบต้น (ดอกเบี้ยทบต้น) ทำให้ทุนเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แต่ก็มีข้อควรระวัง ราคาหุ้นอาจผันผวนอย่างรุนแรงในระยะสั้น เช่น ในเดือนมีนาคม 2020 ช่วง COVID-19 ระบาด ดัชนี S&P 500 ลดลงประมาณ 34% ภายในหนึ่งเดือน ต้องพร้อมรับความผันผวนนี้และมีความรู้ในการวิเคราะห์ตลาดอย่างต่อเนื่อง
เริ่มต้นด้วยการเลือกวิธีการลงทุน
แนวทางสำคัญของคู่มือสำหรับมือใหม่คือ การค้นหาวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง วิธีการซื้อขายหุ้นแบ่งเป็นหลักๆ ได้สองแบบ
การลงทุนในหุ้นรายตัว คือ การซื้อขายหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยตรง ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ส่วน กองทุน ETF (Exchange Traded Fund) และกองทุนรวม เป็นการลงทุนในหลายหุ้นพร้อมกัน ช่วยลดความเสี่ยงได้ดี
เทรนด์การลงทุนที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่ การซื้อขายแบบเศษส่วน (Fractional Trading) ซึ่งแม้ค่าธรรมเนียมจะสูงขึ้น แต่สามารถซื้อหุ้นราคาแพงด้วยเงินน้อย และ การลงทุนแบบอัตโนมัติ (DCA - Dollar Cost Averaging) คือ การลงทุนจำนวนเท่าๆ กันเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ เช่น CFD (Contract for Difference) ซึ่งสามารถสร้างกำไรได้มากในเงินลงทุนน้อย แต่ก็มีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาก่อนลงทุน เช่น ถ้าคาดว่าหุ้น NVIDIA จะขึ้น ก็สามารถซื้อ CFD เพื่อเก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคาได้
Mitrade เป็นแพลตฟอร์ม CFD สำหรับมือใหม่ในคริปโตเคอร์เรนซี ก็ใช้งานง่าย มีสภาพคล่องสูง ได้รับอนุญาตและกำกับดูแลโดย ASIC ของออสเตรเลีย ทำให้มั่นใจในความปลอดภัย
เลือกโบรกเกอร์และเปิดบัญชีใน 5 ขั้นตอน
การเปิดบัญชีหุ้นคล้ายกับการเปิดบัญชีธนาคาร แต่ดำเนินการผ่านโบรกเกอร์ ซึ่งปัจจุบันสามารถทำผ่านแอปบนมือถือภายในไม่กี่นาที
ขั้นตอนที่ 1: เลือกโบรกเกอร์
พิจารณาจากค่าธรรมเนียม บริการ ความสะดวกของแอปมือถือ โดยสามารถใช้บริการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของสมาคมส่งเสริมการลงทุนไทยได้ โดยทั่วไป การซื้อขายผ่าน PC ด้วยระบบ HTS หรือผ่านแอป MTS จะมีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด ส่วนการสั่งซื้อผ่านเจ้าหน้าที่จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 0.5%
ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้งแอปและยืนยันตัวตน
ดาวน์โหลดแอปของโบรกเกอร์ที่เลือก แล้วสแกนบัตรประชาชนและทำการยืนยันตัวตนผ่านมือถือ
ขั้นตอนที่ 3: กรอกข้อมูลส่วนตัว
ใส่ข้อมูลส่วนตัวและแหล่งที่มาของรายได้ให้ถูกต้องครบถ้วน
ขั้นตอนที่ 4: ยอมรับข้อตกลงและลงนามดิจิทัล
อ่านและยอมรับเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงแบบฟอร์มการเปิดบัญชีและข้อตกลงการทำธุรกรรมออนไลน์ แล้วลงนามดิจิทัล
ขั้นตอนที่ 5: เปิดบัญชีสำเร็จ
เมื่อดำเนินการครบถ้วน จะได้รับแจ้งว่าบัญชีเปิดเรียบร้อยแล้ว
บัญชีแบ่งเป็นประเภทต่างๆ เช่น บัญชีธรรมดา สำหรับซื้อขายหุ้นและลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน, บัญชี ISA สำหรับการลงทุนระยะยาวที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี, บัญชี CMA สำหรับฝากเงินและบริหารเงินระยะสั้น
