ในระบบนิเวศของคริปโตเคอร์เรนซีที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไม่มีกลไกใดที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของราคาและจิตวิทยานักเทรดมากเท่า FUD คำว่า FUD เป็นคำที่นักเทรดและนักวิเคราะห์รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูทวิตเตอร์ การติดตามช่อง Discord หรืออ่านข่าวการเงินหลักทรัพย์ การเข้าใจความหมายและกลไกของ FUD เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เข้าร่วมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เหตุการณ์ FUD เพียงครั้งเดียวสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับทั้งอุตสาหกรรมคริปโต ส่งผลให้เกิดการชอร์ตล้างพอร์ตจำนวนมากและเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของนักลงทุนภายในไม่กี่ชั่วโมง
แต่ FUD ไม่ใช่ปรากฏการณ์เฉพาะในคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น รากฐานของมันลึกซึ้งกว่านั้น คำนี้เริ่มต้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุค 1990s เมื่อ IBM ใช้คำนี้เพื่ออธิบายกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกที่แข่งขันกับบริษัทคู่แข่ง ปัจจุบัน คำย่อ FUD กลายเป็นคำศัพท์ในวัฒนธรรมคริปโต ทำหน้าที่เป็นคำย่อแทนพลังอำนาจที่แสดงถึงความกลัวในตลาดและโอกาสในเวลาเดียวกัน
คำจำกัดความของ FUD เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับตลาดคริปโต
FUD ย่อมาจาก “fear, uncertainty, and doubt” ซึ่งหมายถึงการเล่าเรื่องเชิงลบ ข่าว หรือความคิดเห็นใดๆ ที่มุ่งเป้าไปที่โครงการคริปโตหรือภาพรวมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ลักษณะสำคัญของ FUD ไม่ใช่ความถูกต้องของข้อมูล แต่เป็นความสามารถในการกระตุ้นอารมณ์ของผู้เข้าร่วมตลาด เมื่อใครก็ตาม “แพร่กระจาย FUD” พวกเขากำลังสร้างความกังวลหรือสงสัยในความสามารถของสินทรัพย์คริปโต ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากรายงานสืบสวนที่เชื่อถือได้ ทวีตเชิงคาดการณ์จากบัญชีไม่ระบุชื่อ หรือสิ่งใดก็ตาม กลไกยังคงเหมือนเดิมคือ การใส่ความสงสัย ลงไปในใจผู้เทรด แล้วสังเกตว่าความรู้สึกของตลาดจะเป็นอย่างไรเมื่อเกิดความตื่นตระหนก
นอกเหนือจากคำย่อในวงการคริปโตอย่าง HODL และ FOMO แล้ว FUD ก็กลายเป็นมาตรวัดสำหรับวัดความรู้สึกเชิงลบในช่วงการปรับฐานและช่วงตลาดขาลง เมื่อราคาลดลงและความกลัวแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียล คุณจะเห็น FUD ปรากฏในบทสนทนาของเทรดเดอร์ในระดับที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภาพสะท้อนทางภาษาของความวิตกกังวลในตลาดโดยรวม
เมื่อไรและอย่างไรที่เหตุการณ์ FUD เกิดขึ้นในระบบนิเวศคริปโต
เหตุการณ์ FUD ไม่ได้มาจากแหล่งเดียวเสมอไป แต่โดยทั่วไปจะเป็นผลจากการปฏิกิริยาลูกโซ่ที่คาดเดาได้บนแพลตฟอร์มและกลุ่มเป้าหมายหลายแห่ง
บางครั้ง เหตุการณ์ FUD เหล่านี้อาจสะท้อนความกังวลที่มีพื้นฐานมาจากการสืบสวนสอบสวนที่น่าเชื่อถือ แต่บางครั้งก็เป็นข่าวลือ การคาดเดา หรือข้อมูลที่บิดเบือนอย่างตั้งใจเพื่อหวังให้ตลาดเคลื่อนไหว ความแตกต่างระหว่าง FUD จริงและปลอมมักจะชัดเจนในเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากเกิดความตื่นตระหนกแรก
เหตุการณ์ FUD สำคัญที่เปลี่ยนแปลงพลวัตของตลาดคริปโต
