This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
พอร์ตหุ้น คือ กลยุทธ์ลงทุนอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
ยุคนี้ใครๆ ก็มีโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นเพราะเทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ที่สำคัญคือการเข้าใจ พอร์ตหุ้น ให้ชัดเจน เพราะมันคือรากฐานของการลงทุนที่มีสติและมีแผน ทำไมต้องรู้จัก พอร์ต คือ อะไร เพราะมันบอกให้เห็นว่าเงินของเราจะไหลไปตรงไหน ให้ผลเท่าไหร่ และเสี่ยงแค่ไหน
พอร์ต คือ การจัดการเงินลงทุนแบบมีเป้าหมาย
ถ้าถามว่า พอร์ตหุ้น นั่นแล้ว ก็คือการลงทุนในหลายบริษัทโดยมีแผน ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อหุ้นเพราะวัดดวง หรือเพราะเพื่อบอกให้ลงทุน พอร์ตนี่คือการกระจายเงินลงทุนลงในหุ้นของบริษัทต่างๆ ซึ่งอาจเป็นอุตสาหกรรมต่างกัน ความเสี่ยงต่างกัน และผลตอบแทนต่างกัน
สิ่งที่ทำให้พอร์ตหุ้นมีความสำคัญคือการ กระจายความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น ถ้าเราไปลงทุนเงิน 1 ล้านบาทในหุ้นเดียว และบริษัทนั้นล้มลง เงินของเราหายไปครึ่ง แต่ถ้าเราแบ่งเงินนั้นไปหุ้น 10 บริษัทคนละ 100,000 บาท โอกาสที่จะหายเงินทั้งหมดจะต่ำลงมาก แม้มีหุ้นตัวหนึ่งล้มลง เรายังมีเงินจากหุ้นตัวอื่นๆ ครอบคลุมการขาดทุน
ประเภทของพอร์ตหุ้นที่นักลงทุนควรรู้
พอร์ตหุ้นเชิงรุก - สำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยง
พอร์ตแบบนี้มุ่งเป้าไปที่ ผลกำไรสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงตามมา นักลงทุนจะลงทุนในหุ้นของบริษัทใหม่ๆ หรือบริษัทเทคโนโลยีที่มีการเติบโตรวดเร็ว หุ้นแบบนี้มักมีความผันผวนสูง และมีโอกาสให้ลงทุนของเรา เพิ่มขึ้นหลายเท่าในอนาคต แต่เสี่ยงที่จะขาดทุนก็มากเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่มีประสบการณ์และพร้อมรับผลที่อาจเลวร้ายได้
พอร์ตหุ้นเชิงรับ - สำหรับผู้ต้องการความปลอดภัย
ตรงกันข้ามกับพอร์ตเชิงรุก นี่คือการลงทุนใน หุ้นบลูชิป และบริษัทที่มีชื่อเสียงหรือทำธุรกิจมานานแล้ว เช่น Apple, Microsoft ในตลาดโลก หรือ INTUCH, CPALL, PTT ในตลาดไทย ความเสี่ยงต่ำ กำไรก็ไม่สูง แต่เรื่องความหงุดหงิดจากการขาดทุนจะน้อยมาก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือต้องการออมหุ้นเป็นเงินใช้ระยะยาว
พอร์ตหุ้นผสมผสาน - ความสมดุลของความหวังและความกลัว
บางคนอยากได้ทั้งสองแบบ จึงเลือก พอร์ตแบบผสมผสาน ลงทุนทั้งในหุ้นที่มีความเสี่ยงและหุ้นที่ปลอดภัย เช่นแบ่ง 50% ไปหุ้นบลูชิปและ 50% ไปหุ้นเติบโต ด้วยวิธีนี้ แม้หุ้นเติบโตล้มลง หุ้นบลูชิปก็จะช่วยเก็บความเสียหาย
พอร์ตหุ้นสร้างรายได้ - สำหรับผู้ต้องการได้เงินปจำจ่ายวันๆ
พอร์ตแบบนี้เน้นการซื้อหุ้นที่ จ่ายเงินปันผลสูง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นโรงไฟฟ้า หุ้นธนาคาร หรือบริษัทสาธารณูปโภค ที่มีรายได้สม่ำเสมอและจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นทุกปี นักลงทุนใช้เงินปันผลนี้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเก็บสะสม เหมือนฝากเงินแล้วหวังดอกเบี้ยนั่นแหละ
พอร์ตหุ้นเก็งกำไร - ความเสี่ยงสูงสุด ผลตอบแทนสูงสุด
ถ้าพอร์ตเชิงรุกดุ้น มันคือพอร์ตเก็งกำไร ความเสี่ยงหนักถึงระดับที่อาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมด แต่โอกาสได้กำไรก็มหาศาลเช่นกัน หุ้นที่เป็นไปได้จะมีราคาผันผวนสูงมากและมีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว แบบไม่ยั้ง เหมาะสำหรับนักเล่นหุ้นแบบมืออาชีพที่ชอบความตื่นเต้นและการเดิมพัน
หลักการสำคัญในการสร้างพอร์ตหุ้นให้ประสบความสำเร็จ
ขั้นแรก: ก่อนเล่นหุ้นต้องเข้าใจตัวเอง
คุณรู้ไหมว่า พอร์ต คือ สะท้อนของตัวเราเอง ใคร่หากตัวเองไม่มีความรู้และประสบการณ์ ไม่ควรลงทุนในพอร์ตเชิงรุกหรือเก็งกำไร เพราะมันเหมือนการเล่นไฟถือว่าเป็นหน้าที่บังคับเลือกพอร์ตที่ความเสี่ยงต่ำก่อน อาจจะเป็นพอร์ตเชิงรับหรือพอร์ตสร้างรายได้ ตอนที่เรามีประสบการณ์และความรู้เพิ่มขึ้น จึงค่อยขยับไปหาพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนมากขึ้น
ขั้นที่สอง: การบริหารจัดการเงินอย่างฉลาด
นี่มันสำคัญมากๆ บางคนไม่ตระหนักว่าตัวเองเลือกใช้เงินที่จำเป็นต้องใช้จ่ายมาลงทุน ผลคือปีเบ้อกสิบเดือนต้องถอนเงินคืนแล้วตกใจว่าขาดทุน ดังนั้น เงินลงทุนควรเป็นเงินเก็บ เงินที่เราไม่ต้องใช้เร่งด่วน เพราะการลงทุนบางครั้งอยู่ในช่วงที่ตลาดไม่ดี ถ้าเรายุ่งใจต้องเอาเงินออก เราอาจขาดทุนมาก ตัวอื่นคือการกระจายเงินลงทุนให้เหมาะสมกับระยะเวลา ไม่ใส่เงินทั้งหมดในครั้งเดียว
ขั้นที่สาม: ตั้งเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน
การลงทุนต้องมีเป้าหมาย ต้องการเติบโตในระยะยาว? หรือต้องการรายได้ประจำ? หรือต้องการเงินจำนวนหนึ่งเพื่อปลายทางในอนาคต? เมื่อเป้าหมายชัด พอร์ตหุ้นของเราก็มีทิศทาง
หุ้นอะไรที่เหมาะสำหรับมือใหม่
หุ้นบลูชิป: ฟันดำที่หลายคนรู้จัก
หุ้นประเภทนี้เป็นบริษัท ผู้นำทางอุตสาหกรรม ที่มีชื่อเสียงและประวัติการประกอบการนานเทพ เช่น Apple, Microsoft, Coca-Cola ในตลาดโลก และในไทยมี INTUCH (ธุรกิจสื่อสาร), CPALL (ธุรกิจค้าปลีก), PTT (พลังงาน), PTTEP (น้ำมัน), CPN (ศูนย์การค้า) เหล่านี้เป็นหุ้นที่ปลอดภัยเพราะบริษัทมีฐานะและกำไรที่มั่นคง ความเสี่ยงต่ำและเหมาะสำหรับมือใหม่
หุ้นจ่ายปันผลสูง: รายได้ประจำเดือน
บางหุ้นจ่าย เงินปันผล ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี บางทีรายปี บางทีรายครึ่งปี หุ้นประเภทนี้มักเป็นธนาคาร โรงไฟฟ้า บริษัทสาธารณูปโภค หรือบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค ถ้านักลงทุนต้องการได้เงินประจำ หุ้นแบบนี้ก็ตอบโจทย์พอ
วิธีเปิดพอร์ตหุ้นให้ถูกต้อง
ขั้นตอนการเปิดบัญชี
หลายโบรกเกอร์ในไทยให้ เปิดบัญชีออนไลน์ ได้ง่ายๆ บางแห่งสะดวกจริงๆ สามารถทำผ่านมือถือแค่ไม่กี่นาที บางแห่งต้องพิมพ์เอกสารและส่งมา ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่เลือก
ตัวอย่างเช่น บัญชี Cash Balance (ฝากเงินสด 100% ของจำนวนที่ต้องการซื้อ):
เสร็จแล้วส่งไปให้โบรกเกอร์ รออนุมัติ จากนั้นก็สามารถซื้อขายหุ้นได้
บัญชี CFD สำหรับผู้ต้องการความยืดหยุ่น
ถ้าต้องการ ลงทุนแบบกู้ยืม หรือต้องการซื้อขายตราสารมากมายที่ไม่ใช่แค่หุ้นไทย มี CFD (Contract For Difference) ซึ่งเป็นการเทรดสัญญา ไม่ต้องซื้อหุ้นจริง ค่อนข้างยืดหยุ่นและเปิดบัญชีผ่านออนไลน์ได้เร็ว บางแพลตฟอร์มให้เปิดเสร็จไม่ถึง 5 นาที และให้ฝึกด้วยบัญชี Demo ที่มีเงินเสมือน ไม่มีความเสี่ยง ก่อนที่จะลงจริง
โบรกเกอร์ยอดนิยมของคนไทย
โบรกเกอร์ท้องถิ่น
กสิกรไทย หลักทรัพย์ (KS): ให้เปิดบัญชีผ่านแอป K Plus ยืนยันตัวตนผ่านวิดีโอคอล สะดวกและรวดเร็ว มีระบบ EASY INVEST ช่วยเหลือ
ไทยพาณิชย์ หลักทรัพย์ (SCBS): เปิดบัญชีผ่าน SCB Easy ออนไลน์ ตรวจสอบความเสี่ยง เสร็จก็ซื้อขายได้เลย
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (MBKET): เปิดบัญชีออนไลน์ ส่งเอกสาร รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ มีข้อมูลวิเคราะห์ส่งทุกวัน
เคจีไอ (KGI): เปิดบัญชีออนไลน์ เลือกประเภทบัญชี Cash Account หรือ Cash Balance ตามใจชอบ
หยวนต้า (YUANTA): เปิดบัญชีแบบออนไลน์ หรือส่งเอกสาร หรือให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เลือกได้หลายแบบ
บัวหลวง หลักทรัพย์ (BLS): เปิดบัญชีออนไลน์ไม่ต้องส่งเอกสาร อยู่ในเครือกรุงเทพ มีบัญชีประเภทต่างๆ
ฟินันเซีย ไซรัส (FSS): เปิดบัญชีออนไลน์ ยืนยันตัวตนผ่านวิดีโอคอล มีบทวิเคราะห์ทุกวัน
โบรกเกอร์นานาชาติ
ถ้าต้องการ ลงทุนต่างประเทศ หรือเทรดต่างประเทศ มี:
FBS: โบรกเกอร์ระหว่างประเทศเปิดมาตั้งแต่ 2009 ให้บริการใน 150 ประเทศ เทรด Forex, CFD, หุ้นต่างประเทศ ระบบเสถียร Spread แคบ เลเวอเลจสูงถึง 1:3000
IC Markets: โบรกเกอร์ออสเตรเลีย เปิดตั้งแต่ 2007 ควบคุมโดย ASIC ให้บริการเทรดหุ้นต่างประเทศ เช่น Apple, Facebook, BHP Billiton รองรับภาษาไทย โอนเงินผ่านธนาคารไทยได้
Mitrade: โบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้ มี ใบอนุญาต จากหน่วยงาน ASIC, CIMA, FSC ให้บริการ CFD และการเทรด ฝากเงินเริ่มต้นต่ำ (50 ดอลลาร์) ค่าคอมมิชชั่น 0 Spread ต่ำ เปิดบัญชีได้ใน 3 นาที ให้ Demo ฟรี $50,000 ดอลลาร์เพื่อฝึกเทรด
สรุป: พอร์ตหุ้น คือ เมล็ดพืชของการลงทุน
จากเนื้อหาทั้งหมดนี้ จะเห็นว่า พอร์ตหุ้น มีความสำคัญต่อการลงทุนอย่างไร มันคือแผนรวมที่บอกให้เรารู้ว่าจะลงเงินไปไหน เสี่ยงเท่าไหร่ และคาดหวังผลกำไรเท่าไหร่ มือใหม่ไม่ต้องรีบไปพอร์ตเชิงรุก ให้เริ่มจากพอร์ตเชิงรับหรือพอร์ตสร้างรายได้ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ได้เรียนรู้ขณะเดินทาง แล้วค่อยๆ เพิ่มความเสี่ยงไปตามประสบการณ์
การบริหารจัดการพอร์ตหุ้นที่ดี ก็คือการรู้จักตัวเองก่อน ก็คือการจัดการเงินให้ปราศจากความรีบ ก็คือการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ทำเช่นนี้ เงินลงทุนของเรา อาจหมุนเวียนและเติบโตได้ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่พนัน