ข้อควรระวังคือ หากมีประวัติเปิดบัญชีฝากถอนในธนาคารใดธนาคารหนึ่งแล้ว ต้องรอ 20 วันทำการก่อนจะเปิดบัญชีในธนาคารอื่น เนื่องจากเป็นมาตรการป้องกันการฟอกเงิน แต่บัญชีพันธมิตรเช่น Kakao, K-Bank, Toss Bank ไม่มีกำหนดนี้
ทำความเข้าใจ 2 วิธีวิเคราะห์ที่สำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน
ก่อนซื้อขายหุ้น ควรทำการวิเคราะห์ให้แน่ใจ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ใช้ข้อมูลราคาย้อนหลังและปริมาณการซื้อขาย เพื่อทำนายแนวโน้มในอนาคต เช่น การใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) หรือ MACD เพื่อหาจุดเข้าซื้อและขาย โดยเน้นการวิเคราะห์แผนภูมิและรูปแบบต่างๆ
การวิเคราะห์พื้นฐาน เป็นการศึกษาข้อมูลทางการเงินของบริษัท เช่น งบการเงิน ผลประกอบการ อุตสาหกรรม เพื่อประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น เช่น การใช้ PER (อัตราส่วนราคาต่อกำไร) PBR (อัตราส่วนราคาต่อสินทรัพย์) ROE (ผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น) ซึ่งเน้นการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ
มือใหม่ควรเข้าใจทั้งสองวิธี และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของตนเอง ค่อยๆ เรียนรู้ลึกขึ้นตามความสนใจ
กลยุทธ์การลงทุนระยะยาว vs การเก็งกำไรระยะสั้น
แนวทางการลงทุนขึ้นอยู่กับระยะเวลา
การเก็งกำไรระยะสั้น เช่น การเทรดรายวัน (Day Trading) เป็นการซื้อขายหุ้นในระยะเวลาสั้นเพื่อหวังผลกำไรเร็ว ซึ่งมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ให้ผลตอบแทนสูงเช่นกัน กลยุทธ์ที่นิยมใช้คือ การวิเคราะห์ทางเทคนิค การติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์ และโมเมนตัมเทรดดิ้ง แต่ก็มีข้อเสียคือ ค่าธรรมเนียมและภาระการติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด
การลงทุนระยะยาว เช่น การถือหุ้นเป็นเวลา 5 ปีขึ้นไป เป็นกลยุทธ์เน้นคุณค่า (Value Investing) ซึ่งเป็นแนวทางของนักลงทุนชื่อดังอย่าง Warren Buffett วิธีนี้จะใช้ดอกเบี้ยทบต้นและการเติบโตของมูลค่าหุ้นในระยะยาว ทำให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และหลายประเทศมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนระยะยาวด้วย
กลยุทธ์ลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหาย
การกระจายความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในหุ้น
การกระจายความเสี่ยง หมายถึง การถือหุ้นหลายบริษัท เช่น Samsung, Hyundai, Naver เพื่อไม่ให้พึ่งพาแค่หุ้นเดียวหรือกลุ่มเดียว ลดความเสี่ยงจากการตกต่ำของหุ้นใดหุ้นหนึ่ง
เทคนิคบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น
เคล็ดลับ 8 ข้อสำหรับมือใหม่ที่ประสบความสำเร็จ
คู่มือสำหรับมือใหม่ในหุ้น: เริ่มต้นด้วยใจมาราธอน
การลงทุนในหุ้นไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่เป็นมาราธอนที่ต้องใช้ความอดทนและการวางแผนอย่างรอบคอบ มือใหม่ควรเริ่มจากการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยงอย่างดี เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง ค่อยๆ เรียนรู้และสะสมประสบการณ์ โดยไม่หวังผลเร็วเกินไป และเน้นการเติบโตของทรัพย์สินในระยะยาว ให้ความสำคัญกับความรอบคอบและความสม่ำเสมอในการลงทุน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการสร้างความมั่งคั่งในอนาคต