1) DBR (Demand Zone Drop Base Rally)
ราคาดิ่งลงหนัก (Drop) เพราะแรงขายจำนวนมาก พอแรงขายชะลอ ราคาเริ่มตีกลับในกรอบ (Base) เมื่อแรงซื้อกลับมาชนะ ราคาทะลุขึ้นมา (Rally) นักเทรดสามารถเข้าซื้อที่จุดทะลุกรอบบนพร้อมตั้ง Stop Loss
2) RBD (Supply Zone Rally Base Drop)
ราคาวิ่งขึ้นสูง (Rally) เพราะแรงซื้อหนัก พอแรงซื้อชะลอ ราคาสั่นสะเทือนในกรอบ (Base) เมื่อแรงขายกลับมาแข็งแรง ราคาทะลุลงมา (Drop) นักเทรดสามารถเข้าขายที่จุดทะลุกรอบล่างพร้อมตั้ง Stop Loss ที่เหนือแนวต้าน
การเทรดตามแนวโน้ม (Continuation)
1) RBR (Demand Zone Rally Base Rally)
หลังจากราคาวิ่งขึ้นแล้วพัก ราคาเคลื่อนขึ้นต่อเนื่อง นักเทรดสามารถเข้าติดตามแนวโน้มขาขึ้น และตั้ง Stop Loss ไว้ใต้แนวรับของกรอบพักตัว
2) DBD (Supply Zone Drop Base Drop)
หลังจากราคาดิ่งลงแล้วพัก ราคาเคลื่อนลงต่อเนื่อง นักเทรดสามารถเข้าติดตามแนวโน้มขาลง และตั้ง Stop Loss ไว้เหนือแนวต้านของกรอบพักตัว
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
อุปสงค์ อุปทาน คือ การสนทนาระหว่างซื้อและขายที่กำหนดเงื่อนไขราคา
ในตลาดทุกประเภท มีการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แรงซื้อกับแรงขายถูกนำมาประยุกต์ใช้กว้างขวางเพื่ออธิบายการเคลื่อนไหวของราคา ทั้งในตลาดหุ้น สินค้า โภคนำ หรือแม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัล ความเข้าใจ “อุปสงค์ อุปทาน คือ” ความต้องการซื้อขายที่กำหนดราคาเป็นจำเป็นต่อการคาดการณ์ทิศทางตลาดและการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความหมายพื้นฐาน: แรงซื้อ แรงขาย และสมดุลตลาด
อุปสงค์ (Demand) คืออะไร
อุปสงค์ อุปทาน คือ แนวคิดพื้นฐานที่อธิบายพฤติกรรมของผู้ซื้อ เมื่อราคาลดลง ผู้บริโภคมักสนใจซื้อมากขึ้น เมื่อราคาสูงขึ้น ความต้องการซื้อจึงลดลง ความสัมพันธ์แบบผกผันนี้เกิดจากปรากฏการณ์ “ผลทางรายได้” คือ ราคาต่ำทำให้เงินของเรามีค่ามากขึ้น และ “ผลทางการทดแทน” ที่ทำให้เราเปรียบเทียบความคุ้มค่ากับสินค้าอื่น
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ไม่ได้จำกัดแค่ราคาเท่านั้น รายได้ของผู้บริโภค ราคาของสินค้าทดแทน รสนิยมส่วนบุคคล จำนวนผู้ซื้อทั้งหมด รวมถึงความคาดหวังเกี่ยวกับราคาในอนาคต ล้วนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกเช่น ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สถานการณ์การเมือง และเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงอุปสงค์อย่างมีนัยสำคัญได้
อุปทาน (Supply) คืออะไร
ในด้านตรงข้าม อุปทาน อุปสงค์ คือ ความตั้งใจของผู้ขายที่จะนำสินทรัพย์ออกมาตลาด กฎของอุปทานบ่งชี้ว่า เมื่อราคาสูงขึ้น ผู้ขายมักต้องการเสนอขายมากขึ้น เพราะกำไรที่เพิ่มขึ้นจูงใจให้เขาผลิตหรือนำสินค้ามาขายมากยิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม ราคาต่ำลงทำให้ผู้ขายชะลอการเสนอขาย
ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่ออุปทานรวมถึง ต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้าทดแทนที่ผู้ผลิตสามารถสร้างขึ้นได้ จำนวนคู่แข่ง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และนโยบายภาษี นอกจากนี้ ปัจจัยอย่างสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ อัตราแลกเปลี่ยน และการเข้าถึงเงินทุนก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดจำนวนสินค้าที่ผู้ผลิตพร้อมจะนำมาตลาด
ดุลยภาพตลาด (Market Equilibrium)
ราคาในตลาดไม่ได้ถูกกำหนดโดยอุปสงค์หรืออุปทานเพียงฝ่ายเดียว แต่ปรากฏขึ้นที่จุดสมดุลที่เส้นแสดงความต้องการซื้อและความต้องการขายตัดกัน ณ ราคาดุลยภาพนี้ ปริมาณที่ผู้ซื้ออยากได้พอดีเท่ากับปริมาณที่ผู้ขายยินดีเสนอขาย ไม่มีสินค้าคงคลังเกิน ไม่มีการขาดแคลน
เมื่อราคาสูงกว่าดุลยภาพ ผู้ขายจะผลิตเพิ่ม แต่ผู้ซื้อซื้อลด จึงเกิดอุปทานเกิน ทำให้ความกดดันเพื่อลดราคา ในทางกลับกัน เมื่อราคาต่ำกว่าดุลยภาพ ผู้ซื้อต้องการซื้อมากขึ้น แต่ผู้ขายลังเลที่จะขาย จึงเกิดอุปสงค์เกิน และราคาจะถูกผลักขึ้นอีกครั้ง
ปัจจัยกำหนดที่ขับเคลื่อนอุปสงค์และอุปทานในตลาดการเงิน
ในตลาดหุ้น ราคาถูกกำหนดไม่ได้โดยตัวสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว หากแต่โดยปัจจัยทางเศรษฐกิจและจิตวิทยานักลงทุน
ด้านอุปสงค์: ผู้ลงทุนต้องการซื้อหุ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (ทำให้ผลตอบแทนจากพันธบัตรลดลง) หรือเมื่อมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว สภาพคล่องมากมายในระบบการเงินก็กระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่ออนาคตบริษัท มูลค่าตามพื้นฐาน หรือแม้แต่อารมณ์ของตลาดอาจเปลี่ยนอุปสงค์ได้อย่างชี้ขาด
ด้านอุปทาน: บริษัทจดทะเบียนที่ซื้อหุ้นคืนจะลดจำนวนหุ้นในตลาด บริษัทที่เพิ่มทุนจะเพิ่มอุปทาน การเข้าจดทะเบียนครั้งแรก (IPO) นำเพิ่มหลักทรัพย์ใหม่ กฎระเบียบตลาดเช่น Silent Period ที่จำกัดการขายของผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็ส่งผลต่ออุปทานอย่างมีนัยสำคัญ
การนำหลักมาใช้ในการวิเคราะห์ราคาหุ้น
การวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis)
ในการวิเคราะห์พื้นฐาน นักลงทุนมองว่าการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์และอุปทานเกิดจากการคาดการณ์เกี่ยวกับผลประกอบการ การเติบโตของบริษัท หรือปัจจัยมหภาค ถ้าชื่นชม ผู้ซื้อจะยินดีจ่ายราคาสูง แรงซื้อจึงเพิ่มมากขึ้น ถ้าท้องหนัก ผู้ซื้อชะลอไป แรงขายเพิ่ม ราคาจึงปรับลง
การวิเคราะห์เทคนิค (Technical Analysis)
ในการวิเคราะห์เทคนิค ราคาและปริมาณการซื้อขายจะบอกเรื่องโดยตรง แท่งเทียนสีเขียว (ราคาปิดสูงกว่าเปิด) บ่งชี้ว่าแรงซื้อเอาชนะแรงขาย แท่งเทียนสีแดง (ราคาปิดต่ำกว่าเปิด) แสดงแรงขายเอาชนะ โดจิ (Doji) ที่ราคาเปิดปิดใกล้เคียงแสดงสมดุลระหว่างสองฝ่าย
แนวโน้มราคาที่ทำจุดสูงใหม่เรื่อยๆ แสดงอุปสงค์แข็งแรง แนวโน้มที่ทำจุดต่ำใหม่เรื่อยๆ แสดงอุปทานไม่ยอมพ่ายแพ้ ราคาที่วิ่งไปวิ่งมาในกรอบคร่ึง ๆ แสดงความไม่แน่ใจ
แนวรับและแนวต้าน (Support & Resistance)
แนวรับมักเป็นจุดที่ผู้ซื้อรอคอย เหตุผลอาจเป็นเพราะเคยซื้อที่ราคานี้ หรือคิดว่าเป็นราคาที่ยุติธรรม เมื่อราคาดิ่งมาถึง ผู้ซื้อออกมากราฟ ราคาจึงไม่ลงไป แนวต้านคือจุดตรงกันข้าม จุดที่ผู้ขายรอเพื่อขายหรือทำกำไร เมื่อราคาพยายามพุ่งขึ้นไป ผู้ขายลิ้นดึงราคาลง
Demand Supply Zone: เทคนิครูปแบบยอดนิยมสำหรับการเทรด
หลักการ Demand Supply Zone
เทคนิค Demand Supply Zone (DSZ) ถูกนำมาใช้กว้างขวางโดยนักเทรดอาชีพเพราะสามารถหาจังหวะเข้าออกที่ชัดเจน เมื่อราคาวิ่งขึ้นหรือดิ่งลงอย่างรวดเร็ว แสดงถึงความไม่สมดุล จากนั้นราคามักจะหยุดพักตัวในกรอบ ณ จุดดุลยภาพชั่วคราว เมื่อปัจจัยใหม่เข้ามากระทบ ราคาจะทะลุกรอบและวิ่งต่อไปในทิศทางเดิม
การเทรดจุดกลับตัว (Reversal)
1) DBR (Demand Zone Drop Base Rally) ราคาดิ่งลงหนัก (Drop) เพราะแรงขายจำนวนมาก พอแรงขายชะลอ ราคาเริ่มตีกลับในกรอบ (Base) เมื่อแรงซื้อกลับมาชนะ ราคาทะลุขึ้นมา (Rally) นักเทรดสามารถเข้าซื้อที่จุดทะลุกรอบบนพร้อมตั้ง Stop Loss
2) RBD (Supply Zone Rally Base Drop) ราคาวิ่งขึ้นสูง (Rally) เพราะแรงซื้อหนัก พอแรงซื้อชะลอ ราคาสั่นสะเทือนในกรอบ (Base) เมื่อแรงขายกลับมาแข็งแรง ราคาทะลุลงมา (Drop) นักเทรดสามารถเข้าขายที่จุดทะลุกรอบล่างพร้อมตั้ง Stop Loss ที่เหนือแนวต้าน
การเทรดตามแนวโน้ม (Continuation)
1) RBR (Demand Zone Rally Base Rally) หลังจากราคาวิ่งขึ้นแล้วพัก ราคาเคลื่อนขึ้นต่อเนื่อง นักเทรดสามารถเข้าติดตามแนวโน้มขาขึ้น และตั้ง Stop Loss ไว้ใต้แนวรับของกรอบพักตัว
2) DBD (Supply Zone Drop Base Drop) หลังจากราคาดิ่งลงแล้วพัก ราคาเคลื่อนลงต่อเนื่อง นักเทรดสามารถเข้าติดตามแนวโน้มขาลง และตั้ง Stop Loss ไว้เหนือแนวต้านของกรอบพักตัว
สรุป: ทำไมนักลงทุนต้องเข้าใจ
อุปสงค์ อุปทาน คือ มากกว่าแค่แนวคิดเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน มันเป็นเครื่องมือที่นักเทรดนำมาใช้เพื่อมองข้ามความเหลวไหลและเห็นแรงที่แท้จริงของตลาด ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์มูลค่าหุ้นจากมุมมองพื้นฐาน หรือหาจังหวะเข้าออกจากมุมมองเทคนิค ความเข้าใจว่าทำไมราคาจึงขึ้นหรือลงจะเพิ่มความมั่นใจและความถูกต้องในการตัดสินใจลงทุน
ความสำคัญคือการนำแนวคิดมาฝึกใช้ศึกษาจากราคาจริงในตลาด เพื่อให้เข้าใจลึกและสามารถปรับใช้ได้กับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการลงทุนของคุณเอง