This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและอินเดียส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์เยนในเวลาสิงคโปร์
ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของสิงคโปร์ แนวโน้มความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มปรากฏขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงในช่วงล่าสุด การปรับปรุงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและอินเดียได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อวงการตลาดการเงินในเอเชีย รวมถึงเวลาของสิงคโปร์ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน
ข้อตกลงการค้าและการลดภาษีทำให้สินทรัพย์เสี่ยงเป็นที่นิยมซื้อ
เนื้อหาของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาที่ประกาศโดยประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อไม่นานมานี้ ได้เปลี่ยนแปลงจิตวิทยาตลาดอย่างมาก เมื่อมีข่าวว่ามีการตกลงลดภาษีศุลกากรต่ออินเดียจาก 25% เหลือ 18% ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนทิศทางสู่ตลาดที่เน้นความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงนโยบายระหว่างสองประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณของการลดความไม่แน่นอนในซัพพลายเชนระดับโลกอีกด้วย
ข้อมูลจาก Jin10 ชี้ให้เห็นว่าทันทีหลังจากประกาศข้อตกลงนี้ การซื้อคืนในสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดสิงคโปร์ก็ไม่เป็นข้อยกเว้น มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำออกไป
การเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราสิงคโปร์
ในช่วงการซื้อขายในเอเชีย ดอลลาร์สิงคโปร์ได้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยมีข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก LSEG ระบุว่า คู่เงิน USD/SGD อยู่ที่ 1.2710 ซึ่งลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับวันก่อน
ระดับนี้เป็นไปตามคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ ตลาดยังคงเคลื่อนไหวในช่วงระยะกลาง โดยมีแนวโน้มสร้างแนวโน้มระยะกลางในขณะนี้
นักวิเคราะห์คาดกรอบระยะสั้นของดอลลาร์เยน
ทีมกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคาร OCBC ชี้ว่า หากความรู้สึกเสี่ยงยังคงเสถียรและแรงกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นลดลง คู่สกุลเงินน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2680 ถึง 1.2760 ซึ่งเป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคที่แสดงระดับแนวรับ-แนวต้านในช่วงการซื้อขายในสิงคโปร์
ทีมวิเคราะห์ยังระบุว่า ในระยะสั้น ตลาดอาจยังคงได้รับอานิสงส์จากความหวังในข้อตกลงการค้า แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ตลาดจะได้รับผลกระทบจากตัวชี้วัดเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดในอนาคตสำหรับนักเทรดในสิงคโปร์ การทะลุแนวรับ-แนวต้านของกรอบนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเทรดในอนาคต