This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
หุ้นอาหาร: เหตุใดจึงเป็นหัวใจสำคัญของพอร์ตการลงทุนปี 2025
ในยุคที่ตลาดหุ้นโลกมีความผันผวนเพิ่มขึ้น นักลงทุนจำนวนมากกลับหันมาให้ความสนใจกับ หุ้นอาหาร อย่างเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจนี้มีลักษณะเฉพาะที่น่าดึงดูด คือเป็นสินค้าบริโภคที่มีความต่อเนื่อง ผู้บริโภคต้องซื้อซ้ำเรื่อยๆ โดยไม่ขึ้นกับสภาวะเศรษฐกิจ นี่จึงทำให้ หุ้นอาหาร กลายเป็นทางเลือกที่มั่นคงสำหรับผู้ลงทุนที่มองหาการสร้างรายได้แบบยั่งยืนและการเติบโตที่ปรับตัวตามความต้องการของตลาด
ทำไมอุตสาหกรรมอาหารถึงเป็นตัวเลือกทีดึงดูดนักลงทุน
การลงทุนใน หุ้นอาหาร เหตุผลสำคัญมากมายที่นักลงทุนนำไปพิจารณา ประการแรกคือการบริโภคอาหารเป็นสิ่งจำเป็นของมนุษย์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะขึ้นหรือลง คนก็ต้องกินอยู่ดี นั่นจึงหมายความว่ากำไรของบริษัทอาหารมักจะคงเส้นคงวา
นอกจากนี้ การขยายตัวของประชากรโลกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ตามสถิติการคาดการณ์ประชากร ตัวเลขประชากรจะเพิ่มขึ้นหลายพันล้านในทศวรรษข้างหน้า สิ่งนี้หมายถึงความต้องการอาหารจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย บริษัทในอุตสาหกรรมนี้ที่มีความพร้อมในการสูงต่างๆ จะอยู่ในตำแหน่งที่ดีเพื่อจับโอกาสนี้
การจำแนกประเภท หุ้นอาหาร ที่ต้องรู้จัก
โลกของ หุ้นอาหาร นั้นกว้างขวางและเต็มไปด้วยความหลากหลาย โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
กลุ่มผู้ผลิตและแปรรูป
บริษัทในกลุ่มนี้ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงการแปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เช่น เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่ดำเนินงานในกว่า 17 ประเทศ
กลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่ม
ตั้งแต่น้ำหวาน กาแฟ เบียร์ ไปจนถึงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ตัวอย่างเช่น บริษัทโคคา-โคล่า (KO) ที่มีแบรนด์กว่า 200 แบรนด์ทั่วโลก
กลุ่มธุรกิจการจัดจำหน่าย
สถานีจ่ายน้ำมัน ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือเครือร้านอาหาร เช่น ไมเนอร์กรุ๊ป (MINT) ที่บริหารแบรนด์ชื่อดังหลายตัว
8 หุ้นอาหารที่ยอดเยี่ยมในปี 2025
หุ้นอาหารจากประเทศไทย: ผู้บุกเบิกในเอเชีย
ประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะ “ครัวของโลก” ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหารคุณภาพสูง บริษัทไทยหลายแห่งได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดโลก ทำให้เป็นตัวเลือกที่อาจให้ผลตอบแทนสูง
เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัทนี้ก่อตั้งในปี 1978 และกลายเป็นนักแสดงหลักในอุตสาหกรรมอาหารแบบครบวงจร ตั้งแต่อาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงการแปรรูปอาหาร มีการรองรับการส่งออกไปยังกว่า 40 ประเทศ
ไทยยูเนี่ยน (TU) เป็นผู้นำตลาดอาหารทะเลโลกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1977 บริษัทนี้อาศัยกลยุทธ์การขยายตัวต่างประเทศแบบรุนแรง รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
เอเชียน ซี (ASIAN) ก่อตั้งในปี 1983 ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลแปรรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและเครือข่ายการตลาดในหลายประเทศ
ไมเนอร์ฟู้ดกรุ๊ป (MINT) เริ่มต้นจากร้านอาหารแพลงค์สไตล์ฝรั่งเศส ปัจจุบันเป็นผู้บริหารหลายแบรนด์ชื่อดัง เช่น เดอะ พิซซ่า คอมปานี เบอร์เกอร์ คิง และแดรี่ควีน
