เข้าใจกราฟ Rainbow Chart ของ Bitcoin และวิธีการประยุกต์ใช้งานในชีวิตจริง

แผนภูมิสายรุ้ง Bitcoin (rainbow chart) เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่นิยมมากที่สุดที่นักลงทุนและเทรดเดอร์ใช้เพื่อเฝ้าติดตามแนวโน้มราคายาวนาน มันได้กลายเป็นส่วนสำคัญของชุดเครื่องมือวิเคราะห์สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจวงจรตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างลึกซึ้ง บทความนี้จะแนะนำคุณตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูงเกี่ยวกับวิธีใช้ rainbow chart เพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด

rainbow chart ทำงานอย่างไร?

เครื่องมือ rainbow chart ใช้ระบบภาพประกอบโดยอาศัยแถบสีเพื่อแสดงช่วงต่าง ๆ ของวงจรตลาด Bitcoin แต่ละสีแทนระดับมูลค่าที่กำหนดไว้เฉพาะ ตั้งแต่ราคาที่ถูกประเมินต่ำมาก (แถบสีเขียวเข้ม) ไปจนถึงราคาที่ถูกประเมินสูงมาก (แถบสีแดงเข้ม)

แผนภูมินี้ใช้มาตราส่วนลอการิทึมเพื่อแสดงราคา ซึ่งหมายความว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงมากกว่ามูลค่าที่แท้จริง ซึ่งช่วยให้คุณมองเห็นแนวโน้มระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ Bitcoin มีการเปลี่ยนแปลงราคาที่สำคัญในช่วงเวลายาวนาน

โครงสร้างสีของ rainbow chart ถูกสร้างขึ้นบนเส้นแนวโน้มลอการิทึมและข้อมูลราคาประวัติศาสตร์ ระบบนี้ช่วยให้การปรับความเรียบของความผันผวนของราคาอย่างราบรื่น ทำให้คุณสามารถมุ่งเน้นภาพรวมโดยไม่ถูกรบกวนจากการแกว่งตัวระยะสั้น

ประวัติความเป็นมาของ rainbow chart

Rainbow chart ของ Bitcoin ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 2014 โดยผู้ใช้ Reddit ชื่อ “azop” แนวคิดเดิมเป็นแผนภูมิง่าย ๆ ที่มีแถบสีบนมาตราส่วนลอการิทึม เพื่อช่วยเทรดเดอร์มองเห็นแนวโน้มราคายาวนาน

ในปี 2019 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ Rohmeo นักวิเคราะห์ Bitcoin ตัดสินใจปรับปรุงโมเดลนี้ เวอร์ชันอัปเกรดนี้เรียกว่า Bitcoin Rainbow Chart V2 ซึ่งได้ชื่อว่า “สายรุ้ง” เนื่องจากรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ Rohmeo ยังปรับแต่งสูตรคณิตศาสตร์เบื้องหลังสีสันให้แม่นยำและเป็นประโยชน์มากขึ้น

ปัจจุบัน คุณสามารถหา rainbow chart ได้บนแพลตฟอร์มวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง BlockchainCenter, TradingView และ CoinGlass ความนิยมที่แพร่หลายนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของมันในชุมชนวิเคราะห์ทางเทคนิค

ความหมายของแถบสีใน rainbow chart

แต่ละแถบสีบน rainbow chart มีความหมายเฉพาะเกี่ยวกับระดับมูลค่าของ Bitcoin ดังนี้

  • เขียวเข้ม (โอกาสทอง): ตลาดถูกประเมินต่ำมาก นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการสะสม
  • เขียวอ่อน (ซื้อเลย!): ถูกประเมินต่ำมาก สัญญาณชัดเจนว่าราคาน่าจะถูกมาก
  • เขียวใบไม้ (สะสม): ถูกประเมินต่ำ แต่ไม่ถึงระดับสุดขีด เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาว
  • เขียวอ่อน (ยังถูกอยู่): ราคายังถูกอยู่บ้าง ยังมีโอกาส แต่ไม่โดดเด่นมาก
  • เหลือง (HODL!): Bitcoin ถูกประเมินอย่างสมดุล ตลาดสมดุล เหมาะสำหรับการถือครอง
  • ส้ม (เป็นฟองสบู่ไหม?): มีแนวโน้มถูกประเมินสูง ระวัง แต่ยังไม่เป็นสัญญาณเตือนรุนแรง
  • ชมพูอ่อน (FOMO สูง): ราคาน่าจะถูกประเมินสูง ความตื่นตัวของตลาดเพิ่มขึ้น
  • แดง (ขายเลย!): ถูกประเมินสูงมาก สัญญาณชัดเจนให้พิจารณาขายทำกำไร
  • แดงเข้ม (จุดสูงสุดของฟองสบู่): ถูกประเมินสูงสุด เป็นระดับอันตรายที่สุดบนแผนภูมิ

ระบบสีนี้ช่วยให้คุณประเมินอารมณ์ตลาดโดยรวมได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องคำนวณซับซ้อน

วิธีใช้ rainbow chart วิเคราะห์ Bitcoin

เพื่อเริ่มต้นใช้ rainbow chart คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอนง่าย ๆ แต่ได้ผลดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 - ระบุตำแหน่งปัจจุบัน: เริ่มจากการซูมเข้าแผนภูมิและเลื่อนเมาส์ไปบนเส้นราคาปัจจุบันเพื่อดูว่า Bitcoin อยู่ในแถบสีใด ตัวอย่างเช่น หาก Bitcoin ซื้อขายอยู่ราว ๆ 68,000 ดอลลาร์ คุณจะตรวจสอบว่าราคานี้ตรงกับแถบสีไหนบน rainbow chart

ขั้นตอนที่ 2 - วิเคราะห์สัญญาณสี: สีเย็น (น้ำเงินและเขียว) บ่งชี้ว่า Bitcoin อาจถูกประเมินต่ำ ในขณะที่สีร้อน (ส้มและแดง) ชี้ว่าทรัพย์สินอาจถูกประเมินสูง การรับรู้สิ่งนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่ามีโอกาสซื้อดีหรือควรระวัง

ขั้นตอนที่ 3 - เปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์: เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น ให้เปรียบเทียบสถานะปัจจุบันของ Bitcoin บน rainbow chart กับวงจรที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้คุณสังเกตแบบแผนซ้ำ ๆ และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ขั้นตอนที่ 4 - รวมกับเครื่องมืออื่น: rainbow chart ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้งานร่วมกับตัวชี้วัดทางเทคนิคอื่น เช่น RSI (Relative Strength Index) หรือ MACD (Moving Average Convergence Divergence) คุณยังสามารถผสมผสานกับโมเดล Bitcoin Stock-to-Flow (S2F) เพื่อมองภาพรวมแนวโน้มราคายาวนานมากขึ้น

ข้อดีของ rainbow chart

rainbow chart ให้ประโยชน์หลายด้านสำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์:

มองเห็นง่ายและเข้าใจได้ทันที: แถบสีช่วยให้คุณรับรู้แนวโน้มตลาดได้ในพริบตา ไม่ต้องแกะสูตรซับซ้อนหรือใช้ตัวชี้วัดเทคนิคที่ซับซ้อน

ให้มุมมองระยะยาว: แผนภูมิแสดงประวัติราคาทั้งหมดของ Bitcoin ช่วยให้คุณเห็นวงจรตลาดและการพัฒนาของ Bitcoin ตลอดเวลา

ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่: การออกแบบที่เรียบง่ายของ rainbow chart ทำให้เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เริ่มต้นในด้านวิเคราะห์ทางเทคนิค

สนับสนุนการตัดสินใจ: เมื่อใช้งานร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ rainbow chart ช่วยเสริมความแม่นยำของกลยุทธ์การเทรดของคุณ

เป็นเครื่องมือการเรียนรู้: ช่วยให้คุณเข้าใจวงจรตลาดและความผันผวนของ Bitcoin ในแต่ละช่วงเวลาได้ดีขึ้น

ข้อจำกัดที่ควรระวัง

แม้ rainbow chart จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญดังนี้

อิงข้อมูลในอดีตเท่านั้น: rainbow chart สร้างขึ้นจากข้อมูลในอดีตและไม่สามารถทำนายอนาคตได้อย่างแน่นอน แนวโน้มในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต

ไม่คำนวณปัจจัยอื่น ๆ: แผนภูมินี้ใช้ระบบสีง่าย ๆ ที่อิงตามราคาประวัติศาสตร์เท่านั้น ไม่รวมปัจจัยอื่น ๆ เช่น กฎระเบียบ สถานการณ์โลก หรือความรู้สึกของตลาด

เป็นการวิเคราะห์เชิงอัตวิสัย: ขอบเขตของแต่ละแถบสีไม่ได้แน่นอนเสมอไป นักวิเคราะห์คนอื่นอาจมีมุมมองแตกต่างกันว่าอะไรคือ “การประเมินค่าสูงเกินไป” หรือ “ต่ำเกินไป”

ไม่เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น: rainbow chart ออกแบบมาสำหรับวิเคราะห์ระยะยาว อาจมองข้ามความผันผวนระยะสั้นและโอกาสเทรดในวันเดียวกัน

ปรับให้เข้ากับตลาดที่เติบโตขึ้น: เมื่อ Bitcoin เข้าสู่ตลาดที่มีความเสถียรและโตขึ้น แนวโน้มในอดีตอาจไม่สอดคล้องอีกต่อไป rainbow chart อาจต้องปรับเพื่อให้ยังคงความเกี่ยวข้อง

halving ของ Bitcoin กับ rainbow chart

การ halving ของ Bitcoin เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นทุก ๆ สี่ปี เมื่อรางวัลการขุดลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้จำนวน Bitcoin ใหม่ที่สร้างขึ้นลดลง สร้างความขาดแคลนและอาจเพิ่มความต้องการตามเวลา

rainbow chart มักสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ช่วงใกล้ ๆ กับ halving มักจะเห็นราคาของ Bitcoin อยู่ในแถบสีต่ำ ซึ่งบ่งชี้ว่าทรัพย์สินอาจถูกประเมินต่ำตามแนวโน้มในอดีต

หลังจาก halving ราคาของ Bitcoin ในวงจรตลาดบางช่วงก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นและอุปทานลดลง ราคาสามารถทะลุขึ้นไปยังแถบสีสูงขึ้นบน rainbow chart การเปลี่ยนแปลงนี้มักสะท้อนการเปลี่ยนจากช่วงราคาต่ำไปสู่ช่วงราคาสูง

อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้ว่าการ halving ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ของราคาที่แน่นอน แต่เป็นบริบททางประวัติศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์ของคุณ

เมื่อไหร่ที่ rainbow chart มีประโยชน์เป็นพิเศษ?

rainbow chart จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในสถานการณ์ต่อไปนี้

  • เมื่อคุณต้องการเข้าใจระดับการประเมินค่าของ Bitcoin เทียบกับวงจรตลาดที่ผ่านมา
  • เมื่อคุณวางแผนซื้อและถือ Bitcoin ในระยะยาว
  • เมื่อคุณต้องการภาพรวมของอารมณ์ตลาดในปัจจุบัน
  • เมื่อคุณผสมผสานกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นเพื่อยืนยันสัญญาณเทรด

อย่างไรก็ตาม หากคุณสนใจการเทรดระยะสั้นหรือมองหาสัญญาณที่แม่นยำในแต่ละวัน คุณอาจต้องใช้ตัวชี้วัดอื่น เช่น Moving Average, Bollinger Bands หรือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคระยะสั้นเพิ่มเติม

สรุป

แผนภูมิ rainbow chart ของ Bitcoin เป็นเครื่องมือทรงพลังสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจวงจรตลาดระยะยาวอย่างลึกซึ้ง มันให้ภาพที่ชัดเจนและง่ายต่อการเข้าถึง พร้อมคุณค่าทางการศึกษาอย่างสูง อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับเครื่องมือวิเคราะห์ใด ๆ มันทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้งานร่วมกับตัวชี้วัดทางเทคนิคและเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดอื่น ๆ

อย่าลืมว่า rainbow chart เป็นแนวทาง ไม่ใช่ “ลูกแก้วคริสตัล” ควรอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอ รวมแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แห่ง และพร้อมปรับกลยุทธ์ของคุณตามความจำเป็น ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ rainbow chart คุณจะมีเครื่องมือที่ดีขึ้นในการนำทางวงจรตลาดที่ซับซ้อนของ Bitcoin

ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด