This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ทองคำซื้ออย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด? ดูข้อดีข้อเสียของ 5 ช่องทางการลงทุนพร้อมกัน
ในต้นปี 2026 ราคาทองคำทั่วโลกทะลุจุดสูงสุดใหม่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศทวีความรุนแรงขึ้น และแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ ทำให้ทองคำกลายเป็นจุดสนใจในการลงทุนอีกครั้ง แต่การซื้อทองคำให้คุ้มค่าสูงสุดนั้น ช่องทางการลงทุนต่าง ๆ มีต้นทุนและความเสี่ยงแตกต่างกันอย่างมาก บทความนี้ได้รวบรวมวิธีการลงทุน 5 แบบ ได้แก่ ทองคำแท่ง ทองคำในบัญชี ทอง ETF ทองอนุพันธ์ล่วงหน้า และสัญญาแลกเปลี่ยนราคาทองคำ (CFD) เพื่อช่วยให้คุณค้นพบวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง
การลงทุนทองคำในตอนนี้เหมาะสมไหม?
ความผันผวนของราคาทองคำได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทำให้การคาดการณ์แนวโน้มระยะสั้นเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมใหญ่ ราคาทองคำตั้งแต่ปี 2024 ก็ได้เข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง:
ภาพรวมแนวโน้มราคา:
คำแนะนำการลงทุน:
อยากรักษามูลค่าและเพิ่มมูลค่าในระยะยาว? ควรหาเวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อ ไม่ใช่รอให้ราคาขึ้นแล้วค่อยซื้อ การลงทุนในทองคำแท่ง ทองในบัญชี หรือ ETF เหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยงและถือครองอย่างมั่นคง
อยากทำกำไรจากความผันผวนในระยะสั้น? ต้องรับความเสี่ยงจากตลาดและมีความสามารถวิเคราะห์แนวโน้ม ราคาทองอนุพันธ์ล่วงหน้าและสัญญาแลกเปลี่ยนราคาทองคำเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์ สามารถทำกำไรจากการซื้อขายทั้งในแนวขึ้นและแนวลง
วิธีซื้อทองคำให้คุ้มค่าที่สุด? เปรียบเทียบต้นทุนและความเสี่ยงของแต่ละช่องทาง
มาดูตารางเปรียบเทียบเพื่อเข้าใจความแตกต่างของแต่ละช่องทางกันก่อน:
สรุปง่าย ๆ:
จากศูนย์ สายลงทุนแบบไหนซื้อทองคุ้มที่สุด
1. สำหรับผู้ที่ต้องการทองแท้เพื่อความปลอดภัย — ซื้อทองคำแท่ง
ทองคำแท้ประกอบด้วยทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ และเหรียญที่ระลึก ทองคำแท่งเป็นตัวเลือกดีที่สุด เพราะเหรียญและเครื่องประดับมีค่าใช้จ่ายในการแปรรูปสูง ค่าธรรมเนียมขายต่อก็แพง และอาจมีการสึกหรอทำให้ราคาต่ำลง
ข้อดีข้อเสียของทองแท้:
ซื้อทองแท่งที่ไหนดี?
ธนาคารในไทยเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะทองจาก UBS AG คุณภาพรับรอง เริ่มต้นซื้อ 100 กรัม มีขนาด 250, 500 กรัม และ 1 กิโลกรัม แต่ต้องคำนึงถึงค่ารักษาและการเก็บรักษา
ถ้าต้องการซื้อขนาดเล็ก ก็ไปที่ร้านทอง แต่ต้องตรวจสอบความบริสุทธิ์ (มักคิดเป็นน้ำหนัก) อย่าให้หลงกลทองปลอม หรือแบรนด์ที่ไม่แน่นอน
2. สำหรับคนทำงานที่อยากสะดวก — ทองในบัญชี
ทองในบัญชี (หรือเรียกอีกชื่อว่า “ทองคำกระดาษ”) คือธนาคารเก็บรักษาทองให้คุณ ถือเป็นใบรับรอง คุณสามารถซื้อขายได้ง่ายในธนาคาร เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์, กรุงศรี, กรุงไทย, และธนาคารอื่น ๆ
วิธีใช้ทองในบัญชี:
ต้นทุนและภาษี:
ค่าธรรมเนียมอยู่ในระดับกลาง การซื้อขายบ่อย ๆ จะมีค่าใช้จ่ายสะสม การทำกำไรต้องนำไปรวมในภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีถัดไป (ภาษีทรัพย์สินและการซื้อขาย) หากขาดทุนก็สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ใน 3 ปี
เหมาะกับใคร?
นักลงทุนที่มีเงินน้อย ต้องการซื้อขายบ่อย ๆ หรือเน้นความสะดวก
แนะนำธนาคาร: ธนาคารไทยพาณิชย์, กรุงศรี, และยูโซ่ ก็มีบริการนี้
3. สำหรับคนขี้เกียจอยากลงทุนง่าย — ETF ทอง
ETF ทองคือ “กองทุนดัชนีทองคำ” สามารถซื้อผ่านตลาดหุ้นในประเทศหรือในต่างประเทศ เช่น ETF ทองในไทย (00635U), ETF ทองในอเมริกา (GLD, IAU)
ต้นทุนเปรียบเทียบ:
ข้อดีคือสภาพคล่องดี ซื้อขายง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่และนักลงทุนรายย่อย แต่ข้อเสียคือทำได้แต่ซื้อในแนวขึ้นเท่านั้น ไม่สามารถทำ short ได้ และเวลาซื้อขายก็มีข้อจำกัด
เหมาะกับใคร?
ลงทุนระยะยาวแบบต้นทุนต่ำ ซื้อขายไม่บ่อย และอยากจัดสรรสินทรัพย์อย่างง่าย
ซื้อได้ที่ไหน?
ผ่านโบรกเกอร์ในประเทศ สำหรับ ETF ไทย หรือเปิดบัญชีในต่างประเทศเพื่อซื้อ ETF ต่างประเทศ
4. สำหรับนักเทรดระยะสั้น — อนุพันธ์ล่วงหน้า (Futures)
ทองอนุพันธ์ล่วงหน้าเป็นสัญญาซื้อขายทองคำในตลาดโลก สามารถทำทั้งแนวขึ้นและแนวลง (long/short) และเทรดได้ 24 ชม.
ลักษณะเด่น:
ความเสี่ยง:
เหมาะกับใคร?
เทรดเดอร์ระยะสั้น นักเก็งกำไรที่มีประสบการณ์
ซื้อขายที่ไหน?
ในไทยเทรดในตลาดฟิวเจอร์ของประเทศไทย (TFEX) หรือในตลาดต่างประเทศ เช่น CME, ICE ซึ่งเปิดให้เทรด 24 ชม.
5. สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นง่าย — CFD ทอง
CFD ทองคือสัญญาแลกเปลี่ยนราคาทองโดยไม่ต้องถือทองจริง ไม่มีวันหมดอายุ และสามารถเทรดได้ทั้งแนวขึ้นและแนวลง
ข้อดี:
ความแตกต่างจากฟิวเจอร์:
ใครควรใช้?
เทรดเดอร์ระยะสั้น นักเก็งกำไร นักลงทุนที่มีงบจำกัด
เลือกแพลตฟอร์มไหนดี?
แพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น IG Markets, Plus500, eToro, Mitrade ซึ่งได้รับอนุญาตจาก ASIC, CIMA, FSC เป็นต้น
Mitrade เป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะใช้งานง่าย มีโปรโมชั่นดี รองรับเงินบาท และบริการลูกค้าภาษาไทย 24 ชม. แนะนำให้ลองใช้บัญชีทดลองก่อน
ทำไมการลงทุนทองคำถึงได้รับความนิยม?
เหตุผลหลัก ๆ มีดังนี้:
◆ ทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงแบบดั้งเดิม — เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้นและตลาดผันผวน คนมักซื้อทองคำเป็นที่พึ่งพิง ในช่วงวิกฤต เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาทองพุ่งทะลุ $2069 และในสถานการณ์ปัจจุบันก็ยังทำสถิติสูงขึ้นเรื่อย ๆ
◆ เป็นมาตรฐานของนักลงทุนสถาบัน — กลุ่มนักลงทุนชั้นนำทั่วโลกแนะนำให้จัดสรรทองในพอร์ตอย่างน้อย 10% เพราะแม้ราคาจะผันผวนสูง แต่ก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยและช่วยรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดและวิกฤติเศรษฐกิจ
◆ มีความคล่องตัวระดับโลก — ตลาดทองคำมีประวัติยาวนานและมีมูลค่าการซื้อขายสูง สามารถสะท้อนเหตุการณ์สำคัญ เช่น สงคราม วิกฤติเศรษฐกิจ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ราคามีแนวโน้มขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
◆ เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อและค่าเงินดอลลาร์ — ทองคำมักมีความสัมพันธ์ผกผันกับดอลลาร์และเงินเฟ้อ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าหรือเงินเฟ้อสูงขึ้น ราคาทองมักปรับตัวขึ้นตาม
กลยุทธ์การลงทุนทองคำมี 2 แบบหลัก:
ไม่ว่าจะเลือกกลยุทธ์ใด การซื้อทองคำให้คุ้มค่าที่สุดคือ การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับตัวเอง เข้าใจความเสี่ยง และบริหารจัดการเงินอย่างเข้มงวด ไม่ใช่แค่ตามกระแสเท่านั้น