หลายเทรดเดอร์ที่ทำให้พอร์ตขาดทุนอย่างรวดเร็วในตลาด Forex ไม่ใช่เพราะการวิเคราะห์แนวโน้มผิด แต่เป็นเพราะการตัดสินใจที่ดูเหมือนง่ายแต่กลับมองข้ามไป—การเลือกขนาด Lot คำผิดพลาดที่มือใหม่มักทำมีอยู่สองแบบ คือกลัวจนเลือก Lot เล็กเกิน หรือโลภจนเลือก Lot ใหญ่เกิน แต่ผู้เชี่ยวชาญจริงไม่เลือก Lot ตามความรู้สึก พวกเขาใช้สูตรและระบบความคิดในการกำหนดขนาดการเทรดแต่ละครั้ง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจแก่นของ Lot และเรียนรู้คำนวณอย่างแม่นยำเหมือนเทรดเดอร์มืออาชีพ
เนื่องจาก 1 Standard Lot มีมูลค่าถึง 100,000 หน่วย จึงต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ตลาดจึงพัฒนารูปแบบ Lot ขนาดเล็กลงมาอีกเพื่อรองรับนักเทรดหลายระดับ ซึ่งก็เป็นการแบ่งความเสี่ยงและความสามารถในการบริหารจัดการด้วย
อย่าคิดว่า Lot เป็นหน่วยเดียวกันในทุกตลาด เพราะแต่ละสินทรัพย์มีขนาดมาตรฐานแตกต่างกัน เช่น:
ตลาด
ตัวอย่างสินค้า
1 Standard Lot
0.1 Lot (Mini)
Forex
EUR/USD
100,000 ยูโร
10,000 ยูโร
ทอง
XAUUSD
100 ออนซ์
10 ออนซ์
น้ำมัน
WTI
1,000 บาร์
100 บาร์
ดัชนี
S&P 500
ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม
ตามเลเวอเรจ
การเข้าใจความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะหากใช้ Lot เดียวกันในสินทรัพย์ต่างกัน อาจเสี่ยงเกินไปหรือไม่เหมาะสม
สร้างแนวทางเลือก Lot สำหรับตัวเอง
สุดท้ายนี้ คุณควรสร้างแนวทางการเลือก Lot ของตัวเอง โดยพิจารณา:
บัญชีเล็ก (ทุนต่ำกว่า $5,000): ใช้ Micro Lot (0.01-0.02) เพื่อสร้างความคุ้นเคยและบริหารความเสี่ยง
บัญชีกลาง ($5,000-$20,000): ใช้ Mini Lot (0.05-0.1) เพื่อขยายขนาดการเทรดอย่างปลอดภัย
บัญชีใหญ่ (มากกว่า $20,000): ใช้ Mix ระหว่าง Mini และ Standard Lot เพื่อเพิ่มผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยง
สำคัญที่สุดคือ อย่าเลือก Lot ตามความอยากได้กำไร แต่ให้ใช้สูตรและความสามารถในการรับความเสี่ยงเป็นหลัก
สรุปใจความสำคัญ
Lot ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นตัวแทนของแนวคิดการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ การใช้ Lot อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณอยู่ในตลาดได้นานขึ้นและเติบโตอย่างมั่นคง
เปลี่ยนจาก “อยากได้กำไรเท่าไหร่” เป็น “ขาดทุนสูงสุดที่รับได้เท่าไหร่” แล้วคุณจะเข้าใจว่าการบริหารความเสี่ยงคือหัวใจของการเทรดอย่างมืออาชีพ การถามตัวเองทุกครั้งก่อนเปิดออเดอร์ว่า “ถ้าราคาถึงจุด Stop Loss ฉันรับได้ไหมกับ Lot นี้” เมื่อคำตอบคือ “ได้” คุณก็อยู่ในเส้นทางของเทรดเดอร์มืออาชีพแล้ว การใช้ Lot อย่างถูกต้องอาจไม่ทำให้รวยในคืนเดียว แต่จะทำให้คุณอยู่ในตลาดได้นานและเติบโตอย่างมั่นคง
ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
จำนวนล็อต: กุญแจสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงที่เทรดเดอร์ควรรู้
หลายเทรดเดอร์ที่ทำให้พอร์ตขาดทุนอย่างรวดเร็วในตลาด Forex ไม่ใช่เพราะการวิเคราะห์แนวโน้มผิด แต่เป็นเพราะการตัดสินใจที่ดูเหมือนง่ายแต่กลับมองข้ามไป—การเลือกขนาด Lot คำผิดพลาดที่มือใหม่มักทำมีอยู่สองแบบ คือกลัวจนเลือก Lot เล็กเกิน หรือโลภจนเลือก Lot ใหญ่เกิน แต่ผู้เชี่ยวชาญจริงไม่เลือก Lot ตามความรู้สึก พวกเขาใช้สูตรและระบบความคิดในการกำหนดขนาดการเทรดแต่ละครั้ง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจแก่นของ Lot และเรียนรู้คำนวณอย่างแม่นยำเหมือนเทรดเดอร์มืออาชีพ
Lot หมายความว่าอะไร?