หุ้นอาหารจากตะวันตก: ยักษ์อุตสาหกรรมโลก
นอกประเทศไทย บริษัทอาหารจากตะวันตกก็เป็นตัวเลือกที่ยุ่งยากแต่มีแรงจูงใจ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ ระบบการจัดการที่เป็นระเบียบ และกระแสเงินสดที่มั่นคง
เนสล์เล่ (NESN) ก่อตั้งในปี 1866 โดย Henri Nestlé โดยเป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลิตภัณฑ์ครอบคลุม Nescafé, KitKat, Purina และอื่นๆ เสียงขาดแคลนความมั่นคงและรายได้ปันผลที่สม่ำเสมอ
โคคา-โคล่า (KO) เครื่องดื่มสิงหลักของโลก ตั้งแต่ปี 1886 ปัจจุบันมีแบรนด์กว่า 200 ในกว่า 200 ประเทศ ความชนชำนาญในการตลาดและความเข้มแข็งของแบรนด์ทำให้เป็นหุ้นป้องกันที่แข็งแกร่ง
เป๊ปซี่โค (PEP) แตกต่างจากคิด หลายคนว่า บริษัท PepsiCo ไม่ได้ผลิตเพียงแค่เครื่องดื่ม ตั้งแต่ปี 1965 บริษัทนี้ขยายธุรกิจเข้าสู่สินค้าขบเคี้ยว ตัวอย่างเช่น Lay’s, Cheetos และ Doritos ทำให้มีพอร์ตโฟลิโอที่มีความหลากหลาย
ยูนิลิเวอร์ (UL) เกิดจากการควบรวมระหว่างบริษัทผลิตเนยเทียมและสบู่ ปัจจุบันดำเนินธุรกิจในกว่า 190 ประเทศ ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล
ตารางเปรียบเทียบหุ้นอาหารหลัก
หมายเหตุ: ข้อมูลในตารางมีไว้เพื่องการอ้างอิง แนะนำให้ตรวจสอบราคาและข้อมูลล่าสุดจากแหล่งข้อมูลการเงินที่เชื่อถือได้
หุ้นอาหารเพื่อสุขภาพ: เทรนด์ใหม่ที่ห้ามมองข้าม
ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพกำลังเติบโตด้วยอัตราที่รวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ บริษัทต่อไปนี้นำเหนือการเปลี่ยนแปลงนี้
Beyond Meat (BYND) เป็นผู้นำในโปรตีนจากพืช มีผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์ ไส้กรอก และนักเก็ตที่ตอบโจทย์ผู้หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์
Oatly (OTLY) โดดเด่นในด้านนมจากข้าวโอ๊ต ตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคที่มีอาการแพ้นมวัวหรือต้องการลดการบริโภคนม
Tattooed Chef (TTCF) เน้นอาหารสำเร็จรูปจากพืช เช่น ชามอาหารพร้อมทานแบบแช่แข็ง
The Hain Celestial (HAIN) เชี่ยวชาญด้านอาหารออร์แกนิก ชาสมุนไพร และสินค้าขบเคี้ยวไร้สารปรุงแต่ง
Danone (DANOY) มีผลิตภัณฑ์นมโยเกิร์ต และเครื่องดื่มจากพืช
Nomad Foods (NOMD) ผลิตอาหารแช่แข็งระดับพรีเมียมที่มีคุณภาพสูง
Sprouts Farmers Market (SFM) เป็นเครือซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพและออร์แกนิก
Ingredion (INGR) พัฒนาส่วนผสมอาหารจากธรรมชาติ สารให้ความหวาน และแป้งจากพืช
ข้อดีของการลงทุนใน หุ้นอาหาร
การเลือกลงทุนใน หุ้นอาหาร มีข้อดีมากมาย ประการแรก ความต้องการอาหารเป็นความจำเป็นที่คงเส้นคงวา ซื้อไม่ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตหรือชะลอตัว จึงทำให้บริษัทมีฐานลูกค้าที่มั่นคง
ประการที่สอง บริษัทอาหารหลายแห่งขึ้นชื่อในการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอและเชื่อถือได้ นักลงทุนที่มองหาการสร้างรายได้จากการลงทุนสามารถพึ่งพากระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ
ประการที่สาม บริษัทในอุตสาหกรรมนี้กำลังปรับตัวกับแนวโน้มใหม่ เช่น โปรตีนทางเลือก อาหารเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งนี้สร้างโอกาสการเติบโตใหม่
ประการที่สี่ การขยายตัวของประชากรโลกและการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวในประเทศกำลังพัฒนา หมายความว่ามีความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันและในอนาคต
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน หุ้นอาหาร ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา ความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญ เมื่อเศรษฐกิจหดตัว ผู้บริโภคมักจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ถูกกว่า ซึ่งอาจกระทบกำไรของบริษัท
การแข่งขันรุนแรงก็เป็นความท้าทาย ไม่ว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จเพียงใด ปฏิปักษ์ใหม่ก็อาจเข้ามาทุกเวลา บวกกับทะเบียนตามกลยุทธ์ราคาที่อาจกระทบกำไร
ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อสูง ราคาวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าพลังงาน ล้วนเป็นปัจจัยที่ควรติดตาม
และสุดท้าย ความชอบของผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในยุคของโซเชียลมีเดีย แนวโน้มใหม่อาจเกิดขึ้นในคืนเดียว
วิธีการลงทุนในหุ้นอาหาร
มีหลายวิธีให้นักลงทุนเลือกลงทุนใน หุ้นอาหาร
วิธีที่ 1: ซื้อหุ้นโดยตรง
เปิดบัญชีหลักทรัพย์กับโบรกเกอร์ และซื้อขายหุ้นอาหารที่ต้องการ ข้อดีคือได้ความเป็นเจ้าของหุ้นที่ถือจริง พร้อมสิทธิต่างๆ เช่น เงินปันผลและสิทธิออกเสียง
วิธีที่ 2: ลงทุนผ่านกองทุนรวม
เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการจัดการแบบมีปกครอง ผู้จัดการกองทุนจะจัดสรรเงินไปยังหลายหุ้นอาหาร ลดความเสี่ยงผ่านการกระจายการลงทุน
วิธีที่ 3: ใช้ CFD (Contract For Difference)
เป็นตราสารอนุพันธ์ที่อนุญาตให้เทรดราคาหุ้นโดยไม่จำเป็นต้องครอบครองหุ้นจริง ข้อดี ได้เลเวอเรจ สามารถเทรดขาขึ้นและขาลงได้ แต่มีความเสี่ยงที่สูงกว่า
เลือกหุ้นอาหารได้อย่างไร
การค้นหาหุ้นอาหารที่เหมาะสม สามารถใช้เว็บไซต์การเทรดหุ้น เช่น Yahoo Finance, Google Finance, Bloomberg หรือ CNBC เพื่อค้นหาและกรองหุ้นตามกลุ่มอาหาร
ติดตามข่าวสารทางการเงินและบทวิเคราะห์ในสื่อมวลชน และใช้ซอฟต์แวร์การวิเคราะห์หุ้นอย่าง INVESTING.COM หรือ MITRADE ที่มีเครื่องมือค้นหาขั้นสูง
อีกวิธีหนึ่งคือติดต่อนักวิเคราะห์การลงทุนเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับหุ้นอาหารที่มีศักยภาพ
สรุป: เหตุใดจึงต้องมี หุ้นอาหาร ในพอร์ตการลงทุน
ในการสรุป หุ้นอาหาร เป็นทางเลือกการลงทุนที่มีคุณค่าต่อนักลงทุนหลายประเภท ตั้งแต่ผู้ที่มองหาความมั่นคงและรายได้ปันผล ไปจนถึงผู้ที่ต้องการส่วนแบ่งของการเติบโตระยะยาวจากอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมอาหารดำเนินธุรกิจในแบบที่ถูกแรงดึงด้านปัจจัยพื้นฐาน ความต้องการจะคงเส้นคงวา และโอกาสการเติบโตเป็นเรื่องจริงบนพื้นดินของการขยายประชากรและการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์
แม้ว่าจะมีความเสี่ยง เช่น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขัน และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การลงทุนที่คิดอย่างรอบคอบและการกระจายการลงทุน สามารถช่วยให้นักลงทุนได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นี้อย่างมีประสิทธิภาพ
นักลงทุนที่กำลังพิจารณา หุ้นอาหาร ควรศึกษารายละเอียดของแต่ละบริษัท พิจารณาอัตราส่วนทางการเงิน เช่น P/E, Yield, และการเติบโตของรายได้ ตลอดจนติดตามปัจจัยภายนอกเช่น นโยบายการค้า การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และสภาวะเศรษฐกิจโลก เพื่อให้สามารถสร้างพอร์ตโฟลิโอที่เหมาะสมตามเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้