This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
คำแนะนำสำหรับมือใหม่! ขั้นตอน 5 ขั้นในการเริ่มต้นซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตั้งแต่ศูนย์จนเข้าใจเคล็ดลับการลงทุน
หลายๆ นักลงทุนที่เพิ่งเข้าตลาดต่างก็เคยสับสน—ตลาด Forex จริงๆ แล้วสามารถทำกำไรได้ไหม? ความจริงแล้ว สำหรับผู้ที่รู้จักจับโอกาส คำตอบคือใช่ ในฐานะตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ตลาด Forex มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเกิน 6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตลาดฟิวเจอร์สและหุ้นอย่างมาก ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการเงิน การเข้าถึงตลาด Forex ซึ่งเคยเป็นของสถาบันใหญ่และคนรวย ก็เริ่มเปิดกว้างให้กับนักลงทุนทั่วไปในระดับพื้นฐาน ปัจจุบัน การซื้อขาย Forex แบบขายปลีกคิดเป็นกว่า 30% ของปริมาณการซื้อขายรายวัน ทำให้กลุ่มนักลงทุนรายย่อยมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม โอกาสและความเสี่ยงก็อยู่คู่กัน—สถิติแสดงให้เห็นว่า 70%-90% ของนักลงทุนรายบุคคลประสบกับการขาดทุน สำหรับมือใหม่ที่อยากเข้ามาในตลาดนี้ การเรียนรู้เป็นระบบและการรับรู้ความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญมาก
ขั้นตอนแรกของการเข้าสู่ตลาด Forex: ทำความรู้จักกับ 3 ช่องทางการลงทุนหลัก
เพื่อเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนใน Forex ต้องเข้าใจก่อนว่ามีวิธีเข้าร่วมตลาดอย่างไร ช่องทางต่างๆ เหล่านี้เหมาะกับนักลงทุนแต่ละกลุ่ม ซึ่งมีลักษณะความเสี่ยงและผลตอบแทนแตกต่างกันอย่างมาก
การแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นวิธีพื้นฐานที่สุดในการสัมผัสตลาด Forex ในชีวิตประจำวัน เช่น การแลกเงินเยนก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น การแลกดอลลาร์เมื่อไปอเมริกา ซึ่งเป็นการทำธุรกรรม Forex ง่ายๆ วิธีนี้แทบไม่มีความเสี่ยง แต่ผลตอบแทนก็ต่ำมาก—อัตราแลกเปลี่ยนแทบไม่เปลี่ยนแปลง
การฝากเงินตราในอัตราคงที่ เป็นระดับที่สูงขึ้น นักลงทุนแปลงเงินบาทเป็นสกุลเงินอื่นแล้วฝากไว้ในธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ย นี่คือรูปแบบพื้นฐานของการซื้อขาย Forex สปอต ธนาคารมักมีตัวเลือกระยะเวลาที่หลากหลาย ความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มสัมผัส Forex ซึ่งต้องระวังว่าธนาคารแต่ละแห่งอาจมีขั้นต่ำในการฝากเงินต่างกัน และการยกเลิกก่อนกำหนดอาจทำให้เสียดอกเบี้ย
การเทรดด้วยมาร์จิ้น (Forex Margin Trading) (ที่เรียกกันว่า “เทรด Forex”) เป็นวิธีการลงทุนที่มีความเสี่ยงและโอกาสในตัวเอง วิธีนี้มีข้อกำหนดขั้นต่ำต่ำ—แพลตฟอร์มหลายแห่งเปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง $50 แต่สามารถใช้เลเวอเรจเพื่อเทรดได้มากกว่าทุนเดิมหลายเท่า นักลงทุนต้องเปิดบัญชีในธนาคารหรือโบรกเกอร์ Forex แล้วฝากเงินมาร์จิ้นเพื่อเริ่มซื้อขาย เมื่อเทียบกับสองวิธีแรก การเทรดด้วยมาร์จิ้นมีความยืดหยุ่นสูงสุด—สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำทั้งซื้อและขายในทิศทางเดียวกัน ปรับปริมาณการเทรดได้ตามต้องการ แต่ความยืดหยุ่นนี้ก็ต้องมาพร้อมกับความสามารถในการวิเคราะห์ตลาดและความแข็งแกร่งทางจิตใจที่สูงขึ้น
เลเวอเรจและมาร์จิ้น: ดาบสองคมที่ขยายผลกำไรและความเสี่ยง
จุดดึงดูดหลักของการเทรด Forex ด้วยมาร์จิ้นคือ เลเวอเรจ แต่สิ่งนี้ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มือใหม่มักผิดพลาด
เลเวอเรจคืออะไร? ง่ายๆ คือ ช่วยให้เทรดเดอร์ใช้เงินน้อยแต่สามารถเปิดตำแหน่งใหญ่ได้ สมมุติว่าโบรกเกอร์ให้เลเวอเรจ 20:1 เท่ากับว่า เทรดเดอร์สามารถเปิดตำแหน่งได้ 20 เท่าของทุนในบัญชี เช่น หากซื้อ EUR/USD 40,000 หน่วย ด้วยเงินเพียง 2,000 ยูโร ก็สามารถเปิดออเดอร์ได้ นี่คือพลังของ “ใช้เงินน้อยแลกกำไรมาก”
มาร์จิ้นคือค่าเข้าเล่นเกมนี้ โดยปกติจะเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตำแหน่ง โบรกเกอร์มักกำหนดขั้นต่ำ 2%, 5% หรือ 25% ขึ้นอยู่กับนโยบาย เลเวอเรจจะแสดงเป็นอัตราส่วน เช่น 50:1, 100:1, 200:1, 400:1 เป็นต้น
แต่ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ—ลองดูตัวอย่างจริง สมมุติเทรดเดอร์ฝากเงิน $1,000 แล้วเทรด EUR/USD หากตลาดเคลื่อนไหว 5%:
โดยไม่ใช้เลเวอเรจ การเคลื่อนไหว 5% จะได้กำไรหรือขาดทุน $50
ใช้เลเวอเรจ 10:1 การเคลื่อนไหว 5% จะได้กำไรหรือขาดทุน $500 (50%)
ใช้เลเวอเรจ 50:1 จะได้กำไรหรือขาดทุน $2,500 (250%)
ใช้เลเวอเรจ 100:1 จะได้ $5,000 (500%)
ใช้เลเวอเรจ 200:1 จะได้ $10,000 (1000%)
ตัวเลขกำไรที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจนี้ ซ่อนความเสี่ยงที่เทียบเท่าได้เช่นกัน เลเวอเรจไม่เพียงแต่ขยายกำไร แต่ยังขยายความกลัวและความโลภของเทรดเดอร์ด้วย หลายคนที่ไม่เข้าใจวิธีควบคุมเลเวอเรจ จนสุดท้ายก็ขาดทุนหมดตัว
ข้อดีและข้อควรระวังของตลาด Forex
ก่อนตัดสินใจเข้าสู่ตลาด Forex อย่างเป็นทางการ ควรประเมินอย่างเป็นกลางว่าตลาดนี้มีข้อดีอะไรบ้าง และซ่อนข้อเสียอะไรไว้บ้าง
ข้อดีที่ดึงดูดนักลงทุน ได้แก่ ตลาด Forex มีความเป็นสากลสูง สภาพคล่องดี เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกโซนเวลา การซื้อขายแบบสองทาง (Long/Short) ช่วยให้สามารถทำกำไรได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง เลเวอเรจสูงช่วยให้ใช้เงินน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมาก ค่าธรรมเนียมต่ำมาก—โดยปกติไม่เสียค่านายหน้า แต่จะเสียเป็นส่วนต่างราคา (Spread) ตลาดมีความลึกและโปร่งใส ไม่สามารถควบคุมโดยมนุษย์ได้ง่าย
แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง เช่น เลเวอเรจสูงอาจทำให้ขาดทุนหมดตัวในพริบตา ราคาสกุลเงินมีความไวต่อข้อมูลเศรษฐกิจ เหตุการณ์ทางการเมือง การตัดสินใจของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดเดายากและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตลาดผันผวนและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้เทรดเดอร์ต้องตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างแรงกดดันทางจิตใจอย่างมาก
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาด Forex ต้องการความรู้และความสามารถสูงกว่าตลาดหุ้นมาก หากเล่นแบบไม่จริงจังหรือเป็นงานอดิเรก โอกาสที่จะขาดทุนก็สูงมาก นักเทรดที่ประสบความสำเร็จต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีเทคนิคการบริหารเงินที่ดี มีแผนการเทรดที่รัดกุม และมีความพร้อมทางจิตใจในการรับมือกับความผันผวน
เลือกคู่เงินอย่างไรให้ชนะครึ่งหนึ่งของการเทรด
ในโลกนี้มีสกุลเงินประมาณ 180 สกุล แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถเทรดได้ทุกคู่ ตลาดแบ่งเป็น 4 กลุ่มตามลักษณะ
สกุลเงินเชิงนโยบาย (เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร) มีแนวโน้มตามนโยบายเศรษฐกิจและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ข้อมูลเปิดเผยชัดเจนและความผันผวนค่อนข้างควบคุมได้
สกุลเงินป้องกันความเสี่ยง (เช่น เยนญี่ปุ่น) ในช่วงวิกฤตการณ์โลกจะมีเงินไหลเข้าเพื่อรักษามูลค่า
สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลีย รูเบิลรัสเซีย) มีความสัมพันธ์กับราคาสินค้าหลัก เช่น เหล็ก แร่ธาตุ เนื้อสัตว์ ซึ่งขึ้นอยู่กับอุปสงค์อุปทานทั่วโลก
สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ (เช่น หยวนจีน) อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลมากกว่า มีความเสถียรในระดับหนึ่ง แต่โอกาสในการเทรดน้อยกว่า
สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มจาก 3 กลุ่มแรก ใน 10 คู่เงินที่มีการซื้อขายมากที่สุด EUR/USD ยืนหนึ่งเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็น 27.95% ของปริมาณการซื้อขาย รองลงมาคือ USD/JPY (13.34%) GBP/USD (11.27%) เป็นต้น จุดเด่นของคู่เงินเหล่านี้คือ สภาพคล่องสูง ค่าธรรมเนียมต่ำ การดำเนินการคำสั่งรวดเร็ว ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงง่าย ราคามีความเรียบง่ายและเสถียร
แต่ความคล่องตัวสูงไม่ได้หมายความว่าสำหรับมือใหม่เสมอไป เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์อาจใช้ความผันผวนของคู่เงินที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อหาโอกาส แต่สำหรับมือใหม่ ความผันผวนสูงอาจซ่อนความเสี่ยงมากกว่า ค่าของดอลลาร์ออสเตรเลียซึ่งเชื่อมโยงกับเหล็ก แร่ธาตุ เนื้อสัตว์ ก็มีความผันผวนมากกว่าคู่เงินยุโรป-อเมริกา สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มจาก EUR/USD ซึ่งเป็นคู่เงินที่มีความผันผวนต่ำและสภาพคล่องสูง เพื่อให้ได้ข้อมูลตลาดที่ชัดเจน ค่าธรรมเนียมต่ำ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
การเลือกแพลตฟอร์มที่ได้รับการกำกับดูแล: วิธีหาโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ
ในการเลือกแพลตฟอร์มเทรด ควรพิจารณาเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายเป็นอันดับแรก องค์กรกำกับดูแลทางการเงินหลักของโลกได้แก่ FCA (อังกฤษ), ASIC (ออสเตรเลีย), NFA (สหรัฐอเมริกา), MiFID (สหภาพยุโรป), CySEC (ไซปรัส)
โบรกเกอร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจะแสดงข้อมูลใบอนุญาตอย่างชัดเจน ส่วนแพลตฟอร์มหลอกลวงมักใช้กลอุบาย เช่น การปลอมชื่อแบรนด์ การคัดลอกเว็บไซต์ การชักชวนให้โอนเงินผ่าน Line หรือโซเชียลมีเดีย เมื่อพบว่ามีการดำเนินการผิดปกติ เช่น การปล่อยให้มีการจัดการพอร์ตโดยบุคคลอื่น การบังคับให้เทรด การส่งคำสั่งบ่อยครั้ง หรือไม่สามารถถอนเงินได้ ควรรีบออกห่าง
ควรเลือกแพลตฟอร์มที่ได้รับการกำกับดูแลหลายหน่วยงาน เช่น โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ASIC และ CIMA พร้อมกัน ซึ่งมักจะมีการให้บริการมากกว่า 60 คู่เงิน รวมถึงโลหะมีค่า หุ้น ดัชนี และคริปโตเคอร์เรนซี เลเวอเรจตั้งแต่ 1 เท่าจนถึง 200 เท่า ขนาดการเทรดขั้นต่ำ 0.01 ล็อต ค่าธรรมเนียมต่ำแบบไม่มีค่านายหน้าและสเปรดต่ำ แพลตฟอร์มเหล่านี้มักมาพร้อมเครื่องมือเทรดครบครัน เช่น การตั้ง Stop Loss, Take Profit, การติดตามคำสั่งอัตโนมัติ และสัญญาณเทรดแบบเรียลไทม์ ช่วยให้นักลงทุนควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลไกการทำงานของตลาด Forex และแนวทางปฏิบัติในเชิงปฏิบัติ
ข้อแรก: เข้าใจแรงผลักดันของราคาที่ทำให้เกิดความผันผวน
ราคาสกุลเงินไม่ได้เคลื่อนไหวแบบสุ่ม ตลาดนี้ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายด้าน เช่น สถานการณ์ทางการเมือง นโยบายอัตราดอกเบี้ย ผลประกอบการตลาดหุ้น ข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ กลุ่มผู้เข้าร่วมตลาดประกอบด้วย สถาบันการค้า ธนาคารการลงทุน กองทุนป้องกันความเสี่ยง รัฐบาล องค์กรข้ามชาติ และนักลงทุนรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้สภาพคล่องและสร้างโอกาสในการเทรดอย่างไม่รู้จบ นักเทรดจึงควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานและข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อจับแนวโน้มของสกุลเงิน
ข้อสอง: เลเวอเรจช่วยให้สามารถเทรดด้วยเงินน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมาก
นี่คือจุดดึงดูดที่สำคัญของ Forex เทรดเดอร์สามารถซื้อเพื่อทำกำไรจากการขึ้นของค่าเงิน (Long) หรือขายเพื่อทำกำไรจากการลง (Short) การเทรดแบบสองทางนี้ช่วยให้หาโอกาสในตลาดขาลงและตลาดผันผวนได้
ข้อสาม: เลเวอเรจไม่ใช่แค่ขยายกำไร แต่ยังขยายความเสี่ยงและความกลัว
เทรดเดอร์มืออาชีพต้องเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง มือใหม่ควรเริ่มจากเลเวอเรจต่ำ เช่น 10:1 เพื่อควบคุมความเสี่ยงและเรียนรู้กลไกของตลาดอย่างรอบคอบ
ข้อสี่: การเทรดด้วยจำนวนล็อตเล็กเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสะสมประสบการณ์
ข้อดีของ Forex คือสามารถเริ่มต้นด้วยเงินน้อยได้ การเทรดด้วยล็อตเล็กช่วยให้ควบคุมความเสี่ยงและลดภาระทางจิตใจ พร้อมทั้งสะสมประสบการณ์ทีละน้อย
ข้อห้า: วางแผนการเทรดและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
ควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและปฏิบัติตาม แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนตามแนวโน้มตลาดเมื่อจำเป็น หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป
ข้อหก: การตั้งจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนเป็นสิ่งสำคัญ
กำหนดจุดเข้าและออกอย่างชัดเจน เช่น เมื่อได้กำไร 20% ควรหยุดและถอนเงินออก การปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุนเพราะความโลภเป็นสาเหตุหลักของความล้มเหลว
ข้อเจ็ด: เริ่มจากบัญชีทดลองเพื่อฝึกฝน
มือใหม่ควรเข้าใจความเสี่ยงอย่างลึกซึ้งและฝึกฝนกลยุทธ์ในบัญชีทดลองก่อน เพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพตลาดและลดความเสี่ยงในการเทรดจริง
คำแนะนำสุดท้ายสำหรับการเริ่มต้นในตลาด Forex
ความสำเร็จในตลาด Forex อยู่ที่การเข้าใจตลาดอย่างถูกต้อง เลือกแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หากคุณสามารถรับความเสี่ยงจากเลเวอเรจ เตรียมใจให้พร้อมและตั้งใจแสวงหาโอกาสที่มากขึ้น ก็สามารถเริ่มต้นด้วยบัญชีทดลองฟรีที่หลายแพลตฟอร์มมีให้ โดยมักมีเงินเสมือน $50,000 ให้ทดลองเทรดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อสะสมประสบการณ์ ทดสอบกลยุทธ์ และสร้างความมั่นใจ ก่อนก้าวเข้าสู่การเทรดจริงอย่างมั่นใจ