This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ศึกษารายชื่อโบรกเกอร์ไทยและค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นปี 2569
ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากแต่ละโบรกเกอร์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อผลกำไรของนักลงทุน เช่นเดียวกับต้นทุนธุรกิจทั่วไป บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำจำนวน 10 เจ้าในประเทศไทยมีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและช่องทางการซื้อขาย ความเข้าใจเกี่ยวกับรายชื่อโบรกเกอร์ต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมของแต่ละเจ้าจะช่วยให้นักลงทุนสามารถจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์มีความสำคัญต่อผลกำไรการลงทุนอย่างไร
การลงทุนในหุ้นได้รับความนิยมเพราะการเปิดบัญชีซื้อขายสามารถทำได้ง่ายและสะดวก ภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง นักลงทุนที่มีเงินทุนหลักหมื่นบาทก็สามารถซื้อหุ้นคุณภาพดีมาบรรจุในพอร์ตการลงทุนได้แล้ว อย่างไรก็ดี ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์กลับกลายเป็นตัวการสำคัญที่กัดกร่านผลกำไร
ตัวอย่างเช่น บางโบรกเกอร์นั้นกำหนดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน หมายความว่าแม้นักลงทุนจะซื้อหุ้นจำนวนน้อย ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตราที่เท่ากับการซื้อหุ้นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ การเลือกโบรกเกอร์ให้เหมาะสมกับปริมาณการซื้อขายของตนเองจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
บัญชีแคชบาลานซ์กับบัญชีเงินสด - ความแตกต่างและค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม
นักลงทุนต้องเข้าใจว่าค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ในปี 2569 นี้มีหลายอัตรา แม้ในโบรกเกอร์เดียวกันก็ยังมีการคิดค่าธรรมเนียมแตกต่างกันตามประเภทบัญชี
บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance) เป็นบัญชีที่ผู้ลงทุนต้องโอนเงินเข้าบัญชีซื้อขายเต็มจำนวนก่อนการซื้อขาย ทำให้มีวงเงินในการซื้อขายจำกัดเท่าจำนวนเงินที่มีอยู่ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 0.15% ของมูลค่าการซื้อขาย (ไม่รวม VAT) ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดสำหรับประเภทบัญชีนี้
บัญชีเงินสด (Cash Account) นั้นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนสามารถซื้อขายในวันเดียวกันด้วยวงเงินเหมือนบัตรเครดิต แล้วชำระส่วนต่างในวันถัดไป อย่างไรก็ดี ข้อเสียคือโบรกเกอร์จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงขึ้น โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 0.20% ของมูลค่าการซื้อขาย
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ไทยชั้นนำ 10 เจ้า
ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ 2569
*ยกเว้นเมื่อขอรับ E-Statement
**บัญชีแคชบาลานซ์ไม่มีขั้นต่ำ
โบรกเกอร์ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด
ลิเบอเรเตอร์ นำเสนอค่าธรรมเนียมที่ต่ำที่สุด โดยเรียกเก็บเพียง 0.006% สำหรับทั้งบัญชีแคชบาลานซ์และบัญชีเงินสด โดยไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน นักลงทุนจึงเสียค่าธรรมเนียมตามจำนวนที่ซื้อขายจริงเท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ประหยัดต้นทุนที่สุดในปัจจุบัน
เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ อยู่ในลำดับที่สองด้วยอัตรา 0.075% สำหรับบัญชีแคชบาลานซ์ (ไม่มีขั้นต่ำ) ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีวงเงินการซื้อขายสูง
บัวหลวง (BLS) และ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายหุ้นในปริมาณน้อย
โบรกเกอร์ชั้นนำแบ่งตามประเภทนักลงทุน
สำหรับนักลงทุนทุนน้อยที่ซื้อหุ้นน้อย ๆ:
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสำหรับบริการครบวงจร:
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายหลายครั้ง:
แหล่งเงินของค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์และวิธีการคำนวณ
เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อหุ้นสักหลายสตางค์ พวกเขาไม่อาจเดินเข้าไปขอซื้อจากสมาชิกอื่นของตลาดได้โดยตรง เนื่องจากไม่ทราบว่าจะติดต่อใคร ราคาเท่าใด และสมาชิกรายนั้นเชื่อถือได้หรือไม่
หน่วยงานกำกับดูแลอย่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงกำหนดให้นักลงทุนทำการซื้อขายหุ้นผ่านตลาดที่เป็นทางการ (Exchange) เพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมูลค่าการซื้อขายต่อวันนั้นคิดเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ด้วยเหตุนี้ การซื้อขายจึงต้องทำผ่านตัวกลางที่น่าเชื่อถือและได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างโบรกเกอร์
โบรกเกอร์มีหน้าที่รวบรวมคำสั่งและอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนในการซื้อขายหุ้น ในฐานะตัวกลางนี้ โบรกเกอร์ต้องมีรายได้ ซึ่งมาจากค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการซื้อขายหุ้น
แต่ละโบรกเกอร์จึงต่างใช้กลยุทธ์ต่างกันเพื่อดึงดูดนักลงทุน บางเจ้ารีบอกค่าธรรมเนียนที่แพง แต่ให้บริการขั้นสูง บางเจ้ากำหนดค่าธรรมเนียมต่ำสุด เพื่อสร้างปริมาณนักลงทุนรายใจใหญ่
ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นแบบออนไลน์ (CFD) - ทางเลือกอื่นสำหรับนักเทรด
นอกจากการซื้อขายหุ้นบนกระดานหลักสำหรับแล้ว วิธีอื่นในการทำกำไรจากราคาหุ้นคือการใช้เครื่องมือ CFD (สัญญาผลต่างราคา) ซึ่งเป็นตราสารอนุพันธ์ที่มีสภาพคล่องสูง
ข้อดี:
ข้อเสีย:
โบรกเกอร์ CFD หุ้นที่นิยม
การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมตามความต้องการของคุณ
การเลือกรายชื่อโบรกเกอร์ที่เหมาะสมนั้นไม่ควรพิจารณาจากค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น:
คุณภาพบริการลูกค้า - การสนับสนุนเมื่อเกิดปัญหา
ระบบการซื้อขาย - ความเสถียร ความเร็ว ความสะดวกในการใช้
เครื่องมือวิเคราะห์ - ข้อมูล ข่าวสาร บทวิเคราะห์สำหรับการตัดสินใจ
ข้อมูลเพิ่มเติม - อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ของแถม โปรโมชั่น
ความปลอดภัย - ระบบการกำกับดูแล ความน่าเชื่อถือ
แม้ว่าค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์มีความสำคัญสำหรับการบริหารต้นทุน แต่การเลือกที่สมดุลระหว่างค่าธรรมเนียมต่ำกับบริการที่ดีนั้นจะช่วยให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนสูงสุดในระยะยาว
หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมที่นำเสนอในบทความนี้เป็นค่าธรรมเนียมการซื้อขายด้วยตัวเองผ่านอินเตอร์เน็ท ซึ่งมีค่าธรรมเนียมถูกที่สุด ค่าธรรมเนียมการส่งคำสั่งผ่านผู้แนะนำการลงทุนมักมีค่าธรรมเนียมแพงขึ้น นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมทั้งหมดยังไม่รวมถึง (1) ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณ 0.007% ของมูลค่าการซื้อขาย (2) ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียม และ (3) ค่าธรรมเนียมชำระผ่านระบบ ATS (ถ้ามี)