This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
วิธีการซื้อหุ้น: คู่มือปฏิบัติสำหรับนักลงทุนมือใหม่
การเรียนรู้วิธีลงทุนในหุ้นเป็นขั้นตอนแรกของความเป็นอิสระทางการเงินที่หลายคนให้ความสนใจ โดยทั่วไปแล้วมักจะมองว่าการลงทุนในหุ้นเป็นเหมือน “ดอกเบี้ยสูง” แต่ในความเป็นจริง หากมีการเรียนรู้และวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ ก็สามารถเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเพิ่มทรัพย์สินได้อย่างมาก ในคู่มือนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนของการลงทุน ตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์ การเปิดบัญชี ไปจนถึงการวิเคราะห์หุ้นทีละขั้นตอน
หุ้นคืออะไรที่แท้จริง?
หุ้นคือสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงความเป็นเจ้าของในบริษัท เมื่อซื้อหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง คุณจะเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทนั้น และสามารถได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลและกำไรจากส่วนต่างราคา ตัวอย่างเช่น หากถือหุ้นของ Samsung Electronics 1 หุ้น ก็เท่ากับเป็นเจ้าของส่วนเล็กๆ ของบริษัท Samsung Electronics (ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2025)
ลักษณะเด่นของการซื้อขายหุ้นคือความสามารถในการแปลงเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องรอเวลานานเหมือนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก
การตัดสินใจว่าการลงทุนนี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่
ข้อดีของการลงทุนในหุ้น
อัตราการเติบโตระยะยาวของตลาดหุ้นน่าประทับใจ ดัชนี S&P 500 ตั้งแต่ปี 1957 ทำผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าราคาขึ้นลงของเงินเฟ้ออย่างมาก นักลงทุนระยะยาวที่ลงทุนในหุ้นคุณภาพจะได้รับประสบการณ์ของการเติบโตของทรัพย์สินอย่างเร่งรัดด้วยผลประโยชน์ของดอกเบี้ยทบต้น
นอกจากนี้ การรับเงินปันผลเป็นรายได้ประจำก็เป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างรายได้ที่สำคัญ
ความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้น
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นไม่เหมาะกับทุกคน ราคาหุ้นสามารถผันผวนอย่างรุนแรงในระยะสั้น ตัวอย่างเช่น ในเดือนมีนาคม 2020 ช่วงเริ่มต้นของการระบาด COVID-19 ดัชนี S&P 500 ลดลงประมาณ 34% ในเดือนเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผันผวนที่รุนแรงและความจำเป็นในการเตรียมใจรับมือกับความเสี่ยงนี้
เพื่อความสำเร็จในการลงทุน จำเป็นต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ตลาด เข้าใจสถานะทางการเงินของตนเอง และรู้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อย่างชัดเจน
ทำความเข้าใจวิธีการซื้อขายหุ้นแบบต่างๆ
การลงทุนโดยตรง vs การลงทุนทางอ้อม
การลงทุนในหุ้นรายตัวโดยตรงคือการซื้อขายหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยตรง ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
ในทางตรงกันข้าม การลงทุนผ่าน ETF (กองทุนดัชนี), กองทุนรวม, CFD เป็นการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงในหลายหุ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของหุ้นรายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีการลงทุนสำหรับมือใหม่
การซื้อหุ้นเป็นเศษส่วน (Fractional Trading) ช่วยให้สามารถซื้อหุ้นในจำนวนเล็กน้อย เช่น ซื้อหุ้นเพียงบางส่วนของ 1 หุ้น ทำให้สามารถลงทุนในหุ้นราคาแพงได้ง่ายขึ้น แต่ต้องระวังค่าธรรมเนียมที่อาจสูงขึ้นด้วย
การลงทุนแบบสะสม (Dollar-Cost Averaging) คือการลงทุนจำนวนเงินเท่าเดิมเป็นประจำทุกเดือนโดยอัตโนมัติ ช่วยลดอารมณ์ในการตัดสินใจและส่งเสริมการเติบโตของทรัพย์สินในระยะยาว
ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ
ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจเช่น CFD ช่วยให้สามารถทำกำไรได้มากขึ้นจากเงินลงทุนเพียงน้อยนิด แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนมากขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างเช่น หากคาดว่าราคาหุ้น NVIDIA จะขึ้น ก็สามารถซื้อ CFD เพื่อเก็งกำไรจากการขึ้นของราคาได้ ในทางตรงกันข้าม หากคาดว่าราคาจะลง ก็สามารถเปิดสถานะ Short เพื่อทำกำไรจากการลดลงของราคาได้
Mitrade เป็นแพลตฟอร์ม CFD สำหรับมือใหม่ที่ใช้งานง่าย มีอินเทอร์เฟซภาษาเกาหลีที่เข้าใจง่ายและมีสภาพคล่องสูง รองรับการเทรดคริปโตเคอร์เรนซี เช่น Bitcoin, Ethereum, Solana เป็นต้น เนื่องจากอยู่ภายใต้การกำกับของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย
การเลือกโบรกเกอร์และขั้นตอนเปิดบัญชี
จุดสำคัญในการเลือกโบรกเกอร์
ค่าธรรมเนียมการเทรดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลตอบแทนการลงทุน หากสั่งซื้อผ่านพนักงานจะเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 0.5% แต่ถ้าใช้บริการเทรดออนไลน์ (HTS, MTS) ค่าธรรมเนียมจะต่ำกว่ามาก ดังนั้น ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำตั้งแต่แรกเพื่อความคุ้มค่า