เหตุการณ์ FUD ที่สำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2022 เมื่อ CoinDesk เผยรายงานสืบสวนเกี่ยวกับงบดุลของ Alameda Research ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์คริปโตขนาดใหญ่ รายงานตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางการเงินและโครงสร้างสินทรัพย์ของกองทุน ภายในไม่กี่วัน ก็มีข่าวออกมาว่า FTX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตแบบศูนย์กลางที่เชื่อมโยงกับ Alameda Research ได้โอนเงินลูกค้าไปยังกองทุนเพื่อปกปิดความเสียหายขนาดใหญ่ การเปิดเผยเหล่านี้นำไปสู่การหยุดถอนเงินของลูกค้าและในที่สุดก็ยื่นล้มละลาย ทำให้มีสินทรัพย์ของลูกค้าที่ไม่สามารถติดตามได้ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจาก FTX เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการตลาดอย่างหนัก การล่มสลายของมันทำให้เกิดการขายอย่างรุนแรงใน Bitcoin และเหรียญ altcoin หลายรายการ เหตุการณ์ FUD นี้เปิดเผยจุดอ่อนของระบบในตลาดคริปโตและแสดงให้เห็นว่าการล่มสลายขององค์กรเดียวสามารถทำให้ทั้งระบบเสถียรภาพเสียหายได้
นักเทรดรับมือและตอบสนองต่อ FUD อย่างไร
ผลกระทบของ FUD ต่อพฤติกรรมของนักเทรดขึ้นอยู่กับสองปัจจัยสำคัญ คือ นักเทรดมองว่าเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นน่าเชื่อถือหรือไม่ และเชื่อว่าการพัฒนาที่เป็นลบจะส่งผลกระทบต่อการถือครองของพวกเขาอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
นักเทรดอาจพบข่าว FUD แต่เลือกที่จะมองข้ามไปหากมองว่าเป็นเสียงรบกวนที่เกินจริง ไม่มีหลักฐาน หรือเป็นชั่วคราว ในกรณีนี้ FUD มักไม่ทำให้เกิดการขายอย่างรุนแรง แต่หากนักเทรดเชื่อว่าเนื้อเรื่อง FUD เป็นเรื่องจริงและเป็นภัยคุกคามต่อพอร์ตของตน ก็อาจเกิดการขายอย่างตื่นตระหนกตามมา
นักเทรดแต่ละกลุ่มใช้กลยุทธ์แตกต่างกันเมื่อเกิด FUD บางคนใช้ช่วงตลาดขาลงเป็นโอกาสในการซื้อสะสม โดยเรียกกลยุทธ์นี้ว่า “ซื้อเมื่อราคาถูก” (buying the dip) ซึ่งมองว่าการลดลงของราคาเพราะ FUD เป็นจุดเข้าที่ดี บางคนเปิดสถานะขายชอร์ตด้วยเครื่องมืออนุพันธ์ เช่น perpetual swaps เพื่อทำกำไรจากการคาดการณ์ว่าราคาจะลดลง ขณะที่บางกลุ่มก็เลือกออกจากตลาดทั้งหมดเพื่อรักษาทุนและรอจังหวะฟื้นตัว
ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของกลุ่มผู้เข้าร่วมตลาดคริปโต ทั้งนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนระยะยาว และเทรดเดอร์ระยะสั้น ต่างก็ประมวลผลเหตุการณ์ FUD ด้วยกรอบความเสี่ยงและระยะเวลาที่แตกต่างกัน
แยกแยะ FUD กับ FOMO: พลังตรงข้ามในตลาดคริปโต
FUD เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของอารมณ์ที่ขับเคลื่อนราคาคริปโตเคอร์เรนซี ส่วนอีกครึ่งคือ FOMO หรือ “กลัวพลาด” ซึ่งทำงานตามตรรกะตรงกันข้าม
เครื่องมือที่เทรดเดอร์คริปโตใช้ในการติดตามและวิเคราะห์ FUD
เทรดเดอร์คริปโตที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่รอให้ FUD ส่งผลต่อพอร์ตของตนเองเท่านั้น แต่ยังติดตามความรู้สึกของตลาดอย่างใกล้ชิดผ่านข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆ
โซเชียลมีเดียเป็นจุดแรกที่ใช้ตรวจจับ FUD ก่อนที่จะเข้าสู่สายตาสาธารณะ เช่น ทวิตเตอร์ Telegram และ Discord ซึ่งเป็นชุมชนคริปโตที่มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารอย่างรวดเร็ว บางครั้งข่าวร้ายอาจแพร่กระจายเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันก่อนที่จะปรากฏในสื่อการเงินหลัก เทรดเดอร์ที่มีการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงสามารถรับรู้แนวโน้ม FUD ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