เพื่อเข้าใจ Lot ก่อนอื่นต้องพูดถึงความเฉพาะตัวของตลาด Forex ต่างจากตลาดหุ้น ราคาผันผวนของ Forex มีขนาดเล็กมาก เช่น EUR/USD จาก 1.0850 ไป 1.0851 เรียกว่าขยับ 1 Pip (จุด) ซึ่งมูลค่าจริงของจุดนี้คือเพียง 0.0001 ดอลลาร์เท่านั้น ถ้าคุณเทรด 1 ยูโร แม้ราคาขึ้น 100 จุด ก็ได้กำไรแค่ 0.01 ดอลลาร์ ซึ่งในเชิงปฏิบัติจริงไม่มีความหมายเลย
ด้วยเหตุนี้ ตลาดและโบรกเกอร์จึงสร้างหน่วยการเทรดมาตรฐานขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ หน่วยนั้นคือ Lot ซึ่งเป็นหน่วยการเทรดมาตรฐานที่รวมการเทรดเล็กๆ น้อยๆ ให้กลายเป็นหน่วยที่มีความหมายมากขึ้น
คำจำกัดความสำคัญ: 1 Standard Lot เท่ากับจำนวนหน่วยเงินฐานของคู่เงิน 100,000 หน่วย
ตรงนี้มีจุดที่อาจสับสน คือ “เงินฐาน” หมายถึงเงินในตำแหน่งหน้าในคู่เงิน เช่น
ความเข้าใจนี้สำคัญมากต่อการคำนวณความเสี่ยงในภายหลัง
ระบบขนาด Lot สี่แบบ
เนื่องจาก 1 Standard Lot มีมูลค่าถึง 100,000 หน่วย จึงต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ตลาดจึงพัฒนารูปแบบ Lot ขนาดเล็กลงมาอีกเพื่อรองรับนักเทรดหลายระดับ ซึ่งก็เป็นการแบ่งความเสี่ยงและความสามารถในการบริหารจัดการด้วย
Standard Lot (เต็ม)
Mini Lot (จิ๋ว)
Micro Lot (จิ๋วมาก)
Nano Lot (นาโน)
ปัจจุบัน โบรกเกอร์ส่วนใหญ่รองรับ Micro Lot เป็นขนาดต่ำสุด เพราะเป็นขนาดที่สมดุลระหว่างการเรียนรู้และการบริหารความเสี่ยง
ขนาด Lot กับผลตอบแทน/ขาดทุนที่โหดร้าย
ตอนนี้เรามาดูจุดสำคัญที่สุดของบทความนี้—เข้าใจว่า Lot ส่งผลโดยตรงต่อกำไรและขาดทุนของคุณอย่างไร
แกนหลักง่ายมาก: ขนาด Lot กำหนดมูลค่าของ 1 จุด ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายของคุณ
ยกตัวอย่างเปรียบเทียบจริง:
เทรดเดอร์ 2 คน
คุณสมชายและคุณสมหญิงต่างเป็นมือใหม่ มีเงินทุนเริ่มต้นคนละ $1,000 ทั้งคู่เห็นโอกาสขึ้นของ EUR/USD แล้วตัดสินใจซื้อในตำแหน่งเดียวกัน ตั้ง Stop Loss ที่ 50 จุด และ Take Profit ที่ 50 จุด แต่เลือกขนาด Lot แตกต่างกัน:
คุณสมชายเลือก 1.0 Standard Lot
คุณสมหญิงเลือก 0.01 Micro Lot
เมื่อราคาขึ้น 50 จุด (กำไร):
เมื่อราคาลง 50 จุด (ขาดทุน):
จะเห็นว่า ถ้าคุณสมชายทำผิดซ้ำอีกครั้ง เงิน $1,000 ก็จะหายไปในพริบตา แต่คุณสมหญิงแม้ทำผิดซ้ำหลายรอบ ก็ไม่ทำให้พอร์ตล่ม
นี่คือเหตุผลที่การเลือก Lot ไม่ใช่เพื่อหวังผลกำไรสูงสุด แต่เพื่อความอยู่รอดในตลาดระยะยาว
วิธีคำนวณ Lot อย่างมืออาชีพ
เมื่อเข้าใจความสำคัญของ Lot แล้ว คำถามคือ จะคำนวณอย่างไรให้ถูกต้องและเป็นระบบ?