สมาคมตลาดทุนแห่งประเทศไทยมีบริการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์แต่ละแห่งให้ดูได้ง่าย
ขั้นตอนการเปิดบัญชีแบบละเอียด
ปัจจุบัน โบรกเกอร์ส่วนใหญ่สามารถเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนภายในไม่กี่นาที โดยใช้เพียงบัตรประชาชน (บัตรประชาชน, ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง)
ขั้นตอนการเปิดบัญชีมีดังนี้:
การเลือกประเภทบัญชี
ประเภทบัญชีมีผลต่อสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ:
หมายเหตุ: หากเคยเปิดบัญชีฝากเงินกับธนาคารใดมาก่อนแล้ว ต้องรอประมาณ 20 วันทำการก่อนจะเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารอื่น เนื่องจากเป็นข้อบังคับของหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน แต่บัญชีของ Kakao Bank, K-Bank, Toss Bank ที่เป็นพันธมิตรกับโบรกเกอร์จะไม่ถูกจำกัดเช่นนี้
การวิเคราะห์หุ้น: วิธีหลัก 2 แบบ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค: ใช้กราฟและดัชนี
การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการศึกษารูปแบบราคาย้อนหลังและปริมาณการซื้อขายเพื่อทำนายแนวโน้มในอนาคต โดยใช้เครื่องมือเช่น Moving Average, MACD เพื่อกำหนดจังหวะเข้าออกตลาด วิธีนี้นิยมใช้ในเทรดระยะสั้นและมักผสมกับข่าวสารแบบเรียลไทม์
การวิเคราะห์พื้นฐาน: ประเมินมูลค่าบริษัท
การวิเคราะห์พื้นฐานคือการศึกษางบการเงิน ผลประกอบการอุตสาหกรรม และแนวโน้มอุตสาหกรรม เพื่อประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น โดยใช้ตัวชี้วัดเช่น PER (อัตราส่วนราคาต่อกำไร), PBR (อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน), ROE (ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนระยะยาว
การเลือกกลยุทธ์การลงทุน: ระยะสั้น vs ระยะยาว
ลักษณะของกลยุทธ์ระยะสั้น
เดย์เทรด (Day Trading) คือการซื้อขายหุ้นบ่อยในระยะเวลาสั้นเพื่อหวังผลกำไรเร็ว ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ต้องใช้การวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์และความสามารถในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ความได้เปรียบของการลงทุนระยะยาว
การลงทุนระยะยาวคือการถือครองหุ้นเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นแนวคิดของ Warren Buffett การลงทุนแบบนี้เน้นผลประโยชน์ของดอกเบี้ยทบต้นและการเติบโตของทรัพย์สินในระยะยาว ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนมหาศาลและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในหลายประเทศ อีกทั้งยังช่วยให้จิตใจไม่หวั่นไหวต่อความผันผวนระยะสั้นของตลาด
กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง
ความสำคัญของการกระจายพอร์ต
หลักการลงทุนที่สำคัญคือ “อย่าใส่ไข่ในตะกร้าใบเดียว” การถือหุ้นหลายบริษัท เช่น Samsung, Hyundai, Naver ช่วยลดความเสี่ยงจากการตกของหุ้นรายตัวหรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
เทคนิคการจัดการขาดทุน
Stop Loss: ตั้งระดับราคาขายออกอัตโนมัติเมื่อราคาหุ้นลดลงถึงจุดที่กำหนด เพื่อจำกัดความเสียหายและป้องกันอารมณ์ในการตัดสินใจ
ปรับสมดุลพอร์ตเป็นระยะ: ตรวจสอบและปรับสัดส่วนของพอร์ตตามเป้าหมายเป็นประจำ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาด
การลงทุนแบบแบ่งเวลา: เช่น ลงทุน 1,000,000 บาทในหลายงวด เช่น 200,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 5 เดือน ช่วยลดความเสี่ยงจากจังหวะเข้าตลาดที่ไม่เหมาะสม
ถือครองระยะยาว: เลือกหุ้นที่มีแนวโน้มดีและถือครองในระยะยาว เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้น
เคล็ดลับสำหรับความสำเร็จในการลงทุนในหุ้น
คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น
เริ่มด้วยเงินน้อย: อย่าลงทุนด้วยจำนวนมากตั้งแต่แรก ควรเริ่มจากเงินน้อยเพื่อสะสมประสบการณ์
อย่าเชื่อคำชี้นำแบบตามกระแส: ระวังการตามเทรนด์หุ้นที่เป็นกระแส เช่น หุ้นธีม หรือ หุ้น “ขึ้นแรง” โดยไม่วิเคราะห์อย่างรอบคอบ ควรตัดสินใจบนข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เป็นกลาง
การเข้าใจตลาดให้มากขึ้น
เรียนรู้ต่อเนื่อง: อ่านข่าวเศรษฐกิจทุกวันประมาณ 30 นาที ติดตามผลประกอบการและตัวชี้วัดเศรษฐกิจรายสัปดาห์ของหุ้นที่สนใจ
จดบันทึกการลงทุน: บันทึกเหตุผลและผลลัพธ์ของแต่ละครั้ง เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและปรับปรุงกลยุทธ์ของตนเอง
ควบคุมอารมณ์: การรักษาความสงบและไม่หวั่นไหวต่อความกลัวหรือความโลภในตลาดเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จ
สรุป: แก่นแท้ของการเรียนรู้วิธีลงทุนในหุ้น
การเรียนรู้วิธีลงทุนในหุ้นไม่ใช่แค่การหวังผลระยะสั้น แต่ควรเน้นการเติบโตของทรัพย์สินในระยะยาว สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเน้นการวิเคราะห์อย่างละเอียด การบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด และเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตนเอง หากลงทุนอย่างสม่ำเสมอและรอบคอบ เหมือนการวิ่งมาราธอน คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ทรัพย์สินเติบโตโดยอัตโนมัติในระยะยาว เริ่มต้นวันนี้เลย!