การนำความรู้เรื่องคำจำกัดความ FUD ไปใช้ในกลยุทธ์การเทรดของคุณ
การเข้าใจความหมายและกลไกของ FUD ช่วยให้ผู้เข้าร่วมตลาดไม่ต้องตกใจหรือใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ แต่สามารถมอง FUD เป็นปรากฏการณ์ที่คาดเดาได้และมีรูปแบบที่สม่ำเสมอ บางเทรดเดอร์ใช้การลดราคาที่เกิดจาก FUD เป็นโอกาสในการสะสมสินทรัพย์ ขณะที่บางคนใช้เป็นสัญญาณลดความเสี่ยงและลดการลงทุนลงตามแผนที่วางไว้
ตลาดคริปโตเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมีการแพร่กระจายของข่าวสารบนโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้น ทำให้ FUD จะยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ การเข้าใจวิธีการแพร่กระจายของ FUD กลไกทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลัง และการติดตามผ่านเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปลี่ยนแรงกดดันที่มักจะทำให้ตลาดผันผวนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์วิเคราะห์ตลาดของตนเองได้
ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ความเข้าใจเกี่ยวกับคำจำกัดความของ FUD และผลกระทบต่อ ตลาด
ในระบบนิเวศของคริปโตเคอร์เรนซีที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไม่มีกลไกใดที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของราคาและจิตวิทยานักเทรดมากเท่า FUD คำว่า FUD เป็นคำที่นักเทรดและนักวิเคราะห์รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูทวิตเตอร์ การติดตามช่อง Discord หรืออ่านข่าวการเงินหลักทรัพย์ การเข้าใจความหมายและกลไกของ FUD เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เข้าร่วมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เหตุการณ์ FUD เพียงครั้งเดียวสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับทั้งอุตสาหกรรมคริปโต ส่งผลให้เกิดการชอร์ตล้างพอร์ตจำนวนมากและเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของนักลงทุนภายในไม่กี่ชั่วโมง
แต่ FUD ไม่ใช่ปรากฏการณ์เฉพาะในคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น รากฐานของมันลึกซึ้งกว่านั้น คำนี้เริ่มต้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุค 1990s เมื่อ IBM ใช้คำนี้เพื่ออธิบายกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกที่แข่งขันกับบริษัทคู่แข่ง ปัจจุบัน คำย่อ FUD กลายเป็นคำศัพท์ในวัฒนธรรมคริปโต ทำหน้าที่เป็นคำย่อแทนพลังอำนาจที่แสดงถึงความกลัวในตลาดและโอกาสในเวลาเดียวกัน
คำจำกัดความของ FUD เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับตลาดคริปโต
FUD ย่อมาจาก “fear, uncertainty, and doubt” ซึ่งหมายถึงการเล่าเรื่องเชิงลบ ข่าว หรือความคิดเห็นใดๆ ที่มุ่งเป้าไปที่โครงการคริปโตหรือภาพรวมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ลักษณะสำคัญของ FUD ไม่ใช่ความถูกต้องของข้อมูล แต่เป็นความสามารถในการกระตุ้นอารมณ์ของผู้เข้าร่วมตลาด เมื่อใครก็ตาม “แพร่กระจาย FUD” พวกเขากำลังสร้างความกังวลหรือสงสัยในความสามารถของสินทรัพย์คริปโต ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากรายงานสืบสวนที่เชื่อถือได้ ทวีตเชิงคาดการณ์จากบัญชีไม่ระบุชื่อ หรือสิ่งใดก็ตาม กลไกยังคงเหมือนเดิมคือ การใส่ความสงสัย ลงไปในใจผู้เทรด แล้วสังเกตว่าความรู้สึกของตลาดจะเป็นอย่างไรเมื่อเกิดความตื่นตระหนก
นอกเหนือจากคำย่อในวงการคริปโตอย่าง HODL และ FOMO แล้ว FUD ก็กลายเป็นมาตรวัดสำหรับวัดความรู้สึกเชิงลบในช่วงการปรับฐานและช่วงตลาดขาลง เมื่อราคาลดลงและความกลัวแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียล คุณจะเห็น FUD ปรากฏในบทสนทนาของเทรดเดอร์ในระดับที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภาพสะท้อนทางภาษาของความวิตกกังวลในตลาดโดยรวม
เมื่อไรและอย่างไรที่เหตุการณ์ FUD เกิดขึ้นในระบบนิเวศคริปโต
เหตุการณ์ FUD ไม่ได้มาจากแหล่งเดียวเสมอไป แต่โดยทั่วไปจะเป็นผลจากการปฏิกิริยาลูกโซ่ที่คาดเดาได้บนแพลตฟอร์มและกลุ่มเป้าหมายหลายแห่ง
วงจรนี้มักเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลแบบกระจายศูนย์ เช่น ทวิตเตอร์, กลุ่ม Telegram หรือกระทู้ใน Discord ซึ่งโพสต์หรือทวีตเกี่ยวกับความกังวลต่อโครงการใดโครงการหนึ่งหรือทั้งตลาดคริปโต หากเนื้อเรื่องนั้นตรงกับความรู้สึกของตลาดในช่วงนั้น โพสต์เหล่านี้จะได้รับความสนใจ เพิ่มจำนวนการแชร์ รีทวีต และการมีส่วนร่วม
เมื่อแรงผลักดันทางสังคมเพิ่มขึ้น สื่อหลักก็จะเริ่มสนใจ รายงานข่าวจาก Bloomberg, Forbes, Yahoo Finance จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ทำให้เรื่องราวกลายเป็นข่าวหลักและขยายการเข้าถึงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่เฉพาะในวงการคริปโตเท่านั้น ทันใดนั้น นักเทรดรายย่อยและสถาบันก็พูดคุยกันในเรื่องเดียวกันอย่างกว้างขวาง
บางครั้ง เหตุการณ์ FUD เหล่านี้อาจสะท้อนความกังวลที่มีพื้นฐานมาจากการสืบสวนสอบสวนที่น่าเชื่อถือ แต่บางครั้งก็เป็นข่าวลือ การคาดเดา หรือข้อมูลที่บิดเบือนอย่างตั้งใจเพื่อหวังให้ตลาดเคลื่อนไหว ความแตกต่างระหว่าง FUD จริงและปลอมมักจะชัดเจนในเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากเกิดความตื่นตระหนกแรก
เหตุการณ์ FUD สำคัญที่เปลี่ยนแปลงพลวัตของตลาดคริปโต
ประวัติศาสตร์ของตลาดคริปโตเต็มไปด้วยเหตุการณ์ FUD ที่เปลี่ยนเส้นทางราคาและพฤติกรรมของนักลงทุนอย่างรุนแรง ในเดือนพฤษภาคม 2021 ซีอีโอ Tesla อย่าง Elon Musk ทวีตประกาศว่า บริษัทจะหยุดรับ Bitcoin สำหรับการซื้อรถยนต์ เนื่องจากกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการใช้พลังงานฟอสซิลในการขุด Bitcoin ข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้ Musk เคยสนับสนุนคริปโตและมีบทบาทสำคัญในการทำให้ Dogecoin กลายเป็นไวรัล การเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหันนี้ทำให้ราคาบิทคอยน์ร่วงลงเกือบ 10% ในไม่กี่วันหลังจากประกาศ
เหตุการณ์ FUD ที่สำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2022 เมื่อ CoinDesk เผยรายงานสืบสวนเกี่ยวกับงบดุลของ Alameda Research ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์คริปโตขนาดใหญ่ รายงานตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางการเงินและโครงสร้างสินทรัพย์ของกองทุน ภายในไม่กี่วัน ก็มีข่าวออกมาว่า FTX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตแบบศูนย์กลางที่เชื่อมโยงกับ Alameda Research ได้โอนเงินลูกค้าไปยังกองทุนเพื่อปกปิดความเสียหายขนาดใหญ่ การเปิดเผยเหล่านี้นำไปสู่การหยุดถอนเงินของลูกค้าและในที่สุดก็ยื่นล้มละลาย ทำให้มีสินทรัพย์ของลูกค้าที่ไม่สามารถติดตามได้ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจาก FTX เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการตลาดอย่างหนัก การล่มสลายของมันทำให้เกิดการขายอย่างรุนแรงใน Bitcoin และเหรียญ altcoin หลายรายการ เหตุการณ์ FUD นี้เปิดเผยจุดอ่อนของระบบในตลาดคริปโตและแสดงให้เห็นว่าการล่มสลายขององค์กรเดียวสามารถทำให้ทั้งระบบเสถียรภาพเสียหายได้
นักเทรดรับมือและตอบสนองต่อ FUD อย่างไร
ผลกระทบของ FUD ต่อพฤติกรรมของนักเทรดขึ้นอยู่กับสองปัจจัยสำคัญ คือ นักเทรดมองว่าเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นน่าเชื่อถือหรือไม่ และเชื่อว่าการพัฒนาที่เป็นลบจะส่งผลกระทบต่อการถือครองของพวกเขาอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
นักเทรดอาจพบข่าว FUD แต่เลือกที่จะมองข้ามไปหากมองว่าเป็นเสียงรบกวนที่เกินจริง ไม่มีหลักฐาน หรือเป็นชั่วคราว ในกรณีนี้ FUD มักไม่ทำให้เกิดการขายอย่างรุนแรง แต่หากนักเทรดเชื่อว่าเนื้อเรื่อง FUD เป็นเรื่องจริงและเป็นภัยคุกคามต่อพอร์ตของตน ก็อาจเกิดการขายอย่างตื่นตระหนกตามมา
นักเทรดแต่ละกลุ่มใช้กลยุทธ์แตกต่างกันเมื่อเกิด FUD บางคนใช้ช่วงตลาดขาลงเป็นโอกาสในการซื้อสะสม โดยเรียกกลยุทธ์นี้ว่า “ซื้อเมื่อราคาถูก” (buying the dip) ซึ่งมองว่าการลดลงของราคาเพราะ FUD เป็นจุดเข้าที่ดี บางคนเปิดสถานะขายชอร์ตด้วยเครื่องมืออนุพันธ์ เช่น perpetual swaps เพื่อทำกำไรจากการคาดการณ์ว่าราคาจะลดลง ขณะที่บางกลุ่มก็เลือกออกจากตลาดทั้งหมดเพื่อรักษาทุนและรอจังหวะฟื้นตัว
ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของกลุ่มผู้เข้าร่วมตลาดคริปโต ทั้งนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนระยะยาว และเทรดเดอร์ระยะสั้น ต่างก็ประมวลผลเหตุการณ์ FUD ด้วยกรอบความเสี่ยงและระยะเวลาที่แตกต่างกัน
แยกแยะ FUD กับ FOMO: พลังตรงข้ามในตลาดคริปโต
FUD เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของอารมณ์ที่ขับเคลื่อนราคาคริปโตเคอร์เรนซี ส่วนอีกครึ่งคือ FOMO หรือ “กลัวพลาด” ซึ่งทำงานตามตรรกะตรงกันข้าม
เมื่อมีข่าวดีเกี่ยวกับคริปโต เช่น ประเทศหนึ่งประกาศรับรอง Bitcoin เป็นเงินกฎหมาย หรือมีคนดังสนับสนุนโครงการบล็อกเชน เทรดเดอร์อาจเกิดความกลัวพลาดและรีบซื้อเพื่อไม่ให้พลาดโอกาส ทำให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจเกินมูลค่าที่สมเหตุสมผล
ความแตกต่างระหว่าง FUD กับ FOMO จึงเป็นกลไกจิตวิทยาที่กำหนดวัฏจักรของตลาดคริปโต เมื่อ FUD ทำให้เกิดความอยากออกจากตลาด FOMO กลับทำให้เกิดความอยากเข้าเทรด การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถอธิบายความผันผวนของราคาได้ดีขึ้น โดยราคาสามารถแกว่งแรงตามความรู้สึกของตลาดมากกว่าข้อมูลพื้นฐานของเทคโนโลยีหรือโปรเจกต์
บางเทรดเดอร์ใช้โอกาสจากการขึ้นของราคาในช่วง FOMO เพื่อสะสมตำแหน่ง แล้วขายทำกำไรก่อนที่ความรู้สึกจะเปลี่ยนทิศทาง ขณะที่บางกลุ่มใช้เทคนิคเทรดเดย์เทรดเพื่อเก็บกำไรจากแนวโน้มขาขึ้นที่เกิดจากความโลภของกลุ่มนักลงทุน
เครื่องมือที่เทรดเดอร์คริปโตใช้ในการติดตามและวิเคราะห์ FUD
เทรดเดอร์คริปโตที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่รอให้ FUD ส่งผลต่อพอร์ตของตนเองเท่านั้น แต่ยังติดตามความรู้สึกของตลาดอย่างใกล้ชิดผ่านข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆ
โซเชียลมีเดียเป็นจุดแรกที่ใช้ตรวจจับ FUD ก่อนที่จะเข้าสู่สายตาสาธารณะ เช่น ทวิตเตอร์ Telegram และ Discord ซึ่งเป็นชุมชนคริปโตที่มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารอย่างรวดเร็ว บางครั้งข่าวร้ายอาจแพร่กระจายเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันก่อนที่จะปรากฏในสื่อการเงินหลัก เทรดเดอร์ที่มีการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงสามารถรับรู้แนวโน้ม FUD ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
สำนักข่าวคริปโตที่เชื่อถือได้ เช่น CoinDesk, CoinTelegraph, Decrypt ก็เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่รวบรวมข่าวและวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนเผยแพร่ ทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากกว่าข่าวลือในโซเชียลมีเดียทั่วไป นักเทรดที่จริงจังมักสมัครรับข่าวหลายแหล่งและสแกนหัวข้อข่าวเป็นประจำ
นอกจากการติดตามข่าวสารแบบดั้งเดิมแล้ว นักเทรดระดับสูงยังใช้ตัวชี้วัดความรู้สึกเชิงปริมาณ เช่น Crypto Fear & Greed Index ซึ่งจัดทำโดย Alternative.me ซึ่งเป็นดัชนีรายวันที่แสดงภาพรวมความรู้สึกของตลาด โดยรวบรวมข้อมูลหลายด้าน เช่น ความผันผวนของราคา สถานะในโซเชียลมีเดีย แนวโน้มตลาด และผลสำรวจ ให้คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 ค่าที่ใกล้ 0 แสดงถึงความกลัวสุดขีด (และ FUD สูง) ส่วนค่าที่ใกล้ 100 แสดงถึงความโลภสุดขีด (และ FOMO สูง)
นอกจากนี้ ยังมีตัวชี้วัดทางเทคนิค เช่น Crypto Volatility Index (CVI) ซึ่งวัดความผันผวนของราคาในสินทรัพย์ดิจิทัล ยิ่งความผันผวนสูงและคะแนน CVI สูง แสดงถึงความกลัวและ FUD ที่มีผลกระทบมากขึ้น ขณะที่ Bitcoin dominance ซึ่งเป็นสัดส่วนของมูลค่าตลาดรวมคริปโตที่ Bitcoin ควบคุม ก็เป็นอีกเครื่องมือที่บ่งชี้ความเสี่ยงในตลาด เมื่อ Bitcoin dominance สูงขึ้น แสดงว่าผู้ลงทุนมักจะย้ายไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่สอดคล้องกับ FUD ที่เพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม เมื่อ Bitcoin dominance ลดลง แสดงว่าผู้ลงทุนเริ่มมั่นใจและกระจายความเสี่ยงไปยังเหรียญ altcoin ที่มีความผันผวนสูงมากขึ้น
การนำความรู้เรื่องคำจำกัดความ FUD ไปใช้ในกลยุทธ์การเทรดของคุณ
การเข้าใจความหมายและกลไกของ FUD ช่วยให้ผู้เข้าร่วมตลาดไม่ต้องตกใจหรือใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ แต่สามารถมอง FUD เป็นปรากฏการณ์ที่คาดเดาได้และมีรูปแบบที่สม่ำเสมอ บางเทรดเดอร์ใช้การลดราคาที่เกิดจาก FUD เป็นโอกาสในการสะสมสินทรัพย์ ขณะที่บางคนใช้เป็นสัญญาณลดความเสี่ยงและลดการลงทุนลงตามแผนที่วางไว้
ตลาดคริปโตเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมีการแพร่กระจายของข่าวสารบนโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้น ทำให้ FUD จะยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ การเข้าใจวิธีการแพร่กระจายของ FUD กลไกทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลัง และการติดตามผ่านเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปลี่ยนแรงกดดันที่มักจะทำให้ตลาดผันผวนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์วิเคราะห์ตลาดของตนเองได้