This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก: 10 สกุลเงินที่ครองใจตลาดโลก
ในระบบเศรษฐกิจโลกที่พัฒนาขึ้นมา มีคำถามที่น่าสนใจว่า ค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก คืออะไร การที่สกุลเงินหนึ่งมีมูลค่าสูงนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในระบบการเงินของประเทศผู้ออกเงินนั้น บทความนี้ได้รวบรวมลำดับของสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยวิเคราะห์ปัจจัยเบื้องหลังที่ทำให้สกุลเงินเหล่านี้มีคุณค่ามากต่อวัฒนาการของระบบเศรษฐกิจโลก
ชั้นสูงสุด: สกุลเงินแข็งค่าจากแหล่งพลังงาน
1. ดีนาร์คูเวต - สกุลเงินแข็งค่าสุดของประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน
อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 KWD ต่อ 3.26 USD ทำให้สกุลเงินนี้ครองตำแหน่งแรกในลำดับสกุลเงินที่แพงที่สุด คูเวตนำเงินดีนาร์นี้มาใช้ในปีพ.ศ. 2503 แทนที่เงินรูปีของอ่าวเปอร์เซีย เดิมทีตรึงค่าเงินไว้เท่ากับปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษ แต่ต่อมาปรับเปลี่ยนมาตรฐานโดยผูกมัดกับตระกร้าเงิน (Currency Basket)
สมบัติของเศรษฐกิจคูเวตมาจากการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้เป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 10 ของโลก รายได้จากการส่งออกพลังงานหลอมรวมกับการจัดการเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวประชากรเกินกว่า 20,000 ดอลลาร์ต่อปี บวกกับดุลบัญชีเดินสะพัดที่อยู่ในสภาวะเกินดุลตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ยิ่งเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับ KWD
ข้อมูลสำคัญ:
2. ดีนาร์บาห์เรน - เศรษฐกิจหลากหลายจากเกาะน้อยของอ่าวเปอร์เซีย
บาห์เรนนำสกุลเงินดีนาร์มาใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2508 ทำให้มีประวัติศาสตร์เฉกเช่นเดียวกับดีนาร์คูเวต เดิมมีอัตราแลกเปลี่ยน 0.75 ปอนด์สเตอร์ลิง แต่ปัจจุบันตรึงค่าไว้ที่ 1 BHD = 2.65 USD ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา
เศรษฐกิจของบาห์เรนแม้ว่ามีน้ำมันดิบ แต่ไม่มากเท่าประเทศอื่นในภูมิภาค จึงได้พัฒนาภาคการเงิน ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมหลายสาขา ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวประชากรโต过 20,000 ดอลลาร์ต่อปี อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ที่ 0.8% เท่านั้นแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางการเงินของประเทศ เหตุนี้จึงทำให้ BHD ขึ้นชื่อว่าเป็นสกุลเงินที่แพงเป็นอันดับสอง
ข้อมูลสำคัญ:
3. เรียลโอมาน - ความมั่งคั่งจากระหว่างผลิตน้ำมันและค้นหาการพัฒนาที่ยั่งยืน
เรียลโอมานเป็นสกุลเงินที่ผูกมัดกับดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ปีพ.ศ. 2516 เดิมตรึงค่าไว้ที่ 2.895 ดอลลาร์ แต่ปรับปรุงเป็น 1 OMR = 2.60 USD ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โอมานผลิตน้ำมันได้ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้เป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 21 ของโลก
ภาคการส่งออกพลังงานหลอมรวมกับการลงทุนในภาคอื่น ๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจโอมานเติบโตด้วยอัตรา 4.1% เป็นรายปี อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล และระดับธุรกิจการค้าที่สมดุล สร้างความเชื่อมั่นให้กับสกุลเงินนี้ เรียลโอมานจึงขึ้นชื่อว่าเป็นสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสาม
ข้อมูลสำคัญ:
ชั้นกลาง: สกุลเงินจากภูมิภาคกลางตะวันออกและนอกชายฝั่ง
4. ดีนาร์จอร์แดน - สกุลเงินแข็งค่าจากประเทศไร้พลังงาน
จอร์แดนเป็นกรณีพิเศษที่ต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน สกุลเงินดีนาร์จอร์แดนถูกนำมาใช้หลังจากการรวมเขตเวสต์แบงค์ โดยตรึงค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐที่ 1 JOD = 1.41 USD
เศรษฐกิจจอร์แดนขาดทรัพยากรธรรมชาติเช่นเดียวกับเพื่อนบ้านหลายประเทศ อัตราการเติบโตเศรษฐกิจอยู่ที่ 2.7% เป็นรายปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวประชากรอยู่เพียง 3,891 ดอลลาร์ต่อปี แต่ความมั่นคงทางการเมืองและการดำเนินการศูนย์กลางการเงินอย่างมั่นคงทำให้ดีนาร์นี้ยังคงเป็นสกุลเงินที่มีมูลค่า ประเทศนี้มีเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 13,533 พันล้านดอลลาร์
ข้อมูลสำคัญ:
5. ปอนด์สเตอร์ลิง - อภิมหาอำนาจโบราณแห่งระบบการเงินโลก
ปอนด์สเตอร์ลิงมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ยุคแองโกลแซกซอน วัฒนาการของมันสะท้อนถึงวิวัฒนาการของระบบการเงินโลก เดิมอ้างอิงมูลค่าของเงิน (Silver) แต่หลังจากที่อังกฤษขาดแคลนแร่เงิน จึงเปลี่ยนมาผูกมัดกับทองคำ (Gold Standard)
อังกฤษเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 6 ของโลก ด้วยสัดส่วน 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก ลอนดอนขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการเงินสำคัญของโลก ภาคเทคโนโลยีอังกฤษมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากสหรัฐอเมริกาและจีนเท่านั้น ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจนี้ยิ่งเสริมสร้างความแข็งค่าของปอนด์สเตอร์ลิง ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 GBP = 1.33 USD
ข้อมูลสำคัญ:
6. ปอนด์ยิบรอลตาร์ - สัญลักษณ์ของเสรีภาพการเงินแห่งดินแดนต่างชาติ
ปอนด์ยิบรอลตาร์ (GIP) เป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการของยิบรอลตาร์ ดินแดนต่างชาติของอังกฤษที่ตั้งอยู่ที่ปลายคาบสมุทรไอบีเรีย ใช้มาตั้งแต่ปี 1934 โดยผูกมัดกับปอนด์สเตอร์ลิงในอัตรา 1:1 ซึ่งหมายความว่า 1 GIP = 1 GBP
อัตราแลกเปลี่ยนกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 1 GIP = 1.29 USD แม้ว่ามีการนำปอนด์ยิบรอลตาร์มาใช้ในธุรกรรมท้องถิ่น แต่ปอนด์สเตอร์ลิงก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ความแข็งแกร่งของสกุลเงินนี้มาจากระบบการเงินที่มั่นคงและการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเกมออนไลน์ การขนส่ง และบริการทางการเงิน
ข้อมูลสำคัญ:
7. ฟรังก์สวิส - สกุลเงินที่ปลอดภัยในโลกที่ไม่มั่นคง
ฟรังก์สวิสมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เดิมอ้างอิงมูลค่าอยู่กับแร่เงิน เมื่อสวิตเซอร์แลนด์ยังมีเงินสกุลมากมายและหลากหลายในแต่ละท้องถิ่น ฟรังก์สวิสจึงกลายมาเป็นสื่อกลางหลัก
ฟรังก์สวิสอยู่ในสถานะ “Safe Haven” ของการลงทุนโลก เนื่องจากสวิตเซอร์แลนด์มีกฎหมายกำหนดให้เก็บทองคำอย่างน้อย 40% เพื่อหนุนมูลค่าเงิน เมื่อเกิดสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ สวิตเซอร์แลนด์มักอยู่ในตำแหน่งเป็นรัฐตัวกลางและหลุมหลบภัยสำหรับสินทรัพย์ทั่วโลก สกุลเงินนี้ถูกเฉพาะเจาะจงในตระกร้าดัชนีดอลลาร์สหรัฐด้วย ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 CHF = 1.21 USD
ข้อมูลสำคัญ:
8. ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน - ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศที่มีมูลค่าสูง
ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน (KYD) เป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการของหมู่เกาะเคย์แมน ดินแดนต่างชาติของอังกฤษในทะเลแคริบเบียน นำมาใช้ตั้งแต่ปี 1972 เพื่อแทนที่ดอลลาร์จาเมกา โดยตรึงค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1 KYD = 1.20 USD คงที่มาตั้งแต่ปี 1970
หมู่เกาะเคย์แมนเป็นศูนย์กลางการเงินนอกชายฝั่งที่มีชื่อเสียงสูง เพื่อทำให้ยังคงมี KYD อยู่ในระดับสูงของสกุลเงินมูลค่ารวมโลก ความแข็งแกร่งของสกุลเงินนี้เกิดจากกฎหมายการเงินที่มั่นคง อัตราภาษีที่ต่ำ และการพึ่งพาท่องเที่ยวและบริการทางการเงินระหว่างประเทศ
ข้อมูลสำคัญ:
ชั้นสูงสุดของเศรษฐกิจโลก: ยูโร
9. ยูโร - สกุลเงินของภูมิพลศาสตร์เศรษฐกิจรวมศูนย์
ยูโรเป็นสกุลเงินน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2542 ใช้ในเขตยูโรโซน 20 ประเทศจากสมาชิก 27 ประเทศของสหภาพยุโรป ในช่วง 3 ปีแรก ยูโรเทรดต่ำกว่าดอลลาร์ แต่มันกลับมาแข็งค่าเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดสูงสุดในปี 2551 ที่ 1 EUR = 1.6 USD
ยูโรเป็นสกุลเงินที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก ด้วยการเป็นหนึ่งในสิ่งสำรองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยมีสัดส่วน 29.31% ของสินทรัพย์ SDR ยูโรยังเป็นสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศที่ใช้มากเป็นอันดับสองรองจากดอลลาร์สหรัฐ ด้วยขนาด 19.58% ของเงินสำรองระหว่างประเทศทั้งหมด ปัจจุบันยูโรมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 EUR = 1.13 USD
ข้อมูลสำคัญ:
เปรียบเทียบสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
สรุป: การเลือกสกุลเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าเพียงอย่างเดียว
ดังที่กล่าวมาแล้ว ค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก ได้แก่ ดีนาร์คูเวต ดีนาร์บาห์เรน เรียลโอมาน จนถึงยูโร สกุลเงินเหล่านี้ได้รับการผลักดันให้มีมูลค่าสูงเนื่องจากตัวแปรหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่งจากทรัพยากรธรรมชาติ ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ นโยบายการเงินของธนาคารกลาง หรือความเชื่อมั่นในระบบการเมืองและเศรษฐกิจ
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหรือเก็บสะสมสกุลเงินต่างประเทศ การเลือกสกุลเงินไม่ควรพิจารณาเพียงมูลค่าแลกเปลี่ยนเท่านั้น ควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของรัฐบาลผู้ออกเงิน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน แนวโน้มระยะยาว และสถานการณ์ทางภูมิศาสตร์การเมือง ภาวะเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การวิเคราะห์อย่างรอบคอบจึงมีความสำคัญสูงสุดเมื่อตัดสินใจเกี่ยวกับสกุลเงินที่ควรถือครอง