เทรดเดอร์มืออาชีพไม่เลือก Lot ตามความรู้สึก แต่ใช้แนวคิดเชิงระบบ:
3 พารามิเตอร์ที่ต้องกำหนดล่วงหน้า
ก่อนคำนวณ Lot ต้องวางแผนการเทรดให้ชัดเจน ซึ่งประกอบด้วย:
สูตรคำนวณ Lot
เมื่อกำหนดพารามิเตอร์แล้ว สูตรง่ายๆ คือ:
Lot = (ทุนในบัญชี × อัตราความเสี่ยง) ÷ (ระยะ Stop Loss × มูลค่าต่อจุด)
เช่น ถ้าคุณมีทุน $10,000 ต้องการเสี่ยงไม่เกิน 2% (คือ $200) และ Stop Loss 50 จุด มูลค่าต่อจุดของ 1 Lot คือ $10:
Lot = ($10,000 × 0.02) ÷ (50 × $10) = $200 ÷ $500 = 0.4 Lot
แปลว่า คุณควรเปิดตำแหน่ง 0.4 Lot ถ้าราคาเคลื่อนไปถึง Stop Loss คุณจะขาดทุน $200 พอดี
สูตรนี้ช่วยให้คุณบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบและอัตโนมัติ ไม่ว่าจะหยุดขาดทุนกว้างหรือแคบ ก็ปรับ Lot ให้เหมาะสมเสมอ
ตัวอย่างการคำนวณในตลาดจริง
สมมุติ:
คำนวณ: Lot = $200 ÷ (50 × $10) = $200 ÷ $500 = 0.4 Lot
คุณควรเปิดตำแหน่ง 0.4 Lot เพื่อให้ความเสี่ยงไม่เกิน 2%
กรณีทองคำ (XAUUSD) ตัวอย่าง
สมมุติ:
คำนวณ: Lot = $100 ÷ (5 จุด × $1) = $100 ÷ $5 = 20 Lot (ซึ่งเป็นจำนวนมากและไม่สมเหตุสมผลในความเป็นจริง)
ในกรณีนี้ ต้องปรับขนาด Lot ให้เหมาะสม เช่น ใช้ 0.2 Lot ก็จะเสี่ยง $20 ต่อจุด ซึ่งมากกว่าที่ตั้งไว้
ดังนั้น การคำนวณต้องปรับให้เหมาะสมกับมูลค่าต่อจุดของแต่ละสินทรัพย์
ข้อแตกต่างของ Lot ในตลาดต่างๆ
อย่าคิดว่า Lot เป็นหน่วยเดียวกันในทุกตลาด เพราะแต่ละสินทรัพย์มีขนาดมาตรฐานแตกต่างกัน เช่น:
การเข้าใจความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะหากใช้ Lot เดียวกันในสินทรัพย์ต่างกัน อาจเสี่ยงเกินไปหรือไม่เหมาะสม
สร้างแนวทางเลือก Lot สำหรับตัวเอง
สุดท้ายนี้ คุณควรสร้างแนวทางการเลือก Lot ของตัวเอง โดยพิจารณา:
สำคัญที่สุดคือ อย่าเลือก Lot ตามความอยากได้กำไร แต่ให้ใช้สูตรและความสามารถในการรับความเสี่ยงเป็นหลัก
สรุปใจความสำคัญ
Lot ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นตัวแทนของแนวคิดการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ การใช้ Lot อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณอยู่ในตลาดได้นานขึ้นและเติบโตอย่างมั่นคง
เปลี่ยนจาก “อยากได้กำไรเท่าไหร่” เป็น “ขาดทุนสูงสุดที่รับได้เท่าไหร่” แล้วคุณจะเข้าใจว่าการบริหารความเสี่ยงคือหัวใจของการเทรดอย่างมืออาชีพ การถามตัวเองทุกครั้งก่อนเปิดออเดอร์ว่า “ถ้าราคาถึงจุด Stop Loss ฉันรับได้ไหมกับ Lot นี้” เมื่อคำตอบคือ “ได้” คุณก็อยู่ในเส้นทางของเทรดเดอร์มืออาชีพแล้ว การใช้ Lot อย่างถูกต้องอาจไม่ทำให้รวยในคืนเดียว แต่จะทำให้คุณอยู่ในตลาดได้นานและเติบโตอย่างมั่